มาตรฐาน'วีเออาร์'ยังไม่เข้าตา

วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
80
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
วีเออาร์ ถูกจับตามองอย่างมากในเวทีใหญ่ เวิลด์คัพ 2026 หลังจากถูกวิจารณ์และก่อความผิดพลาดไม่น้อยในหลายลีกยุโรป ซีซั่นที่ผ่านมา

ผ่านรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2026 เหมือนเป็นบททดสอบด่านแรกของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ที่ต้องการรักษามาตรฐานในระดับสูงและสม่ำเสมอที่สุด สำหรับการทำหน้าที่ของผู้ช่วยผู้ตัดสินวีดีโอ หรือ วีเออาร์ 

ถึงตอนนี้ คะแนนความสามารถการทำงานของ วีเออาร์ ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีปานกลาง เพราะยังมีการตัดสินที่ค้านสายตาเกิดขึ้นหลายครั้ง ส่งผลต่อการให้ประตูหรือยกเลิกประตู
ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า อดีตผู้ตัดสินคนดัง ในฐานะหัวหน้าผู้ตัดสินของ ฟีฟ่า มองว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีการปะทะ แต่ไม่ใช่การปะทะทุกครั้งจะเป็นการฟาวล์
แนวทางของ ฟีฟ่า ในฟุตบอลโลก 2026 คือต้องการให้เกมไหลลื่นและเล่นด้วยความเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
เมื่อมีการปะทะรุนแรงเกิดมากขึ้น การทำหน้าที่ของ วีเออาร์ ก็ต้องปรับตาม แต่การกำหนดให้การตัดสินมีมาตรฐานเดียวกัน และมีความสม่ำเสมอ ถือเป็นเรื่องยากมากๆ
นี่คือปัญหาเดียวกับ พรีเมียร์ลีก ที่ยังแก้ไม่ตก
เพราะต่อให้ วีเออาร์ เข้ามามีบทบาทในเกมแล้ว ผู้ตัดสินก็ยังคงเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องตัดสินใจว่าจะแทรกแซงหรือไม่ จะกลับคำตัดสินหรือไม่
ซึ่งผู้ตัดสินแต่ละคนต่างมีความคิดและมุมมองที่ไม่เหมือนกัน แม้ ฟีฟ่า พยายามวางมาตรฐานเดียวกันก็ตาม
ประตูของ ลีรอย ซาเน่ ที่ยิงให้ เยอรมนี ขึ้นนำ เอกวาดอร์ 1-0 มาจากจังหวะที่ อเล็กซานดาร์ พาฟโลวิช ยกเท้าสูงสะกิดบอลตัดหน้า เปโดร วีเต้ ที่ใช้ศีรษะพยายามเล่นบอลโดยไม่ได้ก้มหัวหรือย่อตัวด้วยซ้ำ
จังหวะนี้ชัดเจนมากว่า วีเออาร์ จะเข้ามาแทรกแซง และมีโอกาสถูกยกเลิกประตูสูง แต่ทุกคนก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นผู้ตัดสินหญิงชาวอเมริกัน โทรี่ เพนโซ่ ยืนยันคำตัดสินเดิมว่าเป็นประตู
การแทรกแซงของ วีเออาร์ จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมีความเห็นตรงกันข้ามกับคำตัดสินที่เกิดขึ้นในสนาม แต่หากลังเลหรือไม่แน่ใจ ก็จะยืนตามคำตัดสินเดิม
และในเกมเดียวกัน จุดโทษของ ไค ฮาแวร์ตซ์ ถูกยกเลิก หลังจาก วีเออาร์ แทรกแซง โดยย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ตรงกลางสนามที่ เอกวาดอร์ ถูกทำฟาวล์ก่อน
จริงๆ แล้ว วีเออาร์ ไม่ควรต้องทำหน้าที่เลยด้วยซ้ำ หากผู้ตัดสินในสนามไม่ทำหน้าที่ต่ำกว่ามาตรฐาน
ในเกมที่ บราซิล ชนะ สกอตแลนด์ 3-0 วินิซิอุส จูเนียร์ ถูกริบไปหนึ่งประตูที่ยิงได้ หลังจาก วีเออาร์ แทรกแซง และผู้ตัดสินพิจารณาว่า วินิซิอุส ไปฟาวล์ แจ็ค เฮนดรี้
ทั้งที่การสะกิดเท้ากันเล็กน้อย ดูเหมือนกองหลัง สกอตแลนด์ เป็นคนไปเตะแล้วล้มเองด้วยซ้ำ
ในเกมที่ อังกฤษ เสมอ กานา 0-0 หลังจบเกม คาร์ลอส เคยรอซ ถึงกับประชดว่า "สงสัยผู้ตัดสิน วีเออาร์ คงไปดื่มกาแฟ" เมื่อ กานา ถูกปฏิเสธลูกจุดโทษ
จังหวะดังกล่าวดูเหมือนว่า เอซรี่ คอนซ่า เสียท่าให้กับ พรินซ์ ควาเบน่า อาดู ในจังหวะกำลังจะดวลกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด แต่นอกจากผู้ตัดสินในสนามชาวฮอนดูรัสไม่เป่าฟาวล์แล้ว ก็ยังไม่มีการแทรกแซงจาก วีเออาร์ ด้วย
ในเกมที่ ฝรั่งเศส พบกับ เซเนกัล ก็มีเหตุการณ์ชวนสงสัย คีลียัน เอ็มบัปเป้ ปะทะกับ ซาดิโอ มาเน่ แม้ วีเออาร์ แนะนำให้ตรวจสอบ แต่ผู้ตัดสินปฏิเสธ
จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในรอบแบ่งกลุ่ม คอลลิน่า ยอมรับว่า ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำร่วมกับผู้ตัดสินวีเออาร์ทั้ง 30 คนที่ศูนย์ปฏิบัตการในดัลลัส
แนวคิดดั้งเดิมของ วีเออาร์ คือต้องการแทรกแซงให้น้อยที่สุด แต่ในความเป็นจริงทำได้ยากมาก
เพราะปัญหาต่างๆ จะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นน้อย หากการตัดสินในสนามถูกต้องตั้งแต่แรก
แต่การรักษามาตรฐานการตัดสินให้สูงเป็นไปได้ยาก เมื่อต้องร่วมงานกับผู้ตัดสินจากทุกทวีปทั่วโลก ซึ่งต้องยอมรับว่ามาตรฐานสูงสู้ผู้ตัดสินจากยุโรปไม่ได้
ก็ได้แต่หวังว่าเมื่อฟุตบอลโลก 2026 เข้าสู่รอบน็อกเอาท์ การตัดสินต่างๆ จะเป็นไปอย่างราบรื่น และปราศจากคำตัดสินที่ค้านสายตา โดยเฉพาะในรอบลึกๆ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด