หลายคนเคยตั้งคำถามว่า โปรตุเกส จะดีขึ้นหรือแย่ลง? หากหมดยุคของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตั้งแต่จบเวิลด์คัพ 2022
จุดเริ่มต้นของคำถามนี้เกิดขึ้นในศึกฟุตบอลโลก ที่ประเทศกาตาร์ ในช่วงปลายปี 2022
ความขัดแย้งกับเฮดโค้ช แฟร์นานโด ซานโต๊ส หลังจบเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มที่พบ เกาหลีใต้ ทำให้ โรนัลโด้ ถูกดร็อปเป็นตัวสำรองในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ความคับแค้นในใจ โรนัลโด้ ยิ่งทวีคูณ เมื่อเห็นตัวแทน กอนซาโล่ รามอส ซัลโวแฮตทริกในชัยชนะเหนือ สวิตเซอร์แลนด์ 6-1
เป็นครั้งแรกที่ โรนัลโด้ ไม่ได้ลงตัวจริงในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ (ยูโร และ เวิลด์คัพ) นับตั้งแต่ยูโร 2008
แหล่งข่าววงในระบุว่า ผู้เล่นในทีมส่วนใหญ่มองแง่ดีกับการไม่มี โรนัลโด้ เพราะเป็นโอกาสของผู้เล่นคนอื่นๆ ที่จะได้เล่นอย่างมีอิสระ และเน้นการเล่นเป็นทีมมากขึ้น
พูดง่ายๆ โรนัลโด้ วัย 37 ปีในช่วงเวลานั้น เป็นอุปสรรคสำหรับการเล่นเป็นทีมเวิร์ค
บทสรุปในฟุตบอลโลก 2022 โปรตุเกส แพ้ต่อ โมร็อกโก ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย
แฟนบอล โปรตุเกส เริ่มคิดถึงการสร้างทีมใหม่ แต่การที่ ซานโต๊ส ถูกไล่ออก ทำให้เส้นทางของ โรนัลโด้ ในทีมชาติยังคงเดินหน้าต่อไป
และการเปลี่ยนเฮดโค้ชมาเป็น โรเบร์โต้ มาร์ตีเนซ ดูเหมือนว่า โรนัลโด้ จะต้องได้ลงตัวจริง หากไม่เจ็บหรือแบน
อนาคตของ โรนัลโด้ ในช่วงเวลานั้น ดูเหมือนว่า ฟุตบอลโลก 2026 จะเป็นฉากสุดท้ายกับทีมชาติโปรตุเกส
แต่การตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็ยังไม่ได้ทำให้ โรนัลโด้ พิจารณายุติเส้นทางกับทีมชาติ
และการแต่งตั้ง จอร์จ เชซุส ดูเหมือนจะเป็นการเอื้อประโยชน์แก่ โรนัลโด้
เชซุส คุมทีม อัล นาสเซอร์ เพื่อช่วยให้ โรนัลโด้ คว้าแชมป์ซาอุดิ โปรลีก ได้ในที่สุด
แต่การดร็อป โรนัลโด้ ในเกมสองของ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ที่ โปรตุเกส บุกชนะ นอร์เวย์ 2-1 กลายเป็นจุดเริ่มต้นความบาดหมางกับ เชซุส
โรนัลโด้ นั่งสำรองข้างสนามตลอดทั้งเกมที่ ออสโล และต้องเห็น รามอส เป็นคนทำประตูชัยให้กับทีมอีกแล้ว
กัปตันทีมในวัย 41 ปี ถูกสั่งให้ไปอบอุ่นร่างกายที่ข้างสนามเกือบตลอดทั้งครึ่งหลัง และบทสรุปคือไม่ได้ลงสนาม นั่นทำให้ผู้เล่นที่มีอีโก้สูงอย่าง โรนัลโด้ ถึงกับร้อนเป็นไฟ
และระเบิดก็เกิดตูมขึ้นก่อนเกมสามที่บุกเยือน เดนมาร์ก เมื่อ เชซุส แจ้งกับ โรนัลโด้ ว่าจะต้องเป็นตัวสำรองต่อ และฟางเส้นสุดท้ายก็ขาดลง
โรนัลโด้ เก็บข้าวของออกจากแคมป์ และขึ้นเครื่องบินกลับมาดริดทันที
หลังจบฟุตบอลโลก 2026 โรนัลโด้ แสดงความชัดเจนว่ายังไม่ต้องการอำลาทีมชาติ แต่สถานการณ์ตอนนี้ดูแล้วคงยากที่จะคืนดีกับ เชซุส ง่ายๆ
ถ้าพูดภาษาชาวบ้าน โรนัลโด้ กับ เชซุส นี่แหละมวยถูกคู่
เชซุส โค้ชมากประสบการณ์ในวัย 72 ปี ผ่านหลากหลายเรื่องราวในอดีต แสดงให้เห็นถึงความแข็งกร้าว และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับใคร ถ้าเป็นเรื่องของฟุตบอล
ตอนคุม อัล ฮิลาล เชซุส เคยบอกกับ เนย์มาร์ ว่าหมดสภาพไปแล้ว และให้สโมสรปล่อยตัวด้วยการยกเลิกสัญญา แม้ต้องสูญเงินมหาศาลก็ตาม
โรนัลโด้ ผู้เล่นที่มีอีโก้สูงปรี๊ด คงคิดในใจว่า โปรตุเกส จะต้องเสียใจแน่กับการไม่มีเขา แต่ปรากฏว่าสองเกมหลังสุด รามอส ยิงประตูได้ทั้งสองเกม
ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมทีมชาติที่เหมือนได้รับการปลดล็อก และได้เล่นอย่างมีอิสระมากขึ้น แฟนบอลส่วนใหญ่ก็เฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงนี้มาหลายปีแล้วเช่นกัน
เพราะที่ผ่านมาเฮดโค้ชที่กล้ามีหือมีอือกับ โรนัลโด้ ต่างก็ถูกปลดออกจากตำแหน่ง เพราะผลงานไม่เข้าเป้า
พฤติกรรมของ โรนัลโด้ จึงเปรียบเสมือนเด็กน้อยที่ไม่เคยถูกขัดใจมาก่อน ไม่เคยได้ยินคำว่า 'ไม่' ในชีวิต
มีแค่ เชซุส ที่กล้าแสดงความเด็ดขาด เหมือนพ่อสั่งสอนลูก แล้วจบที่ลูกเก็บข้าวของหนีออกจากบ้าน