ซีซั่นที่คู่คี่สุดระหว่างทีมใหญ่-ทีมเล็ก

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ลูกผู้ชายไม่ต้องหาข้ออ้างให้ความพ่ายแพ้ อย่างเกม ลิเวอร์พูล คาบ้านต่อ แมนฯ ซิตี้ 1-2 เอาจริงๆก็ไม่เนี้ยบเอง ทั้งนี้ภาพรวมพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ 2025-26 มีตัวเลขที่ไม่โกหกระบุว่าสูสีสุดในรอบทศวรรษ

สถานการณ์ปัจจุบัน อาร์เซน่อล อาจนำอยู่ 6 คะแนน

แต่การแข่งขันในลีกกลับเข้มข้นกว่าที่เคยเป็นมา 

‘หงส์แดง’อันดับ 6 และ ไบรท์ตัน อันดับ 14 มีห่างกันเพียง 8 คะแนนเท่านั้น 

ดูเหมือนว่าทุกคะแนนในลีกสูงสุดของอังกฤษจะต้องได้มาด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง แม้แต่ทีมบ๊วยอย่าง วูล์ฟแฮมป์ตัน ที่มีเพียง 8 คะแนนในฤดูกาลนี้ ก็ยังแพ้ด้วยผลต่างประตู 4 ประตูขึ้นไปเพียงครั้งเดียวเท่านั้น 

ซึ่งนั่นก็เป็นเกมแรกของฤดูกาลด้วย 

ความแข็งแกร่งของพรีเมียร์ ลีก สะท้อนออกมาเพิ่มเติมจากการที่ทีมจากอังกฤษครองความยิ่งใหญ่ในยุโรปฤดูกาลนี้ 

โดย 5 ใน 8 สโมสรชั้นนำของตาราง ลีก เฟส แชมเปี้ยนส์ ลีก มาจากอังกฤษ 

ขณะที่ แอสตัน วิลล่า เป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ยูโรปา ลีก และ คริสตัล พาเลซ เป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์ ยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก 

เมื่อพูดถึงการแข่งขันในลีกสูงสุดของอังกฤษ ทีมจากพรีเมียร์ลีกดูเหมือนจะไม่แพ้แบบยับเยินอีกต่อไปแล้ว – อย่างน้อยก็ไม่ใช่ขาดลอยแบบที่เราคุ้นเคยกันมา

กราฟผลงานโดย ‘ทรานส์เฟอร์มาร์เก็ต’ หลังจากผ่านไป 25 เกมในฤดูกาลนี้ 


มีเพียง 4 ครั้งเท่านั้นที่ทีมแพ้-ชนะด้วยผลต่างประตู 4 ประตูขึ้นไป 

ยิ่งไปกว่านั้น มีเพียงเกมเดียวเท่านั้นที่ชนะด้วยผลต่างประตู 5 ประตูขึ้นไป 

แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ วูล์ฟส์ 4-0 ในสุดสัปดาห์แรกของฤดูกาล 

‘เรือใบสีฟ้า’ยังเอาชนะ เบิร์นลี่ย์ 5-1 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยมในเดือนกันยายน 

อาร์เซน่อล ทีมจ่าฝูง เอาชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด เหย้า-เยือนด้วยผลต่างประตู 4 ประตูขึ้นไป 

โดยชนะ 5-0 ที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม และ 4-0 ที่เอลแลนด์ โร้ด 

เชลซี เอาชนะ เวสต์แฮม 5-1 ยังลอนดอนตะวันออกในช่วงต้นฤดูกาล ขณะที่ วิลล่า ชนะ บอร์นมัธ 4-0 ในเดือนพฤศจิกายน

ตอนนี้ฤดูกาลผ่านไปเกือบสองในสามแล้ว แต่มีเพียงหกเกมเท่านั้นที่ชนะด้วยผลต่างประตูสี่ลูกขึ้นไป 

ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติเลย 

ที่จริงแล้วมันผิดปกติมากด้วยซ้ำ เมื่อเรามองย้อนกลับไปใน 10 ฤดูกาลที่ผ่านมาของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในช่วงเวลาเดียวกัน (หลังจากผ่านไป 25 นัด) 

เราจะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนกับฤดูกาลนี้ 

หลังจากผ่านไป 25 นัดในฤดูกาลที่แล้ว มี 18 เกมที่ชนะด้วยผลต่างประตูสี่ลูกขึ้นไป 

หลังจากผ่านไป 25 นัดในฤดูกาล 2023-24 มี 19 เกมที่ชนะด้วยผลต่างประตูสี่ลูกขึ้นไป

ส่วนนับตั้งแต่ฤดูกาล 2016-17 ตัวเลขที่ต่ำที่สุดก่อนหน้านี้ในช่วงเวลาเดียวกันคือ 14 เกม ซึ่งเกิดขึ้นในฤดูกาล 2019-20 และ 2020-21

