ตำแหน่งเฮดโค้ชของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังตกเป็นข่าวรายวัน เพราะมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ที่ ไมเคิ่ล คาร์ริค จะเสียตำแหน่งสุดกดดันนี้
ยากที่จะหาเหตุผลมาอธิบายว่าเพราะเหตุใด คาร์ริค ถึงไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ แตกต่างจากฤดูกาลที่แล้วที่ทำผลงานได้ดี ถือว่าสอบผ่านจนได้รับสัญญาฉบับใหม่
ระบบการเล่นแบบเดิม แท็กติกการเล่นก็ไม่ต่างจากเดิม เนื้อตัวผู้เล่นก็แทบจะเหมือนเดิม แต่โอกาสทำประตูแต่ละครั้งยากเย็น แถมเมื่อมีโอกาสแล้วยังใช้โอกาสเปลืองอีก
การกลับมาของ มาร์คัส แรชฟอร์ด ถูกมองว่ายังดีเสียกว่าขายออกไปในราคาต่ำกว่า 30 ล้านปอนด์ อย่างน้อยๆ ก็ได้เห็นฟอร์มการเล่นที่น่าพอใจกับ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาล 2026-27
ถึงตอนนี้ผ่านไปแล้ว 9 เกมรวมทุกรายการ แรชฟอร์ด ลงสนามไป 8 เกม เป็นตัวจริง 6 เกม ตัวสำรอง 2 เกม 0 ประตู 0 แอสซิสต์
ภาพรวมไม่ได้สร้างปัญหา แต่ก็ไม่ได้สร้างประโยชน์เช่นกัน
นอกจากจังหวะจบสกอร์จากโอกาสหลายๆ ครั้งที่น่าผิดหวัง การพยายามยิงไกลที่คิดว่าเป็นอาวุธเด็ดแต่กลับไร้พิษสง สิ่งที่แย่กว่านั้นคือการยืนตำแหน่ง
ระบบการเล่น 4-2-3-1 หลายทีมมักให้อิสระการเล่นแก่บรรดาตัวรุก ทำให้คู่แข่งยากที่จะตามประกบตัว การเล่นลักษณะนี้คือสิ่งที่ได้เห็นบ่อยครั้งจากทีมของ คาร์ริค ซีซั่นก่อน
จังหวะครอสบอลจากซ้าย ตัวรุกฝั่งขวาจะหุบเข้ากลางผนึกกำลังกับกองหน้าตัวเป้า จังหวะครอสบอลจากขวา ตัวรุกฝั่งซ้ายก็ต้องหุบเข้ากลางในแบบเดียวกัน
แต่สิ่งที่ได้เห็นหลายครั้ง ลูกผ่านจากฝั่งขวาที่หลุดลอดมาถึงเสาไกล แรชฟอร์ด ยังยืนแน่นิ่งอยู่ริมกรอบโทษฝั่งซ้าย หลายครั้งที่ก้าวเท้าช้ากว่าคู่แข่งเลยไม่ได้ยิง
เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องของสัญชาตญาณดาวยิงที่มีอยู่ในตัวแต่ละบุคคล ซึ่งโค้ชหรือใครก็สอนไม่ได้
การขึ้นเกมรุกในแต่ละครั้ง ไบรอัน เอ็มเบอโม่, มาเตอุส กุนญ่า, บรูโน่ แฟร์นันด์ส มักสลับกันยืนตำแหน่ง มีเพียง แรชฟอร์ด ที่มักปักหลักอยู่ริมเส้นฝั่งซ้าย
แล้วบทจะใช้ความเร็วกระชากบอลขึ้นหน้า ก็ไม่ค่อยสนใจ ลุค ชอว์ (หรือแบ็กซ้ายคนอื่น) ที่วิ่งเติมขึ้นมา ทำให้หลายครั้งต้องตีรถเปล่า
แล้วบอลจากฝั่งซ้ายของ แรชฟอร์ด ก็ไม่เคยได้ครอสเข้ากลาง เพราะมักเลี้ยงวนกลับหลัง หรือลากตัดเข้าในกรอบโทษ แล้วก็จ่ายเรียดย้อนออกมาให้เพื่อนนอกเขตโทษ
บอลครอสจากริมเส้นที่เคยเป็นอาวุธของ คาร์ริค ซีซั่นที่แล้ว จึงเหลือแค่ฝั่งขวาข้างเดียว ซึ่งก็ไม่มีประสิทธิภาพพอ อีกทั้งลูกครอสที่มักมาจาก เอ็มเบอโม่ หรือ บรูโน่ หลายเกมก็ไม่มีตัวเป้าอย่าง เบนจามิน เชชโก้
นี่คือปัญหาในเกมรุกที่ คาร์ริค ต้องรีบแก้ไข เกมรุกไหลลื่นแบบซีซั่นที่แล้วจะต้องกลับมา
บอลครอสเร็วจากริมเส้นทั้งสองฝั่งจะต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้น และในกรอบเขตโทษก็จะต้องมีตัวจบ ต่อให้ไม่มี เชชโก้ อยู่ในสนามก็ตาม
เมื่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมายิงประตูได้อย่างสม่ำเสมออีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ผลการแข่งขันที่ดีก็จะตามมา ซึ่งตอนนี้ผลงานในพรีเมียร์ลีกที่ชนะ 1 เสมอ 3 แพ้ 2 ถือว่ายังไม่เสียหายมากนัก
หาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลับมาชนะในสองเกมถัดไป (ลีดส์ เยือน, บอร์นมัธ เหย้า) สถานการณ์ของ คาร์ริค ก็จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับอันดับในตารางคะแนน
ที่สำคัญจะสร้างความมั่นใจได้มาก ก่อนเผชิญหน้ากับ เชลซี (เยือน), แอสตัน วิลล่า (เหย้า) และ ลิเวอร์พูล (เยือน) สามเกมหนักๆ ติดต่อกันหลังจากนั้น