11ผู้เล่นแพงสุดของบิ๊ก6
การใช้จ่ายในพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ยังคงแซงหน้าลีกอื่นๆในยุโรปและทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
เพราะความร่ำรวยของลีกสูงสุดเมืองผู้ดียังคงแสดงให้เห็นถึงพลังทางการเงินอย่างไม่หยุดยั้ง
คำว่า ‘บิ๊ก 6’ ทำให้แฟนบอลหลายคนรู้สึกผิดหวัง และนั่นก็เป็นความจริงเมื่อพูดถึงความสำเร็จในอดีตหรือแม้แต่ความสำเร็จในปัจจุบัน – มันอาจไม่ถูกต้องนัก
อย่างไรก็ตาม เมื่อพูดถึงการใช้จ่ายในการซื้อ-ขายนักเตะ
ทีมทั้งหกอย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล อาร์เซน่อล, เชลซี, แมนฯ ซิตี้ และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ นั้นเหนือกว่าทุกทีมรอบข้างอย่างเห็นได้ชัด
ด้วยเหตุนี้เว็บไซต์ ‘ทรานส์เฟอร์ มาร์เก็ต’จึงได้จัดทีม 11 ตัวจริงสำหรับทั้ง 6 ค่าย
โดยอิงจากการซื้อ-ขายที่แพงที่สุดตลอดกาล คาดว่าจะได้เห็นทั้งนักเตะที่ล้มเหลวและนักเตะที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก
เลือกจัดอันดับตามต้นทุนรวมของแต่ละทีม โดยนับถอยหลังจากอันดับที่หกถึงอันดับแรก ค่าธรรมเนียมทั้งหมดปัดเศษเป็นล้านที่ใกล้ที่สุด
6. ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ - 701 ล้านยูโร
ทีม 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ท็อตแน่ม มีมูลค่ารวมต่ำที่สุดในบรรดาทีมกลุ่ม ‘บิ๊ก 6’ โดยอยู่ที่ 701 ล้านยูโร
ในตำแหน่งผู้รักษาประตูคือ กูเยลโม่ วิคาริโอ ซึ่งสโมสรคว้าตัวมาจาก เอ็มโปลี ด้วยค่าตัวเพียง 19 ล้านยูโร ส่วนแนวรับ 4 คนประกอบด้วย มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน (40 ล้านยูโรจาก โวล์ฟสบวร์ก), ยาน พอล ฟาน เฮ็คเค่อ (60 ล้านยูโรจาก ไบรท์ตัน), คริสเตียน โรเมโร่ (54 ล้านยูโรจาก อตาลันต้า) และ เปโดร ปอร์โร่ (40 ล้านยูโรจาก สปอร์ติ้ง ลิสบอน)
ในแดนกลางมีผู้เล่นที่เพิ่งย้ายเข้ามาเมื่อซัมเมอร์นี้ 2 ราย ได้แก่ มาเตอุส แฟร์นานเดส (99 ล้านยูโรจาก เวสต์แฮม) และ ซานโดร โตนาลี่ (108 ล้านยูโรจาก นิวคาสเซิ่ล) ซึ่งเป็นนักเตะที่สโมสรซื้อมาด้วยค่าตัวสถิติสูงสุด
โดยมี ซาฟี ซีม่อนส์ (65 ล้านยูโรจาก อาร์เบ ไลป์ซิก) รับหน้าที่ในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์
สำหรับแนวรุก 3 ประสานประกอบด้วย ซาวิโอ (88 ล้านยูโรจาก แมนฯ ซิตี้), โดมินิค โซลันกี้ (64 ล้านยูโรจาก บอร์นมัธ) และ โมฮาเหม็ด คูดุส (64 ล้านยูโรจาก เวสต์แฮม)
5. อาร์เซน่อล - 720 ล้านยูโร
มูลค่ารวมของ 11 ผู้เล่นแพงสุด เป็นอันดับกห้าในกลุ่ม ‘บิ๊ก 6’ ของพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ได้แก่ อาร์เซน่อล แชมป์เก่า
