เพชรจีจ้า รับห่างมวยไทยทำสนิมเกาะ
"เดอะควีน" เพชรจีจ้า ยอมรับมีอาการสนิมเกาะหลังห่างเวทีมวยไทยไปนาน ชี้กติกาคิกบ็อกซิ่งทำสัญชาตญาณเสีย
แม้จะถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักชกหญิงที่อันตรายที่สุดในโลก แต่ "เดอะควีน" เพชรจีจ้า ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม เจ้าของเข็มขัดแชมป์โลกคิกบ็อกซิ่ง รุ่นอะตอมเวตของ วัน แชมเปียนชิพ ออกมายอมรับตามตรงว่า การหวนคืนสู่สังเวียนมวยไทยหลังห่างหายไปนานถือเป็นงานสุดท้าทาย โดยเจ้าตัวเปิดเผยว่าการทุ่มเทเวลาให้กับการชกในกติกาคิกบ็อกซิ่ง ทำให้เกิดอาการสนิมเกาะ หรือขาดความเฉียบคมในจังหวะที่คุ้นเคย เนื่องจากคิกบ็อกซิ่งปิดกั้นการใช้ศอกและการปล้ำตีเข่าวงใน ซึ่งเป็นอาวุธทำลายล้างหลักของมวยไทย ส่งผลให้จังหวะการต่อสู้ตามธรรมชาติของเธอช้าลงและต้องคอยปรับสไตล์การชกอยู่ตลอดเวลา
เพชรจีจ้าขยายความเพิ่มเติมว่า การสลับกติกาข้ามสายไปมาบีบให้ร่างกายและสัญชาตญาณต้องใช้เวลาปรับตัว เพื่อเรียกจังหวะการออกอาวุธแบบมวยไทยให้กลับมาเข้าฝัก อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจในศาสตร์มวยไทยที่ปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กยังคงฝังรากลึก เมื่อได้ก้าวขึ้นเวทีและสัมผัสเกมการชกจริง ทุกอย่างก็ค่อยๆ ฟื้นคืนสู่ความเป็นธรรมชาติ เพราะมวยไทยเปิดกว้างให้เธอสาดอาวุธได้อย่างอิสระและดุดัน ทั้งหมัด เท้า เข่า และศอก ซึ่งตอบโจทย์ตัวตนและปลดล็อกศักยภาพของเธอได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แม้ในไฟต์ชิงแชมป์โลกมวยไทยล่าสุด เพชรจีจ้าจะพลาดท่าพ่ายคะแนนแบบไม่เอกฉันท์ให้กับ อัลลิเซีย เฮลเลน โรดริเกส ไปอย่างหวุดหวิด แต่ฟอร์มการชกบนเวทีได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เธอสามารถเรียกจังหวะมวยไทยกลับมาต่อกรได้อย่างดุเดือดและสูสีตลอดทั้งห้ายก จนได้รับการยกย่องจากแฟนกีฬาการต่อสู้ทั่วโลกให้เป็นหนึ่งในแมตช์นักชกหญิงที่เดือดและคุณภาพสูงที่สุดประจำปี
