ครั้งสุดท้ายที่แฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เห็นสัญญาณที่ดีจากทีม อาจเป็นช่วงเวลาของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ที่คุมทีมชั่วคราวเพียงสองสัปดาห์
ย้อนกลับไปในฤดูกาล 2024-25 การเริ่มต้นซีซั่นที่ย่ำแย่ และหมดความชอบธรรมในห้องแต่งตัวของ เอริค เทน ฮาก การเปลี่ยนแปลงเฮดโค้ชจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ฟาน นิสเตลรอย คือคนที่ถูกเลือกให้คุมทัพชั่วคราว ในสายตาแฟนบอลที่เชื่อว่าเป็นส่วนใหญ่ 'รุด' คือคนที่ 'ใช่' ทั้งที่ยังไม่ได้ประเดิมคุมทีม เพราะเป็นเรื่องที่ใช้ความรู้สึกสัมผัสได้
อดีตศูนย์หน้าผู้ยิ่งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เข้ามาปลุกจิตวิญญาณและความเป็นตัวตนของสโมสร ไม่ใช่แค่ในห้องแต่งตัว แต่ยังปลุกเร้าอัฒจันทร์ทุกด้านของ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ให้กลับมาส่งเสียงกึกก้อง แบบที่ไม่ได้เห็นในช่วงเวลาของ เทน ฮาก มานาน
4 เกมที่คุมทัพ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 3 เสมอ 1 ยิงแหลก 11 ประตู เสีย 3 ประตู
นาทีนั้นเชื่อว่าแฟนบอล 'เร้ด เดวิลส์' ต่างมองเห็นสัญญาณที่ดี และมีความสุขกับฟอร์มการเล่นที่เดินหน้าบุกแหลก มากกว่าเรื่องผลการแข่งขันเสียอีก
ระบบการเล่น 4-2-3-1 ของ 'รุด' แทบไม่ต่างอะไรมากนักกับ เทน ฮาก แต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือการปลุกเร้าทีมให้เล่นด้วยแรงกระตุ้นสูงตลอด 90 นาที
น่าเสียดายที่ผู้บริหารสโมสรเดินหน้าการเจรจาเพื่อฉีกสัญญา รูเบน อาโมริม จาก สปอร์ติ้ง อย่างเต็มสูบ และสามารถบรรลุข้อตกลงกันได้อย่างรวดเร็ว
การทำงานที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ของ 'รุด' จึงหยุดเอาไว้ที่สองสัปดาห์
และชื่อของ 'รุด' ก็ค่อยๆ ถูกลืม เพราะทุกคนต่างตื่นเต้นกับการมาของ อาโมริม แม้ไม่รู้ว่าระบบการเล่นนำเข้า 3-4-2-1 เมื่อติดตั้งเข้ากับทีมแล้ว จะออกมาหน้าตาแบบไหน
เมื่อคิดถึง ฟาน นิสเตลรอย ก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เช่นกัน
โซลชา เข้ามาคุมทีมแทน โชเซ่ มูรินโญ่ ช่วงกลางฤดูกาล 2018-19 หลังจากการเริ่มต้นฤดูกาลที่น่าผิดหวัง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พลิกโฉมหน้ากลายเป็นทีมที่เล่นเกมรุกสะเด็ดสะเด่าผิดหูผิดตา ทั้งที่ โซลชา ก็ใช้งานผู้เล่นชุดเดียวกันกับ มูรินโญ่
ทันทีที่เข้ามาคุมทัพ โซลชา พาทีมชนะ 6 เกมติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก และไม่แพ้ตลอด 12 เกมแรก (ชนะ 10 เสมอ 2) เมื่อนับรวมทุกรายการ 17 เกม ชนะ 14 เสมอ 2 แพ้แค่เกมเดียว
โดยเกมเดียวที่แพ้ก็ถือว่าไม่มีผล เพราะเป็นเกมแรก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ที่แพ้ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง 0-2 ก่อนพลิกชนะ 3-1 ในเกมสอง และผ่านเข้ารอบ
ผลงานอันน่าทึ่งของ โซลชา ทำให้ผู้บริหารสโมสรต้องมอบสัญญาถาวรให้ด้วยความเต็มใจ
นี่คือสองโค้ชผู้เคยรับบทคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั่วคราว และถูกมองว่ามี 'ดีเอ็นเอ' ของสโมสรอยู่เต็มตัว ที่สำคัญที่สุดคือเป็นที่รักของแฟนๆ 'เร้ด เดวิลส์' อยู่ก่อนแล้ว และไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
เมื่อสถานการณ์ปัจจุบัน ผู้บริหาร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีแผนการที่จะแต่งตั้งเฮดโค้ชชั่วคราวคุมทีมจนจบซีซั่น เพื่อที่จะได้มีเวลาเลือกสรรเฮดโค้ชถาวรคนใหม่แบบไม่เร่งรีบ
สิ่งที่แฟนๆ คาดหวังคงต้องการเฮดโค้ชที่มี 'ดีเอ็นเอ' หรือความเป็นตัวตนของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบที่ โซลชา และ ฟาน นิส เตลรอย เคยแสดงให้เห็นมาแล้ว
ปัจจุบัน ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ถูกมอบหมายให้ทำหน้าที่คุมทัพชั่วคราวในเกมพรีเมียร์ลีกเยือน เบิร์นลี่ย์ เกมแรกหลังจากปลด อาโมริม
แต่การเลือกเฮดโค้ชที่จะคุมทัพไปจนจบซีซั่นก็ยังมี ไมเคิ่ล คาร์ริค เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับ โซลชา ที่พร้อมกลับมาช่วยสโมสรในบทบาทเดิม หากเป็นที่ต้องการ
ขณะที่ ฟาน นิสเตลรอย ก็เชื่อว่าอยู่ในการพิจารณาของ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลด้วย
ในช่วงเวลานี้ บางที แฟนๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจตื่นเต้นและเฝ้ารอการทำงานของเฮดโค้ชชั่วคราวที่จะคุมทีมไปจนจบซีซั่นนี้ มากกว่าการแต่งตั้งเฮดโค้ชถาวรเสียอีก