ตำแหน่งผู้รักษาประตูคือ ดาบิด ราย่า (32 ล้านยูโร จาก เบรนท์ฟอร์ด) ส่วนแนวรับ 4 คนประกอบด้วย ริคคาร์โด้ คาลาฟิออรี่ (44 ล้านยูโร จาก โบโลญญ่า), เอซรี่ คอนซ่า (60 ล้านยูโร จาก แอสตัน วิลล่า),ชโคดราน มุสตาฟี่ (41 ล้านยูโร จาก บาเลนเซีย) และ เบน ไวท์ (58 ล้านยูโร จาก ไบรท์ตัน)
ในแดนกลาง เดแคลน ไรซ์ เป็นนักเตะค่าตัวสถิติสโมสร (117 ล้านยูโร จาก เวสต์แฮม) ยืนคู่กับ บรูโน่ กีมาไรช์ (88 ล้านยูโร จาก นิวคาสเซิ่ล) ที่เพิ่งย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์
ทางด้านเกมรุกมี เอเบเรชี่ เอเซ่ (69 ล้านยูโร จาก คริสตัล พาเลซ) ยืนอยู่หลัง ไค ฮาแวร์ตซ์ (75 ล้านยูโร จาก เชลซี) โดยมี โนนี่ มาดูเอเก้ (56 ล้านยูโร จาก เชลซี) และ นิโกล่าส์ เปเป้ (80 ล้านยูโร จาก ลีลล์) ประจำการอยู่ที่ริมเส้น
4. แมนฯ ยูไนเต็ด - 837 ล้านยูโร
แม้ แมนฯ ยูไนเต็ด จะเคยขึ้นชื่อเรื่องการทุ่มเงินมหาศาลในตลาดซื้อ-ขายนักเตะ แต่เมื่อจัดอันดับทีม 11 ผู้เล่นที่มีค่าตัวรวมสูงสุดในกลุ่มสโมสรเหล่านี้
พวกเขากลับรั้งเพียงอันดับที่ 4 เท่านั้น
โดยในตำแหน่งผู้รักษาประตูคือ อ็องเดร โอนาน่า (52 ล้านยูโร จาก อินเตอร์ มิลาน) ส่วนแนวรับ 4 คนประกอบด้วย ลีซานโดร มาร์ตีเนซ (57 ล้านยูโร จาก อาแจ็กซ์), แฮร์รี่ แม็คไกวร์ (87 ล้านยูโร จาก เลสเตอร์), เลนี่ โยโร่ (62 ล้านยูโร จาก ลีลล์) และ อารอน วาน-บิสซาก้า (55 ล้านยูโร จาก คริสตัล พาเลซ)
สำหรับแดนกลางมี ปอล ป็อกบา (105 ล้านยูโร จาก ยูเวนตุส) ซึ่งเป็นนักเตะค่าตัวสถิติสโมสร ยืนคู่กับ คาร์ลอส บาเลบา (76 ล้านยูโร จาก ไบรท์ตัน)
โดยมี เจดอน ซานโช่ (85 ล้านยูโร จาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์) และ อันโตนี่ (95 ล้านยูโร จาก อาแจ็กซ์) ประจำการริมเส้น
ส่วนในแนวรุก โรเมลู ลูกากู (85 ล้านยูโร) จับคู่กับ ราสมุส ฮอยลุนด์ (80 ล้านยูโร)
3. ลิเวอร์พูล - 929 ล้านยูโร
ทีม 11 ผู้เล่นตัวจริงขอ ‘หงส์แดง’ชุดนี้ถือว่ามีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 3 ซึ่งได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการทุ่มงบประมาณมหาศาลในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
ในตำแหน่งผู้รักษาประตูคือ อาลีสซง เบ็คเกอร์ (73 ล้านยูโร จาก โรม่า) ส่วนแนวรับ 4 คนประกอบด้วย มิลอส เคอร์เคซ (47 ล้านยูโร จาก บอร์นมัธ), เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ (85 ล้านยูโร จาก เซาแธมป์ตัน), นักเตะใหม่ เฌเรมี่ ฌักเกต์ (64 ล้านยูโร จาก แรนส์) และ เจเรมี่ ฟริมปง (40 ล้านยูโร จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น)
สำหรับแดนกลางมี โดมินิก โซบอสไล (70 ล้านยูโร จาก แอร์เบ ไลป์ซิก) และ นาบี เกอิต้า (60 ล้านยูโร จากแอร์เบ ไลป์ซิก)
