นับตั้งแต่ซีซั่นที่แล้วเป็นต้นมา ไมเคิ่ล คาโยเด้ พัฒนาตัวเองจนกลายเป็นแบ็กขวาระดับแถวหน้าของพรีเมียร์ลีก และตอนนี้กำลังก้าวสู่ขั้นบันไดที่สูงขึ้น
44 เกมรวมทุกรายการในฤดูกาล 2025-26 และ 7 เกมรวมทุกรายการ หรือลงเล่นครบทุกเกมในช่วงต้นซีซั่นนี้
ทำให้ชื่อของ คาโยเด้ โผล่อยู่ในทีมชาติอิตาลีชุดแรกของ โรแบร์โต้ มันชินี่ นับตั้งแต่กลับมาคุมทัพรอบสอง
จริงๆ แล้วการมีชื่อติดทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับวงการฟุตบอลอิตาลี
และไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายของแบ็กขวาสายเลือดไนจีเรีย ที่เกิดและโตที่ บอร์โกมาเนโร่ ในจังหวะโนวาร่า ประเทศอิตาลี
เพราะในอดีต คาโยเด้ ถูกจับตามองและคาดการณ์ว่าจะก้าวขึ้นทีมชาติชุดใหญ่ในไม่ช้า หลังจากมีบทบาทในทีมชุดใหญ่ของ ฟิออเรนตินา เมื่อปี 2023 และรับใช้ทีมชาติอิตาลี ชุดยู-21 ในช่วงเวลานั้น
แต่การย้ายไป เบรนท์ฟอร์ด ในพรีเมียร์ลีก ช่วงต้นปี 2025 ทำให้การเดินทางขึ้นสู่ทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ถูกชะลอเอาไว้
หลังจากปรับตัวเข้ากับฟุตบอลอังกฤษได้ คาโยเด้ ก็ได้รับโอกาสลงสนามอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง
ในช่วงต้นซีซั่นนี้ คาโยเด้ มีบทบาทสำคัญในทีมของ คีธ แอนดรูว์ส จากการลงสนามครบทั้ง 7 เกมแรก เป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีก 4 เกม และคาราบาวคัพ 1 เกม
คาโยเด้ ยิงประตูได้ตั้งแต่เกมแรกที่ชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 3-0 และทำผลงานยอดเยี่ยมในชัยชนะเหนือ เชลซี 3-0 ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายก่อนเบรคทีมชาติ
"ผมไม่รู้เรื่องการถูกเรียกติดทีมชาติอิตาลีก่อนเกม (พบกับ เชลซี) ผมมาเห็นทางโทรศัพท์ตอนจบเกมแล้ว"
"เป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก โดยเฉพาะหลังจากชัยชนะครั้งใหญ่แบบนั้น"
"มีฟูลแบ็กหลายคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผม แต่คนสำคัญคือ (เปาโล) มัลดินี่ ผมชอบการเล่นเกมรับ และผมเชื่อว่าเขาคือผู้เล่นที่โดดเด่นกว่าใครๆ ในกีฬานี้ทั่วโลก"
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สมาคมฟุตบอลไนจีเรีย มีแผนที่จะเรียกนักฟุตบอลที่เกิดและโตในต่างแดนมาติดทีมชาติ เห็นได้จากผู้เล่นหลายคนที่เกิดและโตในอังกฤษ
คาโยเด้ ก็เป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ ไนจีเรีย ติดต่อทาบทามเช่นกัน แต่การหันหลังให้กับ อิตาลี ไม่เคยอยู่ในความคิด
"เป็นการตัดสินใจที่ง่ายมาก ผมผ่านการเล่นกับทีมเยาวชนทุกระดับที่นี่มาแล้ว (ยู-18, ยู-19, ยู-21) ไนจีเรีย ติดต่อมาหาผม แต่ผมไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยนทีมชาติเลย"
"ผมคิดว่า อิตาลี เป็นทีมชาติที่ยิ่งใหญ่เสมอ การเล่นให้กับทีมนี้ถือเป็นเกียรติอย่างสูง" คาโยเด้ ผู้ยิงประตูชัยในรอบชิงชนะเลิศ คว้าแชมป์ยูโร ยู-19 ในปี 2023 กล่าว
จุดเปลี่ยนสำคัญในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพคือการย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีก แม้มีความสนใจจากสโมสรใหญ่เซเรียอาเช่นกัน
"ผมมองดูโอกาสที่ผมมี ผมคิดว่าแทบทุกคนมีความทะเยอทะยานที่จะเล่นในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นผมจึงคว้าโอกาสนั้นไว้ให้ดีที่สุด"
"ผมภูมิใจมาก ผมใช้เวลาที่ ฟลอเรนซ์ เป็นเวลานาน และสิ่งที่ผมได้สัมผัสที่นั่นยอดเยี่ยมมาก ผมเป็นหนี้บุญคุณ ฟิออเรนตินา อย่างมาก"
จุดเด่นของ คาโยเด้ ที่ถูกพูดถึงในพรีเมียร์ลีก ก็คือการทุ่มไกลที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่เจ้าตัวก็นึกไม่ถึง
"วันหนึ่งผมตื่นขึ้นมาแล้วก็พบว่าตัวเองสามารถทุ่มไกลได้" คาโยเด้ กล่าวด้วยรอยยิ้ม
"ผมไม่ได้ทำแบบนั้นมากนักที่ ฟลอเรนซ์ แต่กับ เบรนท์ฟอร์ด พวกเขามีโค้ชที่เน้นเรื่องนี้โดยเฉพาะ ดังนั้นเราจึงมีการฝึกในสนามซ้อม เพราะที่ อังกฤษ มีการใช้มันมากกว่า"
การตัดสินใจเลือก เบรนท์ฟอร์ด เมื่อเกือบๆ สองปีที่แล้ว กำลังยกระดับ คาโยเด้ ให้ยืนแถวหน้าของพรีเมียร์ลีก และก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติอย่างสม่ำเสมอ
นั่นคือข้อดีของการเล่นกับสโมสรระดับกลาง โดยเฉพาะ 'เดอะ บีส์' ที่ปลุกปั้นผู้เล่นหลายคนจนโด่งดัง และขายออกทำกำไรหลายเท่ามาแล้ว
คาดว่า ไมเคิ่ล คาโยเด้ ก็จะเป็นรายต่อไป