ในอดีต เราเคยเห็นผู้เล่นจากทวีปเอเชียคว้าตำแหน่งดาวซัลโวฟุตบอลลีกยุโรปมาแล้วสองครั้ง และซีซั่นนี้มีโอกาสที่จะได้เห็นครั้งที่สาม
ฤดูกาล 2017-18 อาลีเรซ่า จาฮานบัคช์ ปีกทีมชาติอิหร่าน เป็นดาวซัลโวเอเรดิวิซี่ และฤดูกาล 2021-22 ซน ฮึง-มิน ศูนย์หน้าทีมชาติเกาหลีใต้ เป็นดาวซัลโว (ร่วม) พรีเมียร์ลีก
และถัดมาอีก 4 ฤดูกาล มีโอกาสที่จะได้เห็น อายาเสะ อูเอดะ ศูนย์หน้าทีมชาติญี่ปุ่น คว้าโทรฟี่ 'วิลลี่ ฟาน เดอร์ ไคเลน' หรือรางวัลดาวซัลโวเอเรดิวิซี่ เนเธอร์แลนด์ เป็นคนต่อไป
"ศูนย์หน้าที่ครบเครื่อง มีความเฉียบคมในจังหวะจบสกอร์ มีความเร็ว ความคล่องตัว ความแข็งแกร่ง"
"การเล่นลูกกลางอากาศที่ดี ความสามารถในการกระโดดที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย เมื่อเทียบจากรูปร่าง (ส่วนสูง 6 ฟุตพอดีเป๊ะ หรือ 182 เซนติเมตร)"
นี่คือคำนิยามของ จิมมี่ เดอ วูลฟ์ อดีตโค้ชที่ แซร์ช บรูช สโมสรเบลเยียม เมื่อครั้ง อูเอดะ ย้ายมาจาก คาชิมา แอนท์เลอร์ ในปี 2022
อูเอดะ มีตัวเลขการยิงประตูที่น่าทึ่งในสองฤดูกาลสุดท้ายกับ คาชิมา แอนท์เลอร์ 19 ประตูจาก 36 เกมรวมทุกรายการในฤดูกาล 2021 และทำไป 14 ประตูจาก 23 เกม เพียงแค่ครึ่งซีซั่น 2022
ที่น่าทึ่งกว่านั้น อูเอดะ แทบไม่ต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับลีกยุโรปเลย 23 ประตูจาก 42 เกมกับ แซร์ช บรูช ในฤดูกาล 2022-23 เป็นตัวเลขยืนยัน
นั่นทำให้ เฟเยนูร์ด จ่ายเงิน 8 ล้านยูโรซื้อมาร่วมทัพ และมอบเสื้อหมายเลข 9 ให้กับ อูเอดะ
แต่การเริ่มต้นกับสโมสรเนเธอร์แลนด์ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเข้ามาในช่วงเวลาที่ ซานติอาโก้ คีเมเนซ ศูนย์หน้าทีมชาติเม็กซิโกกำลังร้อนแรงสุดๆ
ฤดูกาล 2023-24 อูเอดะ ยิงไปเพียง 5 ประตูจากการลงเล่น 37 เกมรวมทุกรายการ แต่ส่วนใหญ่เป็นการลงเล่นในบทบาทตัวสำรองของ คีเมเนซ ดาวซัลโวของทีมที่ยิงแหลก 26 ประตูจาก 41 เกม
และเมื่อ คีเมเนซ ย้ายไป เอซี มิลาน ในช่วงกลางฤดูกาล 2024-25 โอกาสของ อูเอดะ จึงมาถึง
ภายใต้การคุมทีมของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ มองเห็นความเป็นศูนย์หน้าหมายเลข 9 ในตัว อูเอดะ นั่นทำให้ศูนย์หน้าทีมชาติญี่ปุ่นระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้เต็มที่
18 ประตูจาก 18 เกมในเอเรดิวิซี่ (ก่อนเกมพบกับ สปาร์ต้า ร็อทเทอร์ดัม วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม) และเป็น 19 ประตูรวมทุกรายการ นี่คือซีซั่นที่น่าทึ่งของ อูเอดะ
แม้ผลงานของ เฟเยนูร์ด ปัจจุบันเป็นรองจ่าฝูง ตามหลัง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ถึง 13 คะแนน เลิกพูดเรื่องลุ้นแชมป์ไปแล้ว แต่การลุ้นดาวซัลโวเอเรดิวิซี่เป็นโอกาสทองของ อูเอดะ
อูเอดะ ทำไปแล้ว 18 ประตู นำคนที่ตามมา กุส ทิล ของ พีเอสวี ที่ยิงไป 11 ประตู
หากไม่มีอะไรผิดพลาด อูเอดะ จะกลายเป็นผู้เล่นญี่ปุ่นคนแรกที่สามารถคว้าดาวซัลโวลีกฟุตบอลของยุโรปได้ และเป็นผู้เล่น เฟเยนูร์ด ต่อจาก สตีเว่น เบิร์กไฮส์ ที่เป็นดาวซัลโวร่วมในฤดูกาล 2019-20
กับทีมชาติญี่ปุ่น อูเอดะ เริ่มยิงเป็นกอบเป็นกำนับตั้งแต่ย้ายมา เฟเยนูร์ด เพราะก่อนหน้านี้ตลอด 12 เกมแรก ไม่สามารถยิงประตูได้เลย
แต่ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ยิงไป 7 ประตูจาก 7 เกมในปี 2023, 7 ประตูจาก 11 เกมในปี 2024 และ 2 ประตูจาก 6 เกมในปี 2025
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า อูเอดะ จะเป็นตัวหลักในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้าของ ซามูไร บลู ใน เวิลด์คัพ 2026