เพลย์เมเกอร์ โฟลเรียน เวียร์ตซ์ (125 ล้านยูโร จาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) ยืนทำเกมรุก
ปิดท้ายด้วยแนวรุกเต็มสูบที่ประกอบด้วยสามประสานค่าตัวแพงระยับ ได้แก่ อเล็กซานเดอร์ อีซัค เจ้าของสถิติค่าตัวสูงสุดของสโมสร (145 ล้านยูโร จาก นิวคาสเซิ่ล), บรัดเล่ย์ บาร์โกล่า (125 ล้านยูโร จาก เปแอสเช) และ อูโก้ เอกีตีเก้ (95 ล้านยูโร จาก แฟร้งก์เฟิร์ต)
2. แมนฯ ซิตี้ - 972 ล้านยูโร
ทีม 11 ผู้เล่นตัวจริงของ ซิตี้ มีมูลค่าสูงเป็นอันดับสอง ไล่จาก เอแดร์ซอน โมราเอส (40 ล้านยูโร จาก เบนฟิก้า) รับหน้าที่เฝ้าเสา
ส่วนแนวรับ 4 คนประกอบด้วย ยอชโก้ กวาร์ดิโอล (90 ล้านยูโร จาก แอร์เบ ไลป์ซิก), รูเบน ดีอาส (72 ล้านยูโร จาก เบนฟิก้า), อายเมอริค ลาปอร์กต์ (65 ล้านยูโร จาก แอธเลติก บิลเบา) และ ชูเอา กานเซโล่ (65 ล้านยูโร จาก ยูเวนตุส)
ในแดนกลางมี เอลเลียต แอนเดอร์สัน (135 ล้านยูโร จาก ฟอเรสต์) ยืนคู่กับ อายยุบ บูอัดดี้ (95 ล้านยูโร จาก ลีลล์)
ขณะที่ แจ็ค กรีลิช (118 ล้านยูโร จาก แอสตัน วิลล่า) และ อ็องตวน เซเมนโย่ (72 ล้านยูโร จาก บอร์นมัธ) ประจำการริมเส้น
โดยมี เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ (145 ล้านยูโร จาก เชลซี) ซึ่งเป็นนักเตะใหม่ค่าตัวสถิติสโมสร ยืนอยู่ด้านหลังกองหน้า้เป้า โอมาร์ มาร์มูช (75 ล้านยูโร จาก แฟร้งก์เฟิร์ต)
1. เชลซี - 1 พันล้านยูโร
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ทีม 11 ผู้เล่นตัวจริงของสโมสรจอมทุ่มอย่าง เชลซี จะมีมูลค่าสูงที่สุด
โดยมูลค่าพุ่งสูงถึง 1 พันล้านยูโร ในตำแหน่งผู้รักษาประตูคือ เกปา อาร์รีซาบาลาก้า ซึ่งเป็นนายทวารที่มีค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล (80 ล้านยูโรจาก แอธ. บิลเบา)
ส่วนแนวรับ 4 คนประกอบด้วย มาร์ก กูกูเรย่า (65 ล้านยูโรจาก ไบรท์ตัน), เวสเล่ย์ โฟฟาน่า (80 ล้านยูโรจาก เลสเตอร์) และแข้งใหม่ที่ดึงเข้ามาอย่าง แม็กซองต์ ลาครัวซ์ (61 ล้านยูโรจาก คริสตัล พาเลซ) กับ มาร์โก ปาเลสตรา (57 ล้านยูโรจาก อตาลันต้า)
ทางด้านแผงมิดฟิลด์มูลค่ามหาศาลเป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ (121 ล้านยูโรจาก เบนฟิก้า) และ มอยเซส ไกเซโด้ (116 ล้านยูโรจาก ไบรท์ตัน)
โดยมี ไค ฮาแวร์ตซ์ (100 ล้านยูโรจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น) รับหน้าที่ในตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์
สำหรับแนวรุกนั้นมี โรเมลู ลูกากู (113 ล้านยูโรจาก อินเตอร์ มิลาน) ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้า
ขนาบข้างด้วย มอร์แกน โรเจอร์ส (138 ล้านยูโร จาก แอสตัน วิลล่า ) ซึ่งเป็นนักเตะใหม่ที่ย้ายมาด้วยค่าตัวสถิติสโมสรทางฝั่งซ้าย และ มิไคโล มูดริค (70 ล้านยูโรจาก ชัคห์ตาร์ โดเนตส์ค) ทางฝั่งขวา

