สมควรเปลี่ยนแปลง

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
175
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
การเริ่มต้นฤดูกาลอย่างสวยหรู แสดงให้เห็นถึงการเลือกเฮดโค้ชคนใหม่ที่ 'ใช่' แต่หลังจากนั้นดูเหมือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กำลังเล่นรถไฟเหาะตีลังกา

โธมัส แฟร้งค์ เปิดตัวกับ ท็อตแน่ม ด้วยสองเกมพรีเมียร์ลีกที่เปิดบ้านชนะ เบิร์นลี่ย์ 3-0 และบุกเชือด แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ไม่มีผลการแข่งขันที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

การปลด แอนจ์ พอสเตโคกลู ที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก เป็นโทรฟี่แรกของสโมสรในรอบ 17 ปี และการแต่งตั้ง แฟร้งค์ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่ จึงเป็นการตัดสินใจของฝ่ายบริหารที่ได้รับผลสะท้อนในทางที่ดีอย่างรวดเร็ว
แต่เพียงแค่เกมที่สามของฤดูกาล แฟนๆ ท็อตแน่ม ก็เปลี่ยนอารมณ์แทบไม่ทัน การแพ้คาบ้านต่อ บอร์นมัธ 0-1 เป็นอุบัติเหตุในเกมฟุตบอลที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่ก็เริ่มตั้งข้อสงสัยกับสิ่งที่เห็นคาตา
ท็อตแน่ม เสียประตูเร็ว และควรก้มหน้าก้มตาบุกเพื่อทวงประตูคืน โดยเฉพาะในช่วง 10 นาทีสุดท้าย แต่กลับไม่ได้เห็นการทำทุกอย่างเพื่อยิงประตู
สิ่งที่ปรากฏคือความพยายามในการต่อบอลสั้น ถ่ายบอลออกซ้าย ออกขวา กลับหลัง วนอยู่แบบนี้ไปมา ในเมื่อเจาะหาช่องเข้าไปไม่ได้ แฟร้งค์ ก็ไม่ยอมให้ ท็อตแน่ม ขึ้นเกมด้วยวิธีอื่น
สถิติหลังเกมไม่เคยโกหก ท็อตแน่ม มีโอกาสยิงเข้ากรอบเพียงครั้งเดียว จากทั้งหมด 5 ครั้งที่ได้ง้างเท้า รวมจังหวะยิงที่ติดบล็อคด้วย ขณะที่ บอร์นมัธ เกือบได้ลูกสองหลายครั้ง และจบเกมด้วยการหาจังหวะยิงถึง 20 ครั้ง
แต่สถานการณ์ก็คลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ชัยชนะที่บ้าน เวสต์แฮม 3-0 แต่ก็ดิ่งลงอีก จากผลเสมอ วูลฟ์แฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส 1-1 มอบคะแนนแรกให้ทีมเยือนในเกมที่ 6 ของซีซั่นนี้
ท็อตแน่ม บุกไปคว้าสามคะแนนที่บ้าน ลีดส์ แต่พอกลับมาบ้าน กลับเสียสามคะแนนไปให้ แอสตัน วิลล่า จากนั้นก็ไปโชว์ฟอร์มหรูที่รังใหม่ เอฟเวอร์ตัน บุกถล่มที่นั่น 3-0
แฟนๆ ท็อตแน่ม กำลังสับสนกับผลการแข่งขันมากขึ้นเรื่อยๆ และรู้สึกเหมือนทีมของ แฟร้งค์ กำลังเล่นโรลเลอร์ โคสเตอร์ ที่เดี๋ยวก็ไต่ขึ้น เดี๋ยวก็ดิ่งลง แบบคาดเดาอะไรไม่ได้เลย
นับตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026 เป็นต้นมา ท็อตแน่ม ไม่พบชัยชนะในพรีเมียร์ลีกเลยตลอด 8 เกมที่เก็บได้เพียง 4 คะแนน และแพ้ถึง 4 เกม จนอันดับรูดลงมาอยู่ใกล้พื้นที่สีแดงมากขึ้นเรื่อยๆ
จริงๆ แล้ว สัญญาณเตือนเริ่มดังขึ้นตั้งแต่จบเกมพรีเมียร์ลีกที่แพ้ เชลซี ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนแล้ว
เมื่อมีแฟนบอลจำนวนไม่น้อยถ่ายคลิปบรรยากาศหลังจบเกมที่ แฟร้งค์ เดินลงสนามเพื่อจับมือกับลูกทีมตามปกติ แต่ถูกเมินจาก มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน
ขณะที่ เจด สเปนซ์ ไม่เพียงแค่ไม่จับมือ แต่ยังบ่นพึมพำพร้อมออกไม้ออกมือเป็นการตอบโต้อะไรบางอย่าง ขณะเดินเข้าสู่อุโมงค์ห้องแต่งตัวทั้งคู่
ในช่วงแถลงข่าวภายหลังจบเกม แฟร้งค์ พยายามกลบประเด็นนี้ ยืนยันลูกทีมทั้งสองคนขอโทษแล้ว จบแล้ว
ถ้านับเฉพาะเกมพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เกมที่แพ้ เชลซี คาบ้าน หรือนับตั้งแต่เริ่มต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ท็อตแน่ม 17 เกม ชนะ 2 เสมอ 6 และแพ้มากถึง 9 ผลการแข่งขันแบบนี้จึงเข้าขั้นวิกฤติแน่ๆ
มีการคาดเดาว่า แฟร้งค์ ค่อยๆ สูญเสียการควบคุมในห้องแต่งตัวมากขึ้นเรื่อยๆ และนี่เป็นเหตุผลหลักที่สะท้อนให้เห็นถึงผลการแข่งขันแย่ๆ การเล่นไล่โค้ช มักตามมาด้วยการถูกไล่ออก
แต่สิ่งที่ไม่ต้องคาดเดาเลยคือเสียงจากแฟนๆ ปฏิกริยาระหว่างเกมหรือหลังจบเกมมีแต่เพิ่มขึ้นๆ เสียงโห่ หรือการตะโกนขับไล่เกิดขึ้นมาหลายเกมแล้ว และเหมือนเป็นจุดจบหลังจบเกมที่แพ้ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 1-2
แม้ผลงานที่ดีในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ไม่เพียงพอต่อการรักษาขาเก้าอี้เอาไว้
แฟร้งค์ จึงต้องยุติบทบาทเฮดโค้ช และจบการทำงานที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม เพียงแค่ 8 เดือน
สถานการณ์บีบคั้นให้ฝ่ายบริหารต้องรีบเปลี่ยนแปลงเพียงหนึ่งวันหลังจากเกมแพ้ นิวคาสเซิ่ล เพราะ ท็อตแน่ม ไม่อาจพาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับการตกชั้นมากไปกว่านี้อีกแล้ว
ในมุมแฟนบอล ความคิดเห็นเป็นเอกฉันท์ ต่างจากตอนปลด แอนจ์ หลังคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ที่ยังเสียงแตก
นี่จึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะ ท็อตแน่ม กำลังมีเวลาหยุดพักหายใจ จากการตกรอบเอฟเอคัพไปแล้ว
เกมถัดไปจึงเป็นเกมนอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี้ ที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม วันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ ท็อตแน่ม มีเวลามากพอที่จะประชุมเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาร่วมกัน
สามเป้าหมายเฮดโค้ชใหม่ที่มีความเป็นไปได้มากที่สุด
เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตนายใหญ่ของทีม คือชื่อที่ถูกเปล่งมาจากแฟนๆ ขณะที่โห่ขับไล่ แฟร้งค์
ปัจจุบัน โปเช็ตติโน่ กำลังทำงานใหญ่ คุมทีมชาติสหรัฐอเมริกาเตรียมลุยศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่เป็นหนึ่งในเจ้าภาพร่วม ความคาดหวังมหาศาล กลายเป็นความกดดัน
และการต่อสัญญาใหม่อาจไม่เกิดขึ้น หากผลงานและผลการแข่งขันในทัวร์นาเมนต์ใหญ่เป็นไปในเชิงลบ
โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ เป็นอีกหนึ่งรายชื่อที่โดดเด่น โค้ชชาวออสเตรีย แสดงความชัดเจนไปแล้วว่าจะอำลา คริสตัล พาเลซ เมื่อหมดสัญญาหลังจบฤดูกาลนี้ และสถานการณ์จะไม่เปลี่ยนแปลง
หาก ท็อตแน่ม ตั้งใจเลือกหนึ่งในสองคนนี้ ก็จะต้องวางแผนแต่งตั้งเฮดโค้ชชั่วคราวที่จะรับงานแทน แฟร้งค์ ไปจนจบซีซั่น เหมือนอย่างที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่งตั้ง ไมเคิ่ล คาร์ริค ตอนปลด รูเบน อาโมริม
แต่หากฝ่ายบริหารของสโมสรต้องการการแต่งตั้งที่ชัดเจนไปเลยตั้งแต่ตอนนี้ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่มีความเหมาะสม
เพราะอดีตเฮดโค้ช ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน เพิ่งแยกทางกับ โอลิมปิก มาร์กเซย สดๆ ร้อนๆ
ถึงจุดนี้ การเลือกเฮดโค้ชถาวรคนที่ 6 ในรอบ 7 ปี จึงไม่ใช่การตัดสินใจง่ายๆ เพราะบทเรียนจาก แฟร้งค์ มีให้เห็นแล้ว

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})