ซื้อแพง...ก็ขายแพง คิดง่ายแต่ทำยาก

วันพุธที่ 26 สิงหาคม 2569 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
125
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ตลาดซื้อขายซัมเมอร์ปี 2026 เหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะปิดทำการ สิ่งที่ได้เห็นแบบชัดเจนก็คือ การย้ายทีมด้วยค่าตัวที่สูงเกินจริง หรือ 'Overpriced'

ค่าตัวของผู้เล่นโดยเฉพาะระดับพรีเมียร์ลีก ถูกกำหนดเอาไว้สูงเกินราคาตลาดที่ประเมินเอาไว้ และสูงเกินคุณภาพฝีเท้าที่ทุกคนมองเห็น และพอจะคาดเดาได้

และในเมื่อการตั้งราคาขายสูงเกินจริง ทำไมการซื้อก็ยังคงเกิดขึ้น?
สิ่งที่มองเห็นได้จากสโมสรใหญ่ๆ ก็คือ เมื่อคุณซื้อเข้าแพง การขายออกก็แพงเช่นกัน นั่นทำให้การย้ายทีมแบบสลับขั้วไปมาเกิดขึ้นรัวๆ ในช่วงโค้งสุดท้าย
และสามารถทำได้โดยไม่ต้องกังวลมากนัก เรื่องการละเมิดกฏพีเอสอาร์ของพรีเมียร์ลีก
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นหนึ่งในสโมสรที่ทำเรื่องน่าทึ่งในตลาดซื้่อขายรอบนี้ โดยเฉพาะการขายผู้เล่นในราคาที่สูงปรี๊ด ทั้งที่หลายคนเป็นตัวสำรอง และไม่เหลือพื้นที่ว่างให้ในฤดูกาล 2026-27
นับตั้งแต่เริ่มเดือนสิงหาคม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาย เจมส์ แทร็ฟฟอร์ด ผู้รักษาประตูมือ 2 ไปให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด ค่าตัว (ตามคาด) 45 ล้านปอนด์ ทำกำไรอย่างมากจากตอนซื้อกลับมาจาก เบิร์นลี่ย์ 27 ล้านปอนด์ (ตัวเลขหลังหักส่วนแบ่ง)
โรดรี้ กองกลางกัปตันทีมชาติสเปน ที่เพิ่งชูโทรฟี่เวิลด์คัพ 2026 สดๆ ร้อนๆ ถูก บาร์เซโลน่า ตามจีบอย่างหนัก จนในที่สุดก็โอเคค่าตัว (ตามคาด) 65.4 ล้านปอนด์
มีกำไรเล็กน้อยจากตอนที่ซื้อมาจาก แอตเลติโก มาดริด เมื่อปี 2019 ตามค่าฉีกสัญญา 62.6 ล้านปอนด์ คุ้มค่ามากๆ เมื่อได้ใช้งานไป 7 ปี ประสบความสำเร็จร่วมกันมากมาย และที่สำคัญสัญญาปัจจุบันกำลังเข้าสู่ปีสุดท้าย
ทิจจานี่ ไรน์เดอร์ส มิดฟิลด์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ย้ายจาก เอซี มิลาน เมื่อปีที่แล้ว ค่าตัว (ตามคาด) 46.5 ล้านปอนด์ ผ่านปีแรกผลงานแค่ประคองตัว ไม่มีอะไรโดดเด่น
ดังนั้นเมื่อมีข้อเสนอจาก อัล คัดเซียห์ สโมสรซาอุดิอาราเบีย ที่ 52 ล้านปอนด์ จึงรีบคว้าเอาไว้อย่างไม่ต้องสงสัย
ซาวินโญ่ ปีกบราซิล กลายเป็นตัวเลือกสำรองลำดับท้ายๆ ในซีซั่นที่ผ่านมา หลังจากปฏิเสธข้อเสนอจาก ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เมื่อปีที่แล้ว
แผนการของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คือการขาย ซาวินโญ่ ให้ได้ราคา ใครแข็งแกร่งกว่าในการต่อรองราคาคือผู้ชนะ สุดท้าย สเปอร์ส ยอมจ่ายสูงถึง 75 ล้านปอนด์ ที่อาจเพิ่มเป็น 85 ล้านปอนด์ด้วย
กำไรเกินหนึ่งเท่าตัว จากตอนซื้อมาในราคา (ตามคาด) 30.8 ล้านปอนด์ กลายเป็นผู้เล่นที่ทำลายสถิติขายออกแพงสุดของสโมสร ที่เคยเป็นของ ฮูเลียน อัลวาเรซ
นีโก้ กอนซาเลซ กองกลางชาวสเปน ก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน แม้ แบร์นาร์โด้ ย้ายออก โรดรี้ ย้ายออก ไรน์เดอร์ส ย้ายออก แต่ นีโก้ ก็ไม่ได้ถูกมองว่าดีพอที่จะเป็นตัวแทน
และเมื่อมีข้อเสนอที่ดีพอจาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด (ตามคาด) 48 ล้านปอนด์ ที่อาจเพิ่มเป็น 52 ล้านปอนด์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงพอใจแล้ว หลังจากจ่าย 50 ล้านปอนด์ไปเมื่อ 18 เดือนก่อน
อีกคนที่กำลังจะย้ายออกตามไปก็คือ โอมาร์ มาร์มูช กองหน้าทีมชาติอียิปต์ เป็นอีกหนึ่งคนที่ชัดเจน หลังจากผ่านซีซั่นที่แล้วด้วยการนั่งสำรองเสียเป็นส่วนใหญ่
ตามรายงานระบุว่า ข้อตกลงของ สเปอร์ส คือยืมตัวตลอดฤดูกาล 2026-27 และมีเงื่อนไขบังคับซื้อขาดหลังจากนั้นที่ตัวเลข 60 ล้านปอนด์ ยังคงทำกำไรเล็กน้อย จากตอนจ่าย 59 ล้านปอนด์ ต้นปี 2025
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงเป็นสโมสรตัวอย่างของการดำเนินธุรกิจในตลาดซื้อขายที่น่าทึ่ง
เพราะไม่เพียงแค่การทำกำไรมากบ้างน้อยบ้าง กับผู้เล่นที่ส่วนใหญ่กลายเป็นส่วนเกินของสโมสรไปแล้ว แต่สิ่งสำคัญมากกว่านั้นคือการตัดภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องค่าเหนื่อย และนำไปต่อยอดซื้อผู้เล่นใหม่แทน
ในช่วงเวลาไม่กี่วันสุดท้ายของตลาดซัมเมอร์ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จึงน่าจะมีผู้เล่นใหม่ระดับ 'บิ๊กเนม' เข้ามาเพิ่มอีก ต่อจาก อายยุบ บูอัดดี้
และเมื่อตลาดปิด ก็เป็นเรื่องของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า แล้วว่าจะสร้างทีมชุดใหม่ออกมาได้ดีแค่ไหน ผลการแข่งขันจะเป็นหลักในการตัดสิน ตามด้วยผลงานและฟอร์มการเล่น

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด