แฟนบอลเกลียดขี้หน้า

วันพุธที่ 28 ตุลาคม 2569 คอลัมน์ Football Therapy โดย บี้ เดอะสปา
36
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เสียงส่วนใหญ่จากแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พุ่งเป้าโจมตีไปที่ เจสัน วิลค็อกซ์ ไม่ใช่ ไมเคิ่ล คาร์ริค หลังจบเกมอัปยศที่แพ้ บอร์นมัธ 0-3

ความพ่ายแพ้ที่ โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ด้วยผลการแข่งขันไม่อาจยอมรับได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือเรื่องใหม่ สำหรับแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกคนคุ้นชินกับความรู้สึกนี้ เพราะเกิดขึ้นบ่อยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

แต่สิ่งที่แตกต่างออกไปจากทุกครั้งคือ เสียงร้องสนับสนุน คาร์ริค และเสียงร้องชื่อของ วิลค็อกซ์ พร้อมถ้อยคำหยาบคาย เป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้บริหารที่อยู่ระดับสูงกว่าอย่าง เซอร์ จิม แรทคลิฟฟ์
ในมุมของแฟนบอล หากพิจารณาแค่เรื่องตัวบุคคล ไม่สนใจเรื่องความสามารถในการทำงานบริหาร
วิลค็อกซ์ ไม่สมควรได้นั่งตำแหน่งนี้ตั้งแต่แรกแล้ว นั่นคือจุดเริ่มต้นที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ค่อยชอบขี้หน้า และเมื่อมีประเด็นเกิดขึ้น จึงตกเป็นเป้าโจมตี
1994-95 หนึ่งในฤดูกาลที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจ็บปวดที่สุด
การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแข่งกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส จนถึงเกมสุดท้ายของฤดูกาล
แม้ผลการแข่งขัน แบล็คเบิร์น บุกแพ้ ลิเวอร์พูล 1-2 แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ทำได้แค่เสมอ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 นั่นทำให้ กุหลาบไฟ ได้ชูโทรฟี่แชมป์พรีเมียร์ลีกที่สนามแอนฟิลด์
ตัวหลักของ แบล็คเบิร์น ชุดนั้น อลัน เชียเรอร์, คริส ซัตตัน, ทิม เชอร์วูด, แกรม เลอ โซซ์, โคลิน เฮนดรี้, ทิม ฟลาวเวอร์ส และสองทีเด็ดปีกขวาและปีกซ้าย สจ๊วร์ต ริพลี่ย์ และ เจสัน วิลค็อกซ์
ไม่เพียงแค่การเป็นคู่แข่งลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกในอดีต วิลค็อกซ์ ยังเริ่มต้นงานโค้ชกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรคู่ปรับร่วมเมือง ในบทบาทโค้ชทีมเยาวชน
ก่อนขยับขึ้นมาเป็นเฮดโค้ชทีมชุดยู-18 แล้วดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ฝึกเยาวชนในปี 2017 ก่อนรับบทผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคเพียง 15 เดือน รวมเวลาที่อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 10 ปีเศษๆ
จากนั้น วิลค็อกซ์ ย้ายไปรับบทบาทผู้อำนวยการฟุตบอลของ เซาธ์แฮมป์ตัน ในปี 2023
และในปีต่อมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ดึง วิลค็อกซ์ มารับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค
เป็นการกลับมาร่วมงานกับอีกครั้งของ วิลค็อกซ์ และ โอมาร์ เบอร์ราด้า ประธานบริหารคนปัจจุบันของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังจากทั้งคู่ร่วมงานกันมาที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เดิมที บทบาทของ วิลค็อกซ์ คือการทำงานครอบคลุมทุกด้านทางเทคนิคของสโมสร เพื่อให้บรรลุมาตรฐานการทำงานในระดับสูงสุด และต้องรายงานต่อผู้อำนวยการกีฬา ซึ่งตอนนั้นคือ แดน แอชเวิร์ธ
แต่ด้วยความเห็นที่ไม่ตรงกันเรื่องการเลือกเฮดโค้ชคนใหม่มาแทนที่ เอริค เทน ฮาก ทำให้ แอชเวิร์ธ ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และหน้าที่ของ วิลค็อกซ์ ก็กว้างขึ้น
และเมื่อความไม่พอใจต่อการดำเนินการในตลาดซื้อขายเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลพวงมาจากผลการแข่งขันที่ย่ำแย่ ทำให้ วิลค็อกซ์ ตกเป็นเป้าโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ลีซานโดร มาร์ตีเนซ ให้สัมภาษณ์สื่อหลังจบเกมที่แพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-2 แบบหลุดกรอบไปเยอะ
กองหลังอาร์เจนตินา โจมตีผู้บริหารสโมสรที่ไม่ได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมมากพอ พร้อมตำหนิการทำงานของผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคแบบชัดเจน
มาร์ตีเนซ โดนโจมตีเยอะกับการพูดเกินขอบเขตของตัวเอง ซึ่งเจ้าตัวก็ขอโทษในเวลาต่อมา
แต่สิ่งที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แสดงออกมาให้เห็นหลังจากนั้น คือการพุ่งเป้าโจมตี วิลค็อกซ์ หนักขึ้น
ในความเป็นจริง วิลค็อกซ์ ไม่ได้มีอำนาจในการตัดสินใจเรื่องงบประมาณเสริมทัพ ไม่มีอำนาจในการขัดขวาง บาร์เซโลน่า ที่ถอนตัวจากการซื้อขาด มาร์คัส แรชฟอร์ด
และไม่สามารถทำอะไรได้เลย หลังจาก มานูเอล อูการ์เต้ บาดเจ็บพักยาวมาจากฟุตบอลโลก 2026 ทำให้สโมสรต้องพลาดรายรับจากการขายกองกลางอุรุกวัย
แต่ที่ต้องรับผิดชอบคือการเสริมทัพที่มุ่งเน้นไปที่กองกลางถึงสามคน เกินความต้องการ และเกินความจำเป็น
เพิกเฉยต่อแบ็กซ้าย กับศูนย์หน้า ที่ตอนนี้กำลังได้รับผลกระทบหลังจาก ลุค ชอว์ และ เบนจามิน เชชโก้ บาดเจ็บ
สุดท้ายก็วกกลับมาที่เรื่องเดิม คือการทำงานบริหารที่สโมสรคู่แข่งอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาก่อน
ในมุมของธุรกิจ แรทคลิฟฟ์ อาจไม่สนใจเรื่องพวกนี้
แต่ในมุมของความเป็นตัวตน นี่คือประเด็นหลักที่แฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเกลียดขี้หน้า วิลค็อกซ์ กับ เบอร์ราด้า และขับไล่ทั้งสองคนให้พ้นสโมสร

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด