เกือบทุกช่วงตลาดซื้อขาย จะมีการย้ายทีมที่ล้มเหลวเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติ แต่มีเพียงไม่กี่รายที่เกิดขึ้นในขั้นตอนสุดท้าย
ในอดีต อาเดรียน ซิลวา ผ่านขั้นตอนทุกอย่างครบถ้วนแล้ว แต่พลาดย้ายจาก สปอร์ติ้ง ไป เลสเตอร์ เพราะส่งเอกสารไปยังสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ช้ากว่าเส้นตายไป 14 วินาที
ชูเอา ปาลินญ่า บรรลุข้อตกลงกับ บาเยิร์น มิวนิค บินไปเยอรมนีเพื่อตรวจร่างกายเรียบร้อย เตรียมเซ็นสัญญาและเปิดตัวในวันสุดท้าย แต่ ฟูแล่ม กลับล้มเลิกข้อตกลงทั้งหมด ด้วยเหตุผลง่ายๆ ไม่สามารถหาตัวแทนได้ทันเวลา
และในช่วงตลาดซัมเมอร์ (ของหลายลีกใหญ่) ที่เพิ่งปิดทำการไปเมื่อวันที่ 1 กันยายน เกิดขึ้นกับ โฟลาริน บาโลกุน
เอฟเวอร์ตัน บรรลุข้อตกลงกับ โมนาโก เพื่อคว้าตัว บาโลกุน โดยสโมสรพรีเมียร์ลีกเตรียมแผนการทุกอย่างอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะดำเนินการทุกอย่างเสร็จทันเส้นตาย
แผนการแรกคือการจัดหาเครื่องบินส่วนตัว เพื่อให้ บาโลกุน มาถึงอังกฤษในช่วงเช้าวันอังคารที่ 1 กันยายน
ตามรายงานจาก บีบีซี สปอร์ต อ้างว่า บาโลกุน ร้องขอให้เที่ยวบินช่วงเช้าเลื่อนเวลาออกไป ซึ่งเวลาเดินทางใหม่ได้ส่งผลกระทบต่อการตรวจร่างกายที่วางแผนเอาไว้หมดแล้ว
นั่นคือสัญญาณแรกที่ไม่สู้ดีนัก ก่อนพบปัญหาบางอย่างจากผลตรวจร่างกาย
เดิมที โมนาโก และ บาโลกุน ยืนยันชัดเจนว่าปราศจากอาการบาดเจ็บ และพร้อมลงสนามทันทีในเกมสุดสัปดาห์ที่จะถึง แต่ผลตรวจกลับพบปัญหา ในช่วงเวลาที่ล่าช้าออกไปจากกำหนดเดิม
เอฟเวอร์ตัน จึงเปิดการเจรจากับ โมนาโก เพื่อหาข้อตกลงใหม่ ลดก้อนหลักที่การันตีจ่ายลง และเพิ่มส่วนเสริมขึ้นอยู่กับจำนวนเกมที่ลงสนาม แต่ยังคงตัวเลขรวมเท่าเดิมประมาณ 40 ล้านปอนด์
โมนาโก เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เอฟเวอร์ตัน ต้องการลดความเสี่ยงลง แต่ก็ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้ข้อตกลงเสร็จสิ้น และเซ็นสัญญากับ บาโลกุน ให้ได้ หลังจากได้รับการผ่อนผันเรื่องเวลาไปอีกสองชั่วโมงหลังผ่านเส้นตาย
ที่สำคัญคือ ข้อตกลงส่วนตัวระหว่าง เอฟเวอร์ตัน กับ บาโลกุน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อการดำเนินการมาถึงขั้นตอนสุดท้าย นั่นก็คือการเซ็นสัญญา บาโลกุน เกิดเปลี่ยนใจ แจ้งกับ เอฟเวอร์ตัน ว่าไม่ต้องการย้ายทีมแล้ว และเดินทางกลับ โมนาโก ทันที
การตัดสินใจอย่างกะทันหันของ บาโลกุน เกิดขึ้นเพราะรู้สึกว่าตนเองถูกปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสม
แม้เป็นเรื่องระหว่างสองสโมสร แต่ศูนย์หน้าทีมชาติสหรัฐอเมริการู้สึกไม่ดีกับท่าทีของ เอฟเวอร์ตัน ที่ดำเนินการทาบทาม โจชัว เซิร์กเซ่ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน และการต่อรองข้อตกลงใหม่ในนาทีสุดท้าย
ถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่า อนาคตของ บาโลกุน จะไม่ได้อยู่ที่ โมนาโก อีกต่อไปแล้ว แม้ซีซั่นที่แล้วเป็นดาวซัลโวประจำทีม 19 ประตูรวมทุกรายการ
แต่ฤดูกาล 2026-27 โมนาโก เตรียมรับมือกับการสูญเสีย บาโลกุน เอาไว้แล้ว และกำลังพอใจผลงานของ พาริส บรุนเนอร์ ที่ยิงไปแล้ว 4 ประตู กับ มิก้า บีเร็ธ ที่ยิงไปแล้ว 2 ประตู
ที่สำคัญ โมนาโก ภายใต้การคุมทีมของเทรนเนอร์คนใหม่ ฟีลีเป้ ลุยส์ เริ่มต้นด้วยการชนะทั้ง 5 เกมแรก เป็นการชนะรวด 3 เกมในลีกเอิง และผ่านรอบเพลย์ออฟ ยูฟ่า คอนเฟอเรนซ์ ลีก ด้วยชัยชนะทั้ง 2 เกม
โมนาโก แสดงความชัดเจนด้วยการไม่ใส่ชื่อ บาโลกุน ลงเล่นเกมยุโรปในซีซั่นนี้ โดย ติอาโก้ สกูโร่ ผู้อำนวยการกีฬา ยังเปิดรับทุกความเป็นไปได้ที่จะขายศูนย์หน้าวัย 25 ปีออกในช่วงซัมเมอร์นี้
เพราะถึงแม้ตลาดซื้อขายลีกใหญ่ปิดทำการไปหมดแล้ว แต่ยังเหลือลีกมหาเศรษฐีอย่างซาอุดิอาราเบียที่ตลาดซื้อขายยังเปิดอีกร่วมเดือน