กุญแจไขสู่ประตูชั้น7ของปีศาจแดง
‘ปีศาจแดง’ ยุคกุนซือระยะสั้นผ่านไป 7 แมตช์เดย์ในลีกชนะ 6, เสมอ 1 ล่าสุดปราบ คริสตัล พาเลซ 2-1
ภาพรวมออกมาผลงานของอดีตกองกลางรายนี้มีค่าเฉลี่ยที่น่าทึ่งถึง 2.71 แต้ม-ต่อ-เกม ว่าเจ๋งแล้ว
ช่วงเวลาเดียวกันที่มารับตำแหน่งต่อจาก รูเบน อาโมริม ที่ถูกปลด และรักษาการ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์
ทางบอสวัย 44 ปียัง เก็บแต้มได้มากกว่าทีมอื่นๆ ในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ถึง 3 คะแนน
อะไรคือเบื้องหลังฟอร์มการเล่นที่น่าทึ่งนี้? ไปดูกัน
ประการแรกคือปรับระบบการเล่นจาก 3 ปราการหลังตัวกลางมาเป็นแผงหลัง 4 คน
การนำกองกลางเอนกประสงค์อย่าง ค็อบบี้ เมนู กลับมาเล่นเคียงข้าง การ์ลอส กาเซมีโร่
รวมถึงได้รับประโยชน์จากนักเตะใหม่หลายคนของ ยูไนเต็ด ที่ก้าวขึ้นมาโดดเด่นและเป็นกำลังสำคัญ
มีนักเตะใหม่ถึงสี่คนอยู่ในรายชื่อผู้เล่นตัวจริงของ ‘ปีศาจแดง’ ที่เอาชนะ พาเลซ เมื่อวันอาทิตย์
หากไม่มีพวกเขา ก็กล้าพูดเลยว่ายากที่ ยูไนเต็ด จะไต่ถึงอันดับสามตารางลีกอย่างในเวลานี้
ตัวอย่างเช่น ในตำแหน่งผู้รักษาประตู สโมสรได้ขจัดความกังวลเรื่องนายด่านที่ก่อนๆนั้นไม่สม่ำเสมอ
การคว้าตัว เซนเน่อ ลัมเมนส์ จาก รอยัล อันท์เวิร์ป ด้วยค่าตัว 21 ล้านยูโร ตอบโจทย์
เมื่อมือกาววัย 23 ปีรายนี้กลายเป็นตัวเลือกแรกของ คาร์ริค ทันที และในขณะที่หลายคนคาดการณ์ว่าเขาอาจต้องใช้เวลาปรับตัวให้เข้ากับลีกสูงสุดของอังกฤษ แต่ ลัมเมนส์ กลับปรับตัวได้อย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง
จากข้อมูลของสำนักสถิติ อ็อปต้า ระบุว่านักเตะชาวเบลเยียมรายนี้เซฟประตูให้แมนยูไปแล้ว 5.2 ครั้ง-ต่อ-เกม ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดของผู้รักษาประตูในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ
และมีเหตุผลทุกประการที่จะเชื่อว่าเขาจะเก่งขึ้นอีกในอนาคต
จากข้อมูลนี้ เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการตัดสินใจปล่อย อ็องเดร โอนาน่า ให้ แทร็ปซอนสปอร์ ยืมตัว และแทนที่ด้วย ลัมเมนส์ นั้นได้ผลอย่างน่าอัศจรรย์สำหรับ แมนฯ ยูไนเต็ด
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดในฟอร์มของ ยูไนเต็ด นั้นมาจากแนวรุกอย่างไม่ต้องสงสัย
อันโตนี่ และ อเลฮานโดร การ์นาโช่ ถูกขายออกไป
ขณะที่ ราสมุส ฮอยลุนด์, เจดอน ซานโช่ และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ถูกปล่อยยืมตัวออก
ขาใหญ่แห่ง โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ทุ่มเงินซื้อตัวนักเตะแนวรุกใหม่ 3 คน ได้แก่ มาเตอุส กุนญ่า (74.2 ล้านยูโรจาก วูล์ฟแฮมป์ตัน), ไบรอัน เอ็มเบอโม่ (75 ล้านยูโรจาก เบรนท์ฟอร์ด) และ เบนยามิน เชชโก้ (76.5 ล้านยูโรจาก แอร์เบ ไลป์ซิก)
ถึงแม้ว่านักเตะใหม่ทั้งสามคนจะยังไม่สามารถทำผลงานได้ดีตั้งแต่ต้นฤดูกาล แต่พวกเขาก็ช่วยให้ทีมของ คาร์ริค คว้าชัยชนะได้มากขึ้นในครึ่งหลังของฤดูกาลอย่างไม่ต้องสงสัย
ตัวเลขไม่เคยโกหก
ตั้งแต่ คาร์ริค เข้ามาคุมทีมจำนวนประตูและแอสซิสต์ต่อ 90 นาทีในลีกของ กุนญ่า เพิ่มขึ้นจาก 0.32 ลูก เป็น 0.82 ลูก
ส่วนของ เอ็มเบอโม่ เพิ่มขึ้นจาก 0.50 ลูก เป็น 0.79 ลูก
ที่โดดเด่นที่สุดคือ เชชโก้ พัฒนาขึ้นถึง 869% จาก 0.26 ลูก ในยุคของ อาโมริม มาเป็นเฉลี่ย 2.52 ลูก-ต่อ- 90 นาทีในยุคของ คาร์ริค
แน่นอนว่าตัวเลขเหล่านี้อาจจะลดลงเมื่อลงเล่นมากขึ้นภายใต้การคุมทีมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชชโก้ เนื่องจากเขาลงเล่นเป็นตัวสำรองเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าผู้เล่นแต่ละคนกำลังทำผลงานได้ดีเยี่ยมให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในขณะนี้
อนาคตข้างหน้ายังต้องรอดูว่า คาร์ริค จะทำผลงานได้ดีพอที่จะได้รับข้อเสนอให้เป็นเฮดโค้ชเต็มเวลาในช่วงซัมเมอร์ 2026 หรือไม่
The assist.
— Manchester United (@ManUtd) March 1, 2026
The movement.
The header.
A glorious winning goal from Benjamin Šeško!
แต่ก็แทบไม่มีข้อสงสัยเลยว่าเขาประสบความสำเร็จในสิ่งที่หัวหน้าผู้ฝึกสอน แมนฯ ยูไนเต็ด น้อยคนนักจะทำได้ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
นั่นคือการดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของนักเตะใหม่
‘ปีศาจแดง’ ทุ่มเงินมหาศาลไปกับนักเตะในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา แต่กลับประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย
ดังนั้นหากอดีตมิดฟิลด์รายนี้สามารถเอาชนะอุปสรรคสำคัญดังกล่าวได้
เขาก็อาจจะเป็นเหมือนลมหายใจแห่งความสดชื่นจากข้างสนาม และอาจเป็นคนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ในระยะยาว

