ราฟาเอล เลเอา เผชิญกับความกดดันอย่างรวดเร็ว เมื่อมีเสียงวิจารณ์ที่ กาลาตาซาราย แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นที่ เอซี มิลาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
การย้ายออกจาก มิลาน ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม เชื่อว่าเป็นการยุติปัญหาทั้งหมดที่เคยเกิดขึ้น และเป็นการเริ่มต้นใหม่กับ กาลาซาราย ซึ่งจะเป็นผลดีสำหรับทุกฝ่าย
เดิมที เลเอา เคยเป็นผู้เล่นที่ห้ามแตะต้องของ มิลาน การคว้าสคูเด็ตโต้ร่วมกันในฤดูกาล 2021-22 ยิ่งทำให้ รอสโซเนรี่ ประเมินค่าตัวกองหน้าทีมชาติโปรตุเกสรายนี้แตะหลัก 100 ล้านยูโร
ในช่วงเวลานั้นไม่มีอะไรเกินจริง เลเอา ยิงประตูได้มากที่สุดของตัวเองต่อหนึ่งฤดูกาล 16 ประตูจาก 48 เกมรวมทุกรายการในฤดูกาล 2022-23 และยังทำได้อีก 15 ประตูในซีซั่นต่อมา
แต่เส้นทางของนักฟุตบอลไม่มีอะไรแน่นอน หลังจากเปลี่ยนมาใช้หมายเลข 10 ในฤดูกาล 2023-24 และได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมเป็นครั้งแรก หลายเดือนต่อมา ก็เริ่มมีเสียงวิจารณ์เกิดขึ้น
เสียงโห่จากแฟนบอลบางส่วน สะท้อนผลงานในสนามของ เลเอา ขณะที่ผู้เล่นก็ไม่ทน พุ่งเข้าห้องแต่งตัวทันที นั่นคือช่วงท้ายๆ การคุมทีมของ สเตฟาโน่ ปิโอลี่
การเริ่มต้นซีซั่นใหม่กับ เปาโล ฟอนเซก้า ก็มีปัญหาเกิดขึ้นทันที
เมื่อผลการแข่งขันของ มิลาน ไม่ดีอย่างที่คาดหวัง เทรนเนอร์คนใหม่ซึ่งเป็นชาติเดียวกัน ไม่พอใจการเล่นเวลาไม่มีบอล และการมีส่วนร่วมในเกมรับของ เลเอา
การดร็อปกองหน้าทีมชาติโปรตุเกสนั่งสำรองจึงเกิดขึ้น
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แซร์โจ้ คอนไซเซา เข้ามาแทนที่ เลเอา กลับมาทำผลงานได้ดีอีกครั้ง แต่ปัญหาที่ต้องเจอคือเรื่องการขาดความสม่ำเสมอ
เลเอา ถูกดร็อปเป็นตัวสำรองอีกครั้ง มิลาน ยังคงผลงานย่ำแย่ และการเปลี่ยนแปลงก็เกิดขึ้นอีก
การเริ่มต้นกับ มัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี ผู้มาใหม่ ทำท่าว่าจะดีขึ้นอีกครั้ง แต่ เลเอา ก็ยังคงถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่น ความเข้มข้นในเกม และความรับผิดชอบที่ต้องมีมากกว่านี้
เลเอา แสดงออกถึงความไม่พอใจขณะถูกเปลี่ยนตัวออก ภาพดังกล่าวขึ้นหน้าหนึ่งของสื่อแทบทุกฉบับ ความสัมพันธ์กับ อัลเลกรี ย่ำแย่หนัก พร้อมกับการถูกตำหนิเรื่องทัศนคติที่ย่ำแย่
การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้ง รูเบน อาโมริม เข้ามาพร้อมความหวังว่า เลเอา จะกลับมาเป็นกองหน้าตัวความหวังอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่เกิดขึ้น
เลเอา ให้สัมภาษณ์สื่อว่า เขาต้องการความท้าทายใหม่ๆ พรีเมียร์ลีก หรือ ลาลีกา ดูจะเหมาะกับเขามากกว่า นั่นเป็นการยุติการร่วมงานกับ อาโมริม ลงทันที
แม้ค่าตัวของ เลเอา ถูกกำหนดเอาไว้ไม่ถึง 40 ล้านยูโร แต่ไม่มีสโมสรพรีเมียร์ลีก หรือ ลาลีกา ที่ยื่นข้อเสนอ
มีเพียง กาลาตาซาราย ที่พร้อมจ่ายสำหรับการเซ็นสัญญากับดาวดัง แม้ว่ามีผู้เล่นล้นทีมแล้วก็ตาม
การลงเล่นสองเกมแรกในฐานะตัวสำรองยังบ่งบอกอะไรไม่ได้มาก จนกระทั่งการลงตัวจริงในเกมชนะ โคชาเอลิสปอร์ 1-0 ที่โชว์ฟอร์มอะไรไม่ได้มาก
และเกมล่าสุดที่บุกแพ้ แทรบซอนสปอร์ 0-4 คือหายนะของ เลเอา ที่อยู่ในสนามตลอดทั้งเกมอย่างแท้จริง
จาก 4 เกมในชุด กาลาตาซาราย เลเอา ยังไม่มีส่วนร่วมกับประตูของ กาลาตาซาราย แม้แต่ประตูเดียว
แฟนบอลยิ่งหงุดหงิดใจมากขึ้น เมื่อไม่ได้เห็น วิคเตอร์ โอซีเมน ความหวังสูงสุดในการทำประตู อยู่ในสนาม 3 เกมหลังสุด เพราะประสบปัญหาบาดเจ็บ
เลเอา ที่ถูกคาดหวังว่าจะแทนที่ได้ แต่กลับโชว์ฟอร์มไม่ออก
จากสถิติในเกมที่ แทรบซอนสปอร์ บ่งชี้ว่า เลเอา เสียการครองบอลมากถึง 21 ครั้ง บรรดานักวิจารณ์ระบุว่ากองหน้าทีมชาติโปรตุเกสขาดความเข้มข้นและดุดันในการเล่น
น่าแปลกที่ยังได้อยู่ในสนามตลอด 90 นาที
นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ เลเอา ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นที่ มิลาน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บางเกมก็เล่นดี มีส่วนร่วมกับประตู แต่บางเกมก็เล่นเหมือนไม่อยากเล่น ซึ่งเป็นเรื่องของความสม่ำเสมอ
เมื่อเสียงวิจารณ์มาเร็วขนาดนี้ เลเอา ต้องลงสนามพร้อมความกดดันที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และทางเดียวที่จะแก้ปัญหาได้ ก็คือผลงานในสนาม และการมีส่วนร่วมกับประตู
แต่หาก เลเอา ยังไม่สามารถพลิกวิกฤติของตัวเองได้ จะกลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าที่ มิลาน แน่นอน เพราะแฟนบอล กาลาตาซาราย ก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว
ไม่เพียงค่าตัว 38 ล้านยูโรที่ กาลาตาซาราย อาจขาดทุนยับ แต่ยังมีค่าเหนื่อยที่แบกรับเกือบๆ 3 แสนยูโรต่อสัปดาห์