ปีแรกโยเคเรสซื้อคุ้มกว่าอีซัค
ช่วงเวลาปรับตัวของ โยเคเรส กับการมาเล่นที่อังกฤษอีกครั้ง แบบพกความคาดหวังด้วยฟอร์มยิงกระจายที่ สปอร์ติ้ง ลิสบอน ไหนยังค่าตัวร่วม 67 ล้านยูโร
ต้องยอมรับกระท่อนกระแท่น จนคนติดภาพ ‘วิค’ สมัยล้มเหลวที่ ไบรท์ตัน

แต่ผ่านไปประมาณ 10 เดือน กองหน้าวัย 27 ปีก็เริ่มทำผลงานได้ดีขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับทีมของเฮดโค้ช มิเกล อาร์เตต้า
การทำสองประตูในเกมที่ชนะฟูแล่ม 3-0 ทำให้เขามี 14 ประตูในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แล้ว ส่งผลให้ โยเคเรส เป็นหนึ่งในกองหน้าที่คุ้มค่าที่สุด เมื่อเทียบกับการย้ายทีมที่แพงที่สุด 10 อันดับแรกในตำแหน่งเดียวกันจากฤดูกาล 2025-26
นักเตะชาวสวีเดนรายนี้เป็นรองเพียงแค่ ชูเอา เปโดร เท่านั้น และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นผู้ทำประตูที่คุ้มค่าที่สุดเมื่อพิจารณาจากอัตราส่วนต้นทุน-ต่อ-ประตู
กองหน้าชาวบราซิลของ เชลซี ทำไปแล้ว 14 ประตู (ไม่รวมเกมวันจันทร์แพ้ ฟอเรสต์ 1-3 )นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ไบรท์ตัน ด้วยค่าตัว 63.7 ล้านยูโร
ทำให้เขามีค่าเฉลี่ยประตู-ต่อ-ค่าตัว ต่ำที่ 4.5 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตาม ‘วิค’ ก็ไม่ได้ห่างไกลมากนัก โดยทำประตูได้เท่ากับ เปโดร ที่ 14 ลูก และค่าตัวของเขาสูงกว่าเล็กน้อย
ดังที่กราฟแสดงให้เห็น เขามีต้นทุน-ต่อ-ประตูอยู่ที่ 4.8 ล้านยูโร และด้วยฟอร์มการเล่นในปัจจุบัน ตัวเลขนี้อาจลดลงไปอีก
ต่างจาก เลียม ดีแล็ป อีกหอก ‘สิงห์บลูส์’ ยังคงประสบปัญหา โดยทำได้เพียงประตูเดียวตลอดทั้งฤดูกาลด้วยค่าตัว 35.5 ล้านยูโร

มาเตอุส กุนญ่า เหลืออีกเพียงประตูเดียวก็จะทำครบ 10 ประตูให้กับ แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากทำประตูขึ้นนำในเกมที่ชนะลิเวอร์พูล 3-2 เมื่อวันอาทิตย์
ขณะที่ เบนยามิน เชชโก้ ทำประตูที่ 11 ในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษฤดูกาลนี้ หลังจากทำประตูที่สองให้ทีมในช่วงต้นเกม เดียวกัน
ทั้งสองคนพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นนักเตะที่เซ็นสัญญาเข้ามาได้อย่างมีประสิทธิภาพ และถึงแม้ค่าตัวจะสูง แต่ยูไนเต็ด ก็ได้รับผลตอบแทนเป็น 20 ประตูจากเงินที่ลงทุนไปทั้งหมด 151 ล้านยูโร ซึ่งคิดเป็นประมาณ 7.5 ล้านยูโร-ต่อ-ประตูจากนักเตะทั้งสองคน
แฟนบอล อาร์เซน่อล คงจำได้ว่าเคยมีข่าวเชื่อมโยงกับ เชชโก้ ก่อนที่พวกเขาจะเซ็นสัญญากับ โยเคเรส และอาจรู้สึกว่าการตัดสินใจครั้งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง


อูโก้ เอกีตีเก้ ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในฤดูกาลแรกกับ ลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ ลีก ก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บจนต้องพักยาวในเดือนมีนาคม
โดยทำไป 11 ประตูจาก 28 นัด
แม้ว่า ‘เอกี’ จะเป็นกำลังสำคัญในแนวรุกของ ‘หงส์แดง’ แต่โชคชะตาของเขากลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับ อเล็กซานเดอร์ อีซัค นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในประวัติศาสตร์การซื้อ-ขาย บนเกาะอังกฤษ
อเล็กซ์ กลับมีฤดูกาลแรกที่ย่ำแย่กับ ลิเวอร์พูล
นักเตะชาวสวีเดนรายนี้มีค่าตัวสูงถึง 145 ล้านยูโรในการย้ายมาจาก นิวคาสเซิ่ล แต่เขากลับทำผลงานได้แย่มาก โดยทำได้เพียง 3 ประตูในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลที่เต็มไปด้วยอาการบาดเจ็บ

ฟอร์มบูดของ อีซัค กำลังเป็นปัญหาใหญ่สำหรับ ลิเวอร์พูล
ส่งผลให้ค่าตัว-ต่อ-ประตูสูงถึง 48.3 ล้านยูโร
ทว่ากองหน้าที่มีปัญหาหนักกว่าคือ โยอันน์ วิสซ่า ของนิวคาสเซิ่ล ซึ่งเช่นเดียวกับ อีซัค เพราะประสบปัญหาอาการบาดเจ็บอย่างหนักและยังไม่สามารถกลับมาทำประตูได้ในระดับเดียวกับสมัยที่เล่นให้ เบรนท์ฟอร์ด
ประตูเดียวในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ของเขาหมายความว่าทีม ‘สาลิกาดง’ต้องจ่ายเงินถึง 57.7 ล้านยูโร-ต่อ-ประตูจากเวลาลงสนาม 473 นาที
ในทำนองเดียวกัน ฟอร์มการเล่นที่ดูดีในช่วงต้นฤดูกาลของ นิค โวลเทอมาเดอ ก็แผ่วลงภายใต้การคุมทีมของ เอ็ดดี้ ฮาว ยังเซนต์.เจมส์ พาร์ค
หลังจากย้ายมาจาก สตุ๊ทการ์ต ด้วยค่าตัว 75 ล้านยูโร

เท่ากับ นิวคาสเซิ่ล ทุ่มเงิน 133.7 ล้านยูโรเพื่อคว้าตัวคู่กองหน้าคู่นี้ แต่ได้ประตูรวมกันเพียง 8 ลูก นี่จึงเป็นส่วนหนึ่งที่อธิบายได้ว่าทำไม ‘สาลิกาดง’ถึงร่วงลงไปอยู่อันดับที่ 13 ในพรีเมียร์ ลีก
ขณะที่ยูไนเต็ดกำลังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากกองหน้าที่เฉียบคมของพวกเขา