ข้อเท็จจริงที่ว่าเปรียบเทียบช่วงเวลาแข่งขันเท่ากัน จำนวนเกมที่ชนะด้วยผลต่างประตู 4 ประตูขึ้นไปนั้นน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของที่แล้วๆมา

ยิ่งตอกย้ำความคิดที่ว่าการทำประตูไม่ใช่เรื่องง่ายในพรีเมียร์ ลีก ฤดูกาลนี้ และลีกก็มีการแข่งขันสูงกว่าที่เคยเป็นมา 

หากเราย้อนกลับไปดูประวัติการแข่งขันในฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในปี 1992-93 จะมีเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้นที่มีจำนวนเกมที่ชนะด้วยผลต่างประตู 4 ประตูขึ้นไปน้อยกว่าในฤดูกาลนี้ 

นั่นคือ 2002-03 มีเพียง 2 เกมเท่านั้นที่ชนะด้วยผลต่างประตู 4 ประตูขึ้นไปหลังจากลงเล่นไป 25 เกม 

แต่ใน 13 นัดสุดท้ายของฤดูกาลดังกล่าว มีอีก 12 เกมที่ชนะด้วยผลต่างประตูในระดับอย่างต่ำ 4 ลูก 

แล้วทำไมเราถึงเห็นเกมที่ทีมใดทีมหนึ่งถูกถล่มยับเยินน้อยลง และเกมที่ตัดสินด้วยผลต่างประตูที่น้อยลงมากขึ้น? 

สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาคือคุณภาพที่เหนือกว่าของลีก 

ซึ่งเป็นผลมาจากการที่พรีเมียร์ลีกใช้เงินมากกว่าลีกอื่นๆ อย่างมากในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา 


ปัจจุบันพรีเมียร์ ลีก อังกฤษมีมูลค่าตลาด 12.43 พันล้านยูโร มากกว่าสองเท่าของลีกถัดไปอย่างลา ลีกา สเปน (5.47 พันล้านยูโร) 

ลูกหนังสูงสุดเมืองผู้ดีใช้เงินก้อนโตมานานแล้ว แต่ดูเหมือนว่าทีมในพรีเมียร์ ลีก กำลังใช้เงินอย่างชาญฉลาดมากขึ้น และนั่นก็ช่วยยกระดับมาตรฐานขึ้นอย่างแท้จริง

ประเด็นที่สองที่ควรพิจารณาคือ ความเฉียบแหลมทางแท็คติคที่แสดงให้เห็นในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

ทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ตั้งแต่การทุ่ม, การเตะจากประตู ไปจนถึงระยะห่างระหว่างผู้เล่นแต่ละคน ล้วนได้รับการวางแผนอย่างพิถีพิถัน 

บางครั้งมันทำให้การแข่งขันฟุตบอลดูเหมือนการต่อสู้ในหมากรุก การเดินหมากผิดพลาดก็ถูกลงโทษ 

ทีมส่วนใหญ่ในลีกในปัจจุบันมีโค้ชลูกตั้งเตะ เพราะพวกเขารู้ว่าการทำประตูในลีกสูงสุดของอังกฤษนั้นยากแค่ไหน และลูกตั้งเตะเป็นข้อได้เปรียบอย่างมากในการเจาะแนวรับที่ตั้งรับลึก 

ลูกตั้งเตะทำประตูได้มากกว่าที่เคยเป็นมา

แล้วมันเป็นเรื่องไม่ดีสำหรับลีกหรือเปล่า? 

มันขึ้นอยู่กับว่าแฟนบอลอย่างเราๆคาดหวังอะไร? 

ถ้าคุณอยากเห็นเกมที่สูสี เน้นแท็คติค และไม่ซับซ้อนมากนัก มันก็เหมาะ 

แต่ถ้าคุณอยากเห็นแต่ประตูล้วนๆ แม้ว่าจะเป็นทีมหนึ่งถล่มอีกทีมหนึ่งก็ตาม พรีเมียร์ ลีก อาจจะไม่ถูกจริตเหมือนเคย

จริงอยู่ที่บางครั้งเกมดูเหมือนจะมีเวลาเล่นโดยรวมน้อยลง, ขาดความต่อเนื่อง, บอลตายบ่อย ซึ่งแน่นอนว่าไม่ดีต่อความสนุก 

เพราะทีมต่างๆ ใช้เวลานานขึ้นในการทุ่มไกลเข้าสนาม, จัดตำแหน่งเพื่อเล่นลูกนิ่ง 

แต่โดยทั่วไปแล้ว เราได้เห็นการแย่งชิงทุกแต้มมากกว่าที่เคย ซึ่งแน่นอนว่าเพิ่มความแข่งขันให้กับลีกที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกฟุตบอล

ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})