ปัญหาปืนฝืดของ เอซี มิลาน ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในซีซั่นนี้ แต่เป็นปัญหาที่สะสมมาหลายปีแล้ว แม้แต่ในฤดูกาล 2021-22 ที่คว้าสคูเด็ตโต้ก็ตาม
ซลาตัน อิบราฮิโมวิช คือคนสุดท้ายที่คว้ารางวัล 'คาโปคันโนนิเอเร่' หรือดาวซัลโวเซเรียอา ในฤดูกาล 2011-12 ก่อนหน้านั้นก็เป็น อันเดร เชฟเชนโก้ ฤดูกาล 2003-04
ตลอดสิบกว่าปีมานี้ มิลาน ขาดแคลนศูนย์หน้าที่สามารถซัลโวแบบถล่มทลายภายในหนึ่งซีซั่น เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการทำประตูสูงสุดของทีมในแต่ละปี
อย่างซีซั่น 2018-19 คริสตอฟ พิออนเท็ค ยิงได้มากที่สุดในทีมเพียง 11 ประตู, ซีซั่นต่อมา อันเต้ เรบิช ทำไป 12 ประตู เป็นตัวเลขที่เห็นแล้วน่าท้อใจสำหรับแฟนๆ รอสโซเนรี่
ฤดูกาลที่แล้ว คริสเตียน พูลิซิช คือดาวซัลโวของทีม 17 ประตู ทั้งที่บทบาทแท้จริงคือกองกลางตัวรุก หรือปีก ไม่ใช่ศูนย์หน้าตัวเป้าโดยธรรมชาติ
ในช่วงเวลา 3-4 ปีที่ผ่านมา มิลาน ลงทุนไปกับการซื้อกองหน้าไม่ใช่น้อย แต่ดูเหมือนจะเป็นการจ่ายเงินที่เสียเปล่า สะท้อนให้เห็นถึงแผนการเสริมทัพที่ล้มเหลวไม่เป็นท่า
ชาร์ลส์ เดอ เกเตลาเรอ 32 ล้านยูโรจาก คลับ บรูช ในปี 2022, โนอาห์ โอกาฟอร์ 14 ล้านยูโรจาก เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก ในปี 2023, อัลบาโร่ โมราต้า 13 ล้านยูโรจาก แอตเลติโก มาดริด ในปี 2024, ซานติอาโก้ คีเมเนซ 32 ล้านยูโรจาก เฟเยนูร์ด ในปี 2025 และรายล่าสุด คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู 37 ล้านยูโรจาก เชลซี
แทบไม่มีใครเลยที่ใกล้เคียงกับการตอบแทนค่าตัวที่ มิลาน ลงทุนจ่ายไป
ฤดูกาล 2025-26 มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ต้องเริ่มต้นกับศูนย์หน้าที่มีอยู่ในมือ คริสเตียน พูลิซิช, ราฟาเอล เลเอา และ ซานติอาโก้ คีเมเนซ ก่อนจะได้ เอ็นกุนกู เข้ามาเพิ่มในช่วงปลายเดือนสิงหาคม
เลเอา เริ่มต้นซีซั่นด้วยปัญหาบาดเจ็บ จากนั้นก็เป็นคิวของ คีเมเนซ จึงมีเพียง พูลิซิช ที่ทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอในระบบการเล่น 3-5-2 ของ อัลเลกรี
และเมื่อ พูลิซิช เผชิญช่วงเวลาที่ฟอร์มตกบวกกับปืนฝืด มิลาน จึงประสบปัญหาใหญ่ทันที
นับตั้งแต่เปลี่ยนปฏิทินมาเป็นปี 2026 พูลิซิช ยังทำประตูไม่ได้เลย มีเพียง 1 แอสซิสต์ จาก 14 เกมที่ลงเล่นในเซเรียอา สาเหตุหลักมาจากสภาพความฟิตที่ไม่เต็มร้อย
มีเพียงแค่ 3 เกมเท่านั้นที่ พูลิซิช อยู่ในสนามครบ 90 นาที และมีถึง 5 เกมที่ลงเล่นในฐานะตัวสำรอง
แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับผลงานในปี 2025 ของซีซั่นนี้ ที่ทำไป 8 ประตู กับ 2 แอสซิสต์จาก 11 เกมในเซเรียอา
เลเอา ที่ถูกมองว่าจะเป็นความหวังสูงสุดของทีม ก็เจอปัญหาทั้งในและนอกสนามในฤดูกาลนี้ กลายเป็นปัญหาที่ลุกลาม และอาจจบด้วยการขายทิ้งในช่วงซัมเมอร์นี้
สองกองหน้าค่าตัวแพงทั้ง คีเมเนซ 32 ล้านยูโร และ เอ็นกุนกู 37 ล้านยูโร ก็ไม่สามารถตอบแทนค่าตัวด้วยจำนวนประตู โดยเฉพาะศูนย์หน้าทีมชาติเม็กซิโกที่ยังยิงนับหนึ่งในเซเรียอาซีซั่นนี้ไม่ได้
ฝ่ายบริหารก็ล้มเหลวในการเสริมทัพในช่วงตลาดหน้าหนาว การเซ็นสัญญายืมตัว นิคลาส ฟึลล์ครุก ไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของ อัลเลกรี
ประตูเดียวของศูนย์หน้าชาวเยอรมัน จาก 16 เกมที่ลงเล่น ซึ่งเป็นการลงตัวจริงเพียง 3 เกม แสดงให้เห็นชัดเจนว่าไม่ใช่เป้าหมายในแบบที่ อัลเลกรี ต้องการ
ปัญหาบางอย่างของ มิลาน โดยเฉพาะเรื่องการเสริมทัพ บางครั้งก็ยากจะคาดเดาความคิดของฝ่ายบริหาร
หวังว่าจะได้รับบทเรียน (ซ้ำแล้วซ้ำเล่า) และทำให้การเสริมแดนหน้าในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้เข้าเป้ามากขึ้น