แผนการที่มาพร้อมความเสี่ยง

วันเสาร์ที่ 08 สิงหาคม 2569 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
67
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
หนึ่งทศวรรษที่แล้ว แฟนๆ เดอะ แม็กพายส์ คงไม่มีใครคาดคิดว่าต้องตกชั้นจากพรีเมียร์ลีก แม้มีสัญญาณเตือนดังขึ้นในหนึ่งฤดูกาลก่อนหน้า

ผ่านไป 10 ปี นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กำลังเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่ กับการเสียผู้เล่นที่ดีที่สุดของทีมไป 3 คน

แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกที่ถูกจับเล่นกองหน้าบ่อยครั้ง และยิงไปมากถึง 17 ประตูเป็นดาวซัลโวของทีมซีซั่นที่ผ่านมา ย้ายไป บาร์เซโลน่า ค่าตัวเฉียดๆ 70 ล้านปอนด์
ซานโดร โตนาลี่ กองกลางชาวอิตาลี ที่อยู่ในฟอร์มที่ดี ย้ายไป ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เบ็ดเสร็จ 100 ล้านปอนด์
และกำลังจะตามด้วย บรูโน่ กีมาไรช์ กัปตันทีมที่ อาร์เซน่อล ยอมจ่าย 75 ล้านปอนด์
แค่สามคนนี้นำรายรับเข้าสู่สโมสรมากถึงเฉียดๆ 250 ล้านปอนด์
ความคาดหวังของแฟนๆ คงต้องการเห็น 'บิ๊กเนม' อย่างน้อยหนึ่งคนเข้ามาทดแทนตัวรุกริมเส้นหรือกองกลาง
อย่างไรก็ตาม แนวทางของสโมสรกลับเลือกที่จะลงทุนกับผู้เล่นอายุน้อย
บาซูมาน่า ตูเร่ ปีกทีมชาติไอวอรี่โคสต์วัย 21 ปี ถูกดึงมาแทนที่ กอร์ดอน
ชอน สเตอร์ กองกลางชาวดัตช์วัย 19 ปี ถูกดึงมาแทนที่ โตนาลี่
และ อาลาชี บัมบา กองกลางตัวรับวัย 20 ปี ถูกดึงมาแทนที่ กีมาไรช์
ไม่มีใครตอบได้ว่า สามคนนี้จะใช้เวลาช้าหรือเร็วในการปรับตัวเข้ากับฟุตบอลพรีเมียร์ลีก และต้นสังกัดใหม่
ไม่เพียงแค่ปัญหาเรื่องผู้เล่น แต่ผู้จัดการทีมหรือเฮดโค้ชก็ยังเปลี่ยนแปลงจาก เอ็ดดี้ ฮาว ที่ตัดสินใจลาออก มาเป็น มัทธีอัส ไยส์เล่อ โค้ชชาวเยอรมันที่อยู่ในวัยเริ่มต้นของอาชีพ 38 ปี
นิวคาสเซิ่ล แสดงออกถึงแนวทางที่ชัดเจนของสโมสร การเลือกเซ็นสัญญากับผู้เล่นดาวรุ่ง และเฮดโค้ชสายเลือดใหม่ที่ยังไม่เคยผ่านประสบการณ์ระดับ 5 ลีกใหญ่ของยุโรปมาก่อน
ที่สำคัญ หน้าที่หลักคือการสร้างทีมจากขุมกำลังที่มีอยู่
ส่วนเรื่องการย้ายเข้า-ออกของผู้เล่น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ที่มีการแต่งตั้ง เดวิด ฮ็อปกินสัน ดำรงตำแหน่งประธานบริหารเมื่อปีที่แล้ว เช่นเดียวกับ รอสส์ วิลสัน ตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬา
ฮ็อปกินสัน กับ วิลสัน มีส่วนร่วมและส่วนสำคัญในการเลือก ไยส์เล่อ เป็นเฮดโค้ชคนใหม่
การดำเนินการต่างๆ จนถึงขั้นตอนการแต่งตั้งไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นจนเกินไปสำหรับ นิวคาสเซิ่ล เพราะต้นสังกัดของ ไยส์เล่อ คือ อัล อาห์ลี สโมสรซาอุดิอาราเบีย
ทั้ง นิวคาสเซิ่ล และ อัล อาห์ลี ต่างอยู่ภายใต้การบริหารของ พับลิก อินเวสต์เมนท์ ฟันด์ กองทุนเพื่อการลงทุนสาธารณะแห่งชาติของซาอุดิอาราเบีย ที่ถือครองหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสร
ไยส์เล่อ ที่ในฐานะนักฟุตบอล เล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กให้กับ ฮอฟเฟนไฮม์ ระหว่างปี 2007-2014 ต้องยุติเส้นทางอย่างรวดเร็วในวัย 25 ปี เพราะปัญหาบาดเจ็บเรื้อรัง
จากนั้น สามปีต่อมา ไยส์เล่อ ก็เลือกเดินเส้นทางสายโค้ช
ไยส์เล่อ เริ่มต้นก้าวแรกจากการเป็นผู้ช่วยผู้จัดการทีมที่ บรอนด์บี้ สโมสรเดนมาร์ก ระหว่างปี 2017-2019 จากนั้นก็ขยับไปคุมทีมยู-18 ของ เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก
การคุมทีมเต็มตัวสโมสรแรกคือ ลีเฟอริง ในลีกรองออสเตรีย ในวัย 32 ปี จากนั้นก็ก้าวสู่สโมสรเก่า ซัลซ์บวร์ก ในฐานะเฮดโค้ชของทีมชุดใหญ่
ไยส์เล่อ พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ออสเตรีย บุนเดสลีกา และออสเตรีย คัพ ฤดูกาล 2021-22 และคว้าแชมป์ลีกได้อีกสมัยในฤดูกาล 2022-23
จากนั้น ไยส์เล่อ ก็เลือกความท้าทายใหม่ อัล อาห์ลี ในลีกซาอุดิอาราเบีย ช่วงเวลาที่กำลังบูม
การท้าทายแชมป์ลีกแข่งกับ อัล ฮิลาล, อัล อิตติฮัด และ อัล นาสเซอร์ อาจเป็นเรื่องยากเกินไป
แต่ ไยส์เล่อ ทำสิ่งที่เกินคาดกว่านั้นคือการคว้าแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก อีลิท รายการใหญ่สุดของทวีปเอเชียได้สองซีซั่นติดต่อกัน
หน้าที่หลักที่ นิวคาสเซิ่ล ต้องการจาก ไยส์เล่อ คือการพัฒนาผู้เล่นชุดปัจจุบันที่มีอยู่ในมือ ซึ่งอายุเฉลี่ยของผู้เล่นชุดนี้ลดลงอย่างมาก
แม้ ไยส์เล่อ มีช่วงเวลาปรีซีซั่นที่ไม่เต็มที่ แต่ก็ยังเหลือเกมอุ่นเครื่องอีก 4 เกม
ก่อนเปิดซีซั่น 2026-27 แบบหนักหน่วง เปิดบ้านรับมือ ลิเวอร์พูล ต่อด้วยบุกเยือน ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
การเดิมพันครั้งสำคัญของ นิวคาสเซิ่ล หากเริ่มต้นได้ดี ก็จะสร้างความมั่นใจให้กับ ไยส์เล่อ และทุกคนในทีม
แต่ถ้าผ่านครึ่งซีซั่น ผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่ต้องการ นิวคาสเซิ่ล ก็อาจเผชิญความเสี่ยงครั้งใหญ่เหมือนอย่างที่ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ต้องเจอซีซั่นที่ผ่านมา

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด