มุมมองของอัลกอร์ต้า
ราฟาเอล อัลกอร์ต้า อดีตกองหลังระดับตำนานของ แอธเลติก บิลเบา เป็นหนึ่งในนักเตะที่มีความผูกพันกับทีมดังแคว้นบาสก์ นับตั้งแต่เติบโตในอะคาเดมี่จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่นานกว่าทศวรรษใน 2 ช่วงเวลา ระหว่างนั้นเขาย้ายไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด เป็นเวลา 4 ปีด้วย ก่อนจะก้าวขึ้นมาทำงานฐานะผู้อำนวยการกีฬาของ แอธเลติก บิลเบา
อดีตกองหลังวัย 57 ปี ได้สะท้อนความคิดเกี่ยวกับเอกลักษณ์ของชาวบาสโก้และวัฒนธรรมในห้องแต่งตัว อีกทั้งยังกล่าวถึงอดีตกองหน้าดาวดังอย่าง โรมารีโอ, โรนัลโด้ นาซารีโอ
การเติบโตและได้ลงเล่นนัดแรกกับ แอธเลติก บิลเบา มีความหมายอย่างไรสำหรับคุณ?
'มันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้เมื่อคุณอาศัยอยู่ในเมืองอย่างบิลเบา การได้เล่นกับทีมของคุณ ด้วยปรัชญาที่เรามี ผมคิดว่ามันเป็นความฝันของเด็กๆทุกคนในบิลเบา การได้ลงเล่นนัดแรกกับ แอธเลติก และมีอาชีพค้าแข้งที่ยาวนาน ผมไม่สามารถบรรยายเป็นคำพูดได้เลยว่ามันมีความหมายมากแค่ไหนสำหรับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ได้ลงเล่นนัดแรกกับ แอธเลติก'
คุณมองเห็นอนาคตของ แอธเลติก บิลเบา เป็นอย่างไร?
'มันยากขึ้นเรื่อยๆ ที่จะพึ่งพาแต่คนในเมืองของคุณเอง พึ่งพาแก่นแท้ของชาวบาสโก้ แต่ฤดูกาลอย่างปีที่แล้ว ที่ แอธเลติก สามารถคว้าตั๋วไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกได้นั้นช่วยเพิ่มกำลังใจให้เราจริงๆ และนั่นหมายความว่าทุกคนที่เคยเล่นให้ แอธเลติก เริ่มรู้สึกตื่นเต้นอีกครั้ง แอธเลติก กลับมาอยู่บนจุดสูงสุดอีกครั้ง ปีหนึ่งได้ไปเล่นยูโรปาลีก อีกปีหนึ่งได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก'
'ผมคิดว่าเราจะได้ไปเล่นในยุโรปอีกครั้งในปีนี้ เรากำลังอยู่ในช่วงที่ดี และนั่นกระตุ้นให้นักเตะรุ่นใหม่มีความฝัน เมื่อเห็นว่าปรัชญาของเรา ซึ่งยากจะรักษาไว้กำลังเฟื่องฟู'

การย้ายไปค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ของคุณเกิดขึ้นได้อย่างไร?
'มันเป็นเรื่องราวที่น่าเหลือเชื่อ เมื่อใดก็ตามที่สโมสรอย่าง มาดริด ติดต่อมา มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่ง เพราะผมไม่เคยคิดเลยว่า เรอัล มาดริด อยากเซ็นสัญญากับผม ที่จริงแล้ว ผมอยากเล่นกับ แอธเลติก ไปตลอดอาชีพของผม อย่างไรก็ตามเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นที่นำผมไปที่ มาดริด'
'ห้องแต่งตัวทั้งสองทีมคล้ายกันมาก ตลอด 4 ฤดูกาลที่ มาดริด ผมพบว่าบรรยากาศในห้องแต่งตัวนั้นยอดเยี่ยมมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่ทำให้ผมประหลาดใจแน่นอน ผมมาจากสภาพแวดล้อมที่มีความสนิทสนมกันมาก ที่ทุกคนต่างรู้จักกัน แล้วจากนั้นคุณก็ไปอยู่ในที่ที่คุณต้องเล่นกับนักเตะต่างชาติ ผมไม่เคยเล่นกับนักเตะต่างชาติมาก่อน'
ที่ บิลเบา เป็นเหมือนครอบครัวมากกว่าหรือไม่?
'แน่นอน มันควรจะเป็นเหมือนครอบครัวมากกว่า แต่จริงอยู่ที่เมื่อคุณไป มาดริด คุณจะพบกับห้องแต่งตัวที่มีความเป็นมืออาชีพสุดๆ กับนักเตะที่ยอดเยี่ยม ซึ่งผมได้เรียนรู้จากพวกเขามากมาย ผมมีความทรงจำที่ดีมาก บรรยากาศแตกต่างกันอย่างแน่นอน แอธเลติก เป็นเหมือนครอบครัวมากกว่า แต่ที่ มาดริด ผมได้พบกับนักเตะที่ยอดเยี่ยมและผู้คนที่ยอดเยี่ยม'
ช่วงเวลาปรับตัวของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?
'ผมโชคดีเพราะผมไปฟุตบอลโลกปี 1990 ที่อิตาลี และได้เป็นเพื่อนกับ เอมิลิโอ บูตรากนโญ่ และ มิเชล ผมยังรู้จัก เชนโก้ มีนักเตะอีกหลายคนที่รู้จักผมอยู่แล้ว ราฟา มาร์ติน บาซเกซ ก็เช่นกัน ดังนั้นการปรับตัวเข้ากับห้องแต่งตัวของมาดริดจึงค่อนข้างราบรื่น'
'มีนักเตะคนอื่นๆอย่างเช่น มาเกด้า ที่ผมเคยเล่นด้วยในทีมชุดยู-18 ปี หรือยู-16 ปี เราต่างรู้จักกันบ้าง และผมไม่มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับห้องแต่งตัวนั้น สภาพแวดล้อมนั้น เพราะผมเข้ากันได้ดีกับพวกเขา และพวกเขาก็ช่วยเหลือผมและทำให้มันง่ายขึ้นสำหรับผม มิเชล เป็นคนตลกที่สุด เขาชอบเล่นตลกสารพัดทั้งแบบขำๆและแบบเลยเถิดไปหน่อย'

คุณจำเกม 'เอล กลาซิโก้' เกมใดเป็นพิเศษ หรือมีเกมใดที่อยู่ในใจคุณเป็นพิเศษ?
'ผมจำเกมแรกที่ผมชนะได้แน่นอน นั่นคือ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ ที่เราคว้าแชมป์ที่ คัมป์ นู และแน่นอนว่าเกมที่ชนะ 5-0 อันโด่งดังที่ โรมารีโอ ทำท่า (โกล่า เด บาก้า) แต่ผมจำมันไม่ได้จริงๆ อย่างแรกเพราะ โรมารีโอ เป็นอัจฉริยะ และอย่างที่สองเพราะสิ่งที่เจ็บปวดจริงๆคือมันเป็นประตูแรก'
'ประตูนั้นทำร้ายเรามาก และเมื่อจบเกม ผมยังไม่รู้เลยว่าจะมีคนนำท่านั้นไปตั้งชื่อเป็นชื่อเกมด้วยซ้ำ ที่จริงแล้ว ผมจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าท่านั้นเป็นอย่างไร ผมจำได้แค่ว่าเราแพ้'
'ในเกมที่สองที่ เบร์นาเบว ผมประกอบ โรมารีโอ ต่างออกไป มีกองหน้าหลายคนที่ทำให้ผมต้องทำงานหนักกว่านี้มาก เพราะเขามีโอกาสแค่ 2 หรือ 3 ครั้ง แต่เขาก็ทำประตูได้หมด'
'และผมจำ ลูโบ เปเนฟ การประกบเขาตลอด 90 นาทีเป็นเหมือนการทรมานจริงๆ มันทรมานมาก เพราะเขาจะวิ่งเข้าไปในพื้นที่ว่าง หลุดจากการประกบ เขาจะเข้าปะทะคุณ คุณก็จะปะทะเขา เขาจะผลักคุณ เขาเป็นคนที่สูงกว่าผมประมาณครึ่งหัว'
คุณกับ เฟร์นานโด เอียร์โร่ เข้ากันได้ดีอย่างไร?
'ผมกับ เฟร์นานโด เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน ผมคิดว่าน่าจะเป็นตอนทีม ยู-19 หรือ ยู-21 และผมคิดว่าเราเข้ากันได้ดีตั้งแต่แรก เราเป็นนักเตะคนละสไตล์ แต่สิ่งนั้นช่วยให้เราประสานงานกันได้ดีมากเมื่อผมมาถึง มาดริด ในปีแรก เพราะผมรู้ว่าจุดแข็งของเขาคืออะไร และเขาก็รู้จุดแข็งของผมเช่นกัน'
'เขาเก่งกว่าผมมากในการนำบอลขึ้นหน้าและเล่นลูกกลางอากาศ ผมเร็วกว่าเขา ดังนั้นผมมักจะเป็นคนคอยจับตามอง ขึ้นอยู่กับกองหน้าที่เราต้องเผชิญหน้าด้วย และเราไม่จำเป็นต้องคุยกันเลย เมื่อเราลงสนาม เราทั้งคู่ต่างรู้บทบาทของตัวเอง ผมคิดว่าบางครั้งคุณต้องยอมรับว่าคุณเก่งในบางเรื่องและไม่เก่งในเรื่องอื่นๆ'
'สำหรับผม เขาคือเซนเตอร์แบ็กดีสุดที่ผมเคยเห็นมาอย่างไม่ต้องสงสัย และผมต้องยอมรับว่าผมเล่นเคียงข้างคนที่เก่งกว่าผม ผมคิดว่านั่นเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราทำงานร่วมกันได้ดีมาก'

คุณมีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับ โรนัลโด้ นาซารีโอ บ้าง?
'เรื่องดีสุดที่ผมจำได้คือเกม 'เอล กลาซิโก้' ที่เราชนะ