นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค ได้รับโอกาสจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่จะเป็นครั้งสำคัญที่สุดที่สามารถกำหนดเส้นทางสายโค้ชต่อจากนี้
คาร์ริค ปิดฉากในฐานะนักฟุตบอลกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2018 จบช่วงเวลา 12 ปีในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยการลงเล่นไป 464 เกมรวมทุกรายการ ยิงไป 24 ประตู
หนึ่งในเกมที่อยู่ในความทรงจำ คือการยิงไกลทั้งสองประตูใส่ โรม่า ในชัยชนะท่วมท้น 7-1 เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2006-07 ซึ่งเป็นปีแรกกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ในฐานะกองกลางตัวรับ คาร์ริค ประสบความสำเร็จกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย, เอฟเอคัพ 1 สมัย, ลีกคัพ (คาราบาวคัพ ปัจจุบัน) 3 สมัย, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 1 สมัย, ยูโรปา ลีก 1 สมัย, ฟีฟ่า คลับ เวิลด์คัพ 1 สมัย และ เอฟเอ คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 6 สมัย
ทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงเวลาของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, เดวิด มอยส์, หลุยส์ ฟาน กาล และ โชเซ่ มูรินโญ่
หลังจากแขวนสตั๊ดตอนจบฤดูกาล 2017-18 คาร์ริค เข้ามาร่วมทีมสต๊าฟฟ์โค้ชชุดใหญ่ของ มูรินโญ่ ซึ่งเป็นการตกลงกันล่วงหน้าตั้งแต่ต้นปีแล้ว
การที่ รุย ฟาเรีย มือขวาคู่ใจของ มูรินโญ่ ตัดสินใจย้ายออกไปคุมทีมเต็มตัว คาร์ริค จึงเข้ามาเติมเต็มพร้อมกับโค้ชสายเลือดใหม่อีกคน คีแรน แม็คเคนน่า
แต่การร่วมงานกับ มูรินโญ่ ไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ ฤดูกาล 2018-19 เปิดฉากได้เพียง 4 เดือน โค้ชคนดังชาวโปรตุกีสก็ถูกไล่ออก
คาร์ริค ถูกแต่งตั้งให้คุมทีมชั่วคราว แต่ผ่านไปแค่วันเดียว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ประกาศแต่งตั้ง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา คุมทีมชั่วคราวในช่วงที่เหลือของฤดูกาล 2018-19
โซลชา ตัดสินใจให้ คาร์ริค อยู่ร่วมทีมสต๊าฟฟ์โค้ชต่อ
ทั้งสองคนเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทันกันเพียงปีเดียวคือฤดูกาล 2006-07 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของ โซลชา และปีแรกของ คาร์ริค ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
โซลชา และ คาร์ริค สัมผัสช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในช่วงแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผลงานก็ค่อยๆ ตกลง
และเมื่อ โซลชา ถูกไล่ออกในเดือนพฤศจิกายน ปี 2021 คาร์ริค จึงได้รับโอกาสคุมทีมชั่วคราวเป็นหนที่สอง
ครั้งนี้ คาร์ริค ได้คุมทีมลงสนามจริงๆ จำนวน 3 เกม ซึ่งล้วนเป็นเกมหนัก ชนะ บียาร์เรอัล 2-0 ที่สเปน ในเกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, เสมอ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ 1-1 และชนะ อาร์เซน่อล 3-2 ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
ผลงาน 3 เกมของ คาร์ริค อยู่ในความทรงจำของแฟนบอล ก่อนส่งไม้ต่อให้ ราล์ฟ รังนิก คุมทีมในช่วงที่เหลือของฤดูกาล 2021-22
คาร์ริค ว่างเว้นจากการทำงานได้ 10 เดือน ก็ตอบรับข้อเสนอคุมทีม มิดเดิลสโบรช์ อย่างเต็มตัว
ผลงานของ คาร์ริค 3 ฤดูกาลกับ มิดเดิลสโบรช์ ไปถึงรอบเพลย์ออฟ เลื่อนชั้น แต่ก็จอดป้ายรอบรองชนะเลิศ ในซีซั่นแรก หลังจากนั้นพาทีมจบอันดับ 8 และ 10 ทำให้ไม่ได้ไปต่อหลังจบฤดูกาล 2024-25
สายสัมพันธ์กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งในฐานะนักฟุตบอลและโค้ช ทำให้ คาร์ริค ได้กลับมารับบทบาทใหญ่ในถิ่น โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ในช่วงที่เหลือของฤดูกาล 2025-26 ที่ไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว
ช่วงเวลาครึ่งฤดูกาลต่อจากนี้ คาร์ริค จะได้พิสูจน์ฝีมือตัวเองอย่างเต็มที่ เพราะต่อให้ผลงานเละเทะแค่ไหน ผู้บริหารสโมสรก็คงปล่อยวางแล้ว และไปรอแต่งตั้งเฮดโค้ชถาวรคนใหม่ในช่วงซัมเมอร์
แต่หาก คาร์ริค พลิกสถานการณ์ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีฟอร์มที่แข็งแกร่ง และผลการแข่งขันที่ดี จะเป็นการต่อยอดให้ตัวเอง และสร้างโอกาสสำหรับงานกับสโมสรต่อไป