ย้อนกลับไป 20 ปีที่แล้ว อิตาลี คว้าแชมป์เวิลด์คัพ 2006 มาครองอย่างยิ่งใหญ่ รอบชิงชนะเลิศที่ดวลจุดโทษชนะ ฝรั่งเศส เต็มไปด้วยเรื่องเล่าระดับตำนาน
คู่กองกลางของ อิตาลี ชุดนั้น มีบทบาทสำคัญในการนำความสำเร็จมาสู่ทีมของ มาร์เชลโล่ ลิปปี้
อันเดรีย ปีร์โล่ ผู้ควบคุมจังหวะเกมแดนกลาง การเล่นที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยคุณภาพ ทุกครั้งที่ลูกบอลออกจากเท้า ครั้งแล้วครั้งเล่าถูกถ่ายทอดสู่สายตาแฟนบอล
ไม่มีใครสงสัยกับตำแหน่ง 'แมน ออฟ เดอะ แมตช์' ในรอบชิงชนะเลิศที่ เบอร์ลิน
คู่ขาของเขา ทำหน้าที่แผนกเก็บกวาด เป็นบทบาทที่ไม่ถูกพูดถึงมากนัก แต่ถือเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนั้น เจนนาโร่ กัตตูโซ่ กองกลางขาโหดที่คู่แข่งต้องขยาด
"คุณคือหนึ่งในลูกศิษย์ที่ดีที่สุดของผม" 20 ปีผ่านไป นี่คือคำชมปลุกเร้าที่ ลิปปี้ มอบให้กับ กัตตูโซ่
"เราคว้าแชมป์โลกร่วมกัน เราเป็นทีมเดียวกัน ข้างสนามคุณทำให้ผมนึกถึงตัวเองมาก ทั้งในเรื่องความเป็นตัวตน ความสัมพันธ์กับลูกทีม และวิสัยทัศน์ คุณทำให้ผมนึกถึงจริงๆ"
ลิปปี้ พา อิตาลี คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2006 โดยมี กัตตูโซ่ เป็นขุนพลคู่ใจ
สองทศวรรษผ่านไป กัตตูโซ่ ก้าวขึ้นมานั่งตำแหน่งของ ลิปปี้ และมีหน้าที่สำคัญ ต้องพา อิตาลี ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้
นับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2006 เป็นต้นมา อิตาลี ไม่ประสบความสำเร็จในฟุตบอลโลก 2010 และ 2014 ที่ตกรอบแรก หรือรอบแบ่งกลุ่ม ทั้งสองครั้ง
ที่หนักกว่านั้นคือความล้มเหลว เพราะฟุตบอลโลก 2018 และ 2022 อิตาลี ไม่ผ่านรอบคัดเลือก
เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นกับหนึ่งในมหาอำนาจลูกหนัง และแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเกิดขึ้นสองครั้งติดต่อกัน
ย้อนกลับไปในรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก 2018 อิตาลี โชคร้ายที่อยู่ร่วมกลุ่มกับ สเปน ทำให้ทีมของ จาน ปิเอโร่ เวนตูร่า ต้องหลุดมาเล่นเพลย์ออฟ
เกมแรกพลาดท่าบุกแพ้ที่ สวีเดน 0-1 เป็นผลการแข่งขันที่ทุกคนเชื่อว่า อิตาลี สามารถเอาคืนได้ไม่ยากเย็น
แต่เกมสองที่ ซาน ซีโร่ ท่ามกลางแฟนบอลกว่า 72,696 คน จบลงแบบไม่มีประตูเกิดขึ้น
เวนตูร่า กลายเป็นแพะรับบาปจากความล้มเหลวครั้งนั้น
4 ปีผ่านมา เหตุการณ์ซ้ำเดิมยังคงตามมาหลอกหลอน อิตาลี ภายใต้การคุมทีมของ โรแบร์โต้ มันชินี่
การพลาดจุดโทษของ จอร์จินโญ่ ในช่วงท้ายเกมที่ทำให้ได้แค่เสมอ สวิตเซอร์แลนด์ 1-1 และเกมสุดท้ายที่ทำได้แค่บุกเสมอ ไอร์แลนด์เหนือ 0-0 ทำให้ อิตาลี ต้องหลุดไปเล่นรอบเพลย์ออฟอีกแล้ว
ครั้งนี้รูปแบบการเพลย์ออฟเปลี่ยนไป อิตาลี เจองานหนักมีโอกาสต้องชิงตั๋วกับ โปรตุเกส ที่อยู่ในสายเดียวกัน
แต่กลับกลายเป็นว่า ไม่ต้องคิดไปไกลถึงรอบชิงฯ เพราะ อิตาลี มาเสียประตูสุดช็อกในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แพ้คาบ้านที่ ปาแลร์โม่ ต่อ นอร์ธ มาเซโดเนีย 0-1
เท่ากับว่า อิตาลี ไม่ได้สัมผัสเกมฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย มาตั้งแต่เกมแพ้ อุรุกวัย 0-1 เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2014
แม้ระหว่างนั้น อิตาลี ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ยูโร 2020 ในช่วงเวลาของ มันชินี่ แต่การพลาดเข้าร่วมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายถึงสองครั้งติดต่อกัน กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนจดจำมากกว่า
ในฟุตบอลโลก 2026 ใครจะคาดคิดว่า อิตาลี ต้องมาเล่นรอบเพลย์ออฟอีกแล้ว หลังจากพลาดท่าให้ นอร์เวย์ ที่ครั้งนี้เตรียมทีมมาดีมากๆ จบอันดับหนึ่งของกลุ่มในรอบคัดเลือก คว้าตั๋วลุยรอบสุดท้าย
คู่แข่งของ อิตาลี ดูเบาลงจากสองครั้งก่อนหน้านี้ การเจอกับ ไอร์แลนด์เหนือ ในรอบรองชนะเลิศ หากชนะจะเข้าไปชิงตั๋วกับผู้ชนะระหว่าง เวลส์ กับ บอสเนีย ที่ได้เปรียบในฐานะเจ้าบ้าน รอบชิงชนะเลิศ
ความหวังของแฟนบอลชาวอิตาลีทั้งประเทศตอนนี้ฝากเอาไว้ที่ กัตตูโซ่ ศิษย์มีครู ที่จะต้องไขกุญแจให้ถูกดอก ปลดล็อกพา อัซซูรี่ กลับสู่รอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก ให้ได้
แต่อุปสรรคที่หนักหนาเหนือสิ่งอื่นใด และยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ก็คือ 'ความกดดัน'