เรื่องน่าสนใจหลังตลาดปิด

วันพุธที่ 02 กันยายน 2569 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
249
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เมื่อ 'เงิน' ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเสริมทัพอีกต่อไป พรีเมียร์ลีก จึงทำลายสถิติในตลาดซื้อขายซัมเมอร์เป็นปีที่สองติดต่อกัน

การย้ายทีมที่มีตัวเลขการใช้เงินรวม 475 ล้านปอนด์ เฉพาะวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายเพียงวันเดียว เพิ่มขึ้นและทิ้งขาดปีที่แล้วที่ใช้จ่ายไป 391 ล้านปอนด์

และการย้ายทีมที่เกิดขึ้นในวันเดดไลน์ ทำให้ยอดใช้จ่ายแซงสถิติเดิม 3,140 ล้านปอนด์เมื่อ 12 เดือนที่แล้ว และไปจบที่ 3,460 ล้านปอนด์
เป็นการทำลายสถิติการใช้จ่ายในตลาดซัมเมอร์เป็นปีที่สองติดต่อกัน และยิ่งตอกย้ำจากตัวเลข 125 ล้านปอนด์ที่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ย้ายจาก เชลซี ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้
แม้ตัวเลขค่าตัวการย้ายทีมส่วนใหญ่ไม่เป็นที่เปิดเผยจากสโมสรต่างๆ แต่นี่คือข้อมูลที่มาจาก ฟุตบอลทรานส์เฟอร์ส เว็บไซต์ที่ได้รับความเชื่อถือ
ความน่าสนใจของตลาดซัมเมอร์ปี 2026 คือมีผู้เล่นมากถึง 5 คนที่ย้ายด้วยค่าตัวทะลุ 100 ล้านปอนด์
ซานโดร โตนาลี่ จาก นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไป ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 100 ล้านปอนด์
บรัดเลย์ บาร์โกล่า จาก ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ไป ลิเวอร์พูล 107 ล้านปอนด์
เอลเลียต แอนเดอร์สัน จาก น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 116 ล้านปอนด์
มอร์แกน โรเจอร์ส จาก แอสตัน วิลล่า ไป เชลซี 117 ล้านปอนด์
และ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จาก เชลซี ไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 125 ล้านปอนด์

มอร์แกน โรเจอร์ส

โดยสามอันดับแรก แอนเดอร์สัน, โรเจอร์ส และ เฟร์นานเดซ ได้กระโดดเข้าสู่ 10 อันดับแรก ผู้เล่นค่าตัวแพงสุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล ซึ่งเกิดขึ้นจากสโมสรพรีเมียร์ลีกทั้งหมด
และเมื่อรวบรวม 20 อันดับการย้ายทีมด้วยค่าตัวแพงสุดในช่วงซัมเมอร์นี้ มาจากพรีเมียร์ลีกมากถึง 14 ผู้เล่น
แม้แต่ อิปสวิช ทาวน์ สโมสรน้องใหม่ที่เพิ่งเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีก ยังใช้เงินเสริมทัพผู้เล่นใหม่ไปมากกว่าสโมสรใหญ่ยุโรปอย่าง บาร์เซโลน่า, เอซี มิลาน, ยูเวนตุส และ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ด้วยซ้ำ
การย้ายทีมของ เฟร์นานเดซ ในวันสุดท้ายของตลาดซัมเมอร์ ทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลายเป็นสโมสรที่ใช้จ่ายมากที่สุด 458 ล้านปอนด์
เป็นการทำลายสถิติของพรีเมียร์ลีก แซงหน้า ลิเวอร์พูล ที่จ่ายไป 415 ล้านปอนด์ เมื่อตลาดซัมเมอร์ปีที่แล้ว
แต่หากวัดกันที่ปริมาณ ฮัลล์ ซิตี้ สโมสรน้องใหม่ที่เลื่อนชั้นขึ้นมาเป็นทีมสุดท้าย เสริมทัพผู้เล่นใหม่ไปมากถึง 18 คน โดย 6 คนเกิดขึ้นในวันสุดท้าย
ทุกสโมสรพรีเมียร์ลีกต่างแสดงให้เห็นว่า การใช้จ่ายเพื่อเสริมทัพเป็นเรื่องสำคัญที่อาจส่งผลต่อการตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาล และเข้าใจดีถึงค่าตัวของผู้เล่นที่เพิ่มขึ้นในทุกๆ ปี

ซานโดร โตนาลี่

11 จาก 20 สโมสรพรีเมียร์ลีก ทำลายสถิติซื้อเข้าแพงสุดในช่วงซัมเมอร์ปีนี้ โดย 6 จาก 11 สโมสร ทำลายสถิติในตลาดรอบนี้รอบเดียวมากกว่าหนึ่งครั้งด้วย
โคเวนทรี, อิปสวิช และ ฮัลล์ ซึ่งในอดีตใช้จ่ายเงินไม่มากนัก มาตลาดรอบนี้ทำลายสถิติตัวเองถึง 4 ครั้ง
และที่น่าสนใจในตลาดซัมเมอร์นี้ก็คือ การย้ายทีมกันเองระหว่างสโมสรพรีเมียร์ลีก เห็นได้จาก 4 ใน 5 การย้ายทีมที่มีค่าตัวทะลุ 100 ล้านปอนด์
เมื่อนับรวมการย้ายทีมที่มีการจ่ายค่าตัวในตลาดซัมเมอร์นี้ เป็นการย้ายระหว่างสโมสรพรีเมียร์ลีกกันเองมากถึง 35 เปอร์เซนต์ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 30 เปอร์เซนต์
ขณะที่ตัวเลขการซื้อผู้เล่นจากลีกรองลงมาของอังกฤษ ก็เพิ่มขึ้นเป็น 44 เปอร์เซนต์
แสดงให้เห็นว่า สโมสรพรีเมียร์ลีกต่างต้องการผู้เล่นที่มีประสบการณ์ในลีกฟุตบอลอังกฤษอยู่แล้ว และต้องการลดความเสี่ยงสำหรับผู้เล่นค่าตัวแพงที่ย้ายมาแล้วปรับตัวไม่ได้
นั่นคือแนวทางที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มใช้ตั้งแต่ปีที่แล้ว และให้ความสำคัญมากขึ้นในปีนี้ 
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ก็จ่ายหนักทะลุ 300 ล้านปอนด์ กับสามผู้เล่นที่พิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกแล้ว ขณะที่ เชลซี ก็เซ็นสัญญากับผู้เล่นจากสโมสรพรีเมียร์ลีกมากถึง 5 คน
คาดว่าตลาดหน้าหนาว และตลาดซัมเมอร์ปีหน้า หลายสโมสรก็คงยึดมั่นแนวทางนี้ต่อ

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})