การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งเฮดโค้ชระหว่างฤดูกาลไม่เคยเป็นเรื่องง่าย ยิ่งเป็นช่วงเวลาที่มีโปรแกรมอัดแน่น สุดสัปดาห์-กลางสัปดาห์ แบบต่อเนื่อง
สถานการณ์ของ ไมเคิ่ล คาร์ริค กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จริงๆ ควรถึงทางตันไปแล้ว หลังจบเกมที่แพ้ โคโม่ 1-4
เป็นผลการแข่งขันที่ไม่อาจยอมรับได้ของ คาร์ริค เมื่อพิจารณาจากคู่แข่งที่เป็นหน้าใหม่ใน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ผู้บริหารสโมสรอาจมีการตัดสินใจไปแล้ว หรือยังไม่มีการตัดสินใจที่ชัดเจนก็เป็นได้ แต่เหตุที่ดำเนินการแบบทันทีทันใดไม่ได้ เพราะมีเกมลีกสุดสัปดาห์รออยู่
ในอดีต แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ใช้เวลาพอสมควรกับการหาผู้จัดการทีมหรือเฮดโค้ชคนใหม่ จึงซื้อเวลาด้วยการแต่งตั้ง คาร์ริค, รุด ฟาน นิสเตลรอย, ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ คุมทีมชั่วคราวระหว่างรอการแต่งตั้งมาแล้ว
แต่การลงเตะทุกๆ 3-4 วัน ทั้งการเดินทาง การพักร่างกาย การฝึกซ้อม การเตรียมทีม จึงไม่เหลือมากพอสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
นั่นทำให้ คาร์ริค มีโอกาสครั้งสำคัญที่จะต้องแก้ตัวให้ได้ ในเกมพรีเมียร์ลีกเปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด รับมือ บอร์นมัธ วันอาทิตย์นี้
เพราะหลังจากนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีเกมกลางสัปดาห์ จากการตกรอบ คาราบาว คัพ ไปแล้ว
ช่วงเวลา 6 วันอาจมากพอ หากผู้บริหารสโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลง
ชัยชนะในการเจอกับ บอร์นมัธ วันอาทิตย์นี้เท่านั้น ที่จะรักษาเก้าอี้ของ คาร์ริค เอาไว้ต่อไป
เพราะไม่มีที่ว่างเหลือให้กับผลเสมออีกแล้ว หลังจากเสมอ เอฟเวอร์ตัน, เสมอ ฟูแล่ม, เสมอ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ และเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด เป็นการเสมอ 4 จาก 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก
หากเก็บสามคะแนนเหนือ บอร์นมัธ ตามเป้า ก็เป็นเพียงการผ่านด่านแรกเท่านั้น
ด่านต่อไปมีสามเกมหนัก เยือน เชลซี และสองเกมในบ้านพบกับ โรม่า และ แอสตัน วิลล่า ต้องได้ผลการแข่งขันที่ดีเช่นกัน เพราะหลังจากนั้นจะหยุดพักให้เกมทีมชาติเป็นเวลา 2 สัปดาห์
ช่วงเวลา 13 วันมากเกินพอสำหรับการปลด คาร์ริค และแต่งตั้งเฮดโค้ชคนใหม่
ดังนั้น 1+3 เกมต่อจากนี้ จึงมีความสำคัญมากๆ สำหรับ คาร์ริค หากยังต้องการรักษาตำแหน่งของตัวเองเอาไว้
และไม่มีโอกาสให้ยกมือขอโทษแฟนบอลหลังจบเกมอีกต่อไปแล้ว