ชัยชนะแค่สองเกมแรกในการคุม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงพอที่จะส่งให้ ไมเคิ่ล คาร์ริค คว้ารางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนมกราคมแล้วเหรอ?
คาร์ริค เริ่มต้นงานคุมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอบสองเมื่อวันที่ 13 มกราคม ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งแรก เพราะทราบระยะเวลาการทำงานที่ชัดเจน คือจนจบฤดูกาล 2025-26
การคว้าชัยชนะแบบติดต่อกันทั้ง 4 เกมแรกในพรีเมียร์ลีก ส่งให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก้าวขึ้นมายืนอยู่อันดับ 4 บนพื้นที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
การลุ้นรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก ในชื่อ 'เดอะ บาร์เคลย์ส เมเนเจอร์ ออฟ เดอะ มันธ์' มองเผินๆ คงไม่ต้องนึกถึง เพราะ คาร์ริค คุมทีมในเดือนมกราคมเพียงแค่สองเกม
แต่หลากหลายปัจจัยที่ส่งให้ คาร์ริค เข้าชิงรางวัลนี้ร่วมกับ ชอน ไดช์ (น็อตติงแฮม ฟอเรสต์), อันโดนี่ อีราโอล่า (บอร์นมัธ) และ เลียม โรซีเนียร์ (เชลซี)
ด้วยผลการแข่งขันที่ออกเสมอกันหลายต่อหลายคู่ในเดือนมกราคม ยิ่งทำให้ผลงานของ คาร์ริค โดดเด่นขึ้น
5 เกมของจ่าฝูง อาร์เซน่อล ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 1
5 เกมของรองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 1
6 เกมของ ลิเวอร์พูล ชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 1
ทำให้ตัดชื่อของ มิเกล อาร์เตต้า, เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ อาร์เน่อ สล็อต ออกไปได้เลย
ขณะที่คู่แข่งลุ้นรางวัล 4 เกมของ ไดช์ กับ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 1 และ 5 เกมของ อีราโอล่า กับ บอร์นมัธ ชนะ 3 เสมอ 1 แพ้ 1
มีเพียง โรซีเนียร์ ที่เข้ามาคุม เชลซี ไป 3 เกม และชนะรวดในเดือนแรกของปี 2026 เบรนท์ฟอร์ด (เหย้า) 2-0, คริสตัล พาเลซ (เยือน) 3-1 และ เวสต์แฮม (เหย้า) 3-2
เมื่อพิจารณาคู่แข่งทั้งหมดแล้ว ชัยชนะเพียง 2 เกมของ คาร์ริค จึงเข้าตากรรมการมากๆ เพราะเป็นการชนะรองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 2-0 ในเกมแมนเชสเตอร์ดาร์บี้ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด และบุกโค่นจ่าฝูง อาร์เซน่อล 3-2 ที่ เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
จริงๆ แล้ว การตัดสินรางวัลผู้จัดการทีมยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก เป็นการคัดเลือกหรือลงคะแนนโดยมนุษย์ โดยใช้ผลงานเป็นการอ้างอิง
พรีเมียร์ลีก มีการเปิดโหวตออนไลน์ให้กับสาธารณชน หรือแฟนบอลคนไหนอยากลงคะแนนก็สามารถทำได้ในระยะเวลาที่กำหนด
เพียงแต่คะแนนจำนวนนี้คิดเป็นแค่ 10 เปอร์เซนต์เท่านั้น เมื่อนำไปรวมกับคะแนนจากคณะกรรมผู้เชี่ยวชาญของพรีเมียร์ลีก อาทิ อลัน เชียเรอร์, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เอียน ไรท์, เซอร์ เคนนี่ ดัลกลิช เป็นต้น
คาร์ริค จึงกลายเป็นผู้จัดการทีม หรือเฮดโค้ชที่อยู่ในสถานะชั่วคราว ที่คว้ารางวัลนี้เป็นคนที่ 7 ต่อจาก ฟิล ธอมป์สัน (ลิเวอร์พูล 2 ครั้ง), ราฟาเอล เบนีเตซ (เชลซี), ไมค์ ฟีแลน (ฮัลล์), ดาร์เรน มัวร์ (เวสต์บรอมวิช), โอเล่ กุนนาร์ โซลชา (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด) และ ไมค์ แจ็คสัน (เบิร์นลี่ย์)
คาร์ริค ยังเป็นโค้ชชาวอังกฤษที่คว้ารางวัลนี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนเมษายน ปี 2024 ที่ ชอน ไดช์ รับสมัยคุมทีม เอฟเวอร์ตัน
เจ้าของรางวัลนี้มากที่สุดยังคงเป็นของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 27 สมัยแบบไร้เทียมทาน ทิ้งห่าง อาร์แซน เวนเกอร์ 15 สมัย และถูกไล่จี้มาโดย เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กับ เดวิด มอยส์ 11 สมัยเท่ากัน
คาร์ริค กลายเป็นผู้จัดการทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คนที่ 5 ที่คว้ารางวัลนี้ต่อจาก เฟอร์กูสัน, โซลชา, เอริค เทน ฮาก และ รูเบน อาโมริม เพิ่มยอดให้กับสโมสรเป็น 33 ครั้ง
และ คาร์ริค ก็ยังคงมีลุ้นบ้องอาถรรพ์นี้ต่อในเดือนกุมภาพันธ์