เพชรจีจ้า ยอมรับเรื้อการชก 5 ยก ส่งผลพ่าย ร็อดริเกส
เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม ยอมรับความห่างเหินจากการชกมวยไทย 5 ยกมานานส่งผลให้พ่ายคะแนน อัลอัลลิเซีย เฮเลน รอดริเกส ในการชิงแชมป์โลก ONE มวยไทยรุ่นอะตอมเวต
การแข่งขันชิงแชมป์โลกมวยไทย รุ่นอะตอมเวต ในศึก ONE ณ สังเวียนลุมพินี กลายเป็นแมตช์ประวัติศาสตร์ที่แฟนกำปั้นทั่วโลกต้องจดจำ เมื่อ "เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม" แชมป์โลกคิกบ็อกซิงชาวไทย เดินหน้าท้าชิงเข็มขัดมวยไทยกับ "อัลลิเซีย เฮเลน รอดริเกส" เจ้าของตำแหน่งชาวบราซิล ซึ่งผลการแข่งขันจบลงด้วยความพ่ายแพ้ครั้งแรกของนักชกสาวไทยในสมรภูมิแห่งนี้ ด้วยคะแนนไม่เป็นเอกฉันท์ 2 ต่อ 1 เสียง ทว่าความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากความห่างชั้นของฝีมือ แต่กลายเป็นบทเรียนชิ้นสำคัญในการกลับมาพัฒนาช่องว่างเพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ในอนาคต
ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรูปเกมคือความห่างเหินจากกติกามวยไทยแบบ 5 ยก ซึ่งเพชรจีจ้ายอมรับว่าเว้นว่างจากกติกานี้ไปนานเกือบสองปี การบริหารพลังงานตลอด 15 นาทีจึงเป็นโจทย์ที่ท้าทายกว่าคิกบ็อกซิงที่เธอคุ้นเคย แม้ในช่วงต้นเกมนักชกไทยจะโชว์พลังหมัดดุดันจนสร้างแผลแตกให้อัลลิเซียในยกที่สาม แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นในครึ่งทางหลัง เมื่อแชมป์โลกชาวบราซิลเดินหน้าใช้ความแข็งแกร่งของเกมวงในและการปล้ำตีเข่าเข้ากดดันอย่างต่อเนื่อง การโจมตีลำตัวซ้ำ ๆ บั่นทอนพละกำลังของเพชรจีจ้าจนเริ่มมีอาการแผ่วปลายในยกที่ 4 และ 5 อย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ การตัดสินใจแท็กติกในยกสุดท้ายกลายเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อผลคะแนน โดยมุมของเพชรจีจ้าสั่งให้ถอยคุมเกมเพราะมั่นใจว่าแต้มนำอยู่ ทว่าภาพจำบนเวทีกลับกลายเป็นอัลลิเซียที่เดินหน้าออกอาวุธและคุมสถานการณ์ในสายตากรรมการ สอดคล้องกับข้อมูลทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ชี้ว่า กระบวนการฟื้นฟูน้ำหนักและพลังงานหลังการชั่งน้ำหนักของนักชกบราซิลทำได้ดีกว่า ส่งผลให้มีแรงปะทะที่หนักหน่วงตลอด 5 ยก อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของ "The Queen" เพชรจีจ้า ไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นเพียงก้าวสำคัญในการปรับปรุงเทคนิควงในและการอ่านเกม เพื่อกลับมาทวงคืนบัลลังก์ผ้าใบโลกให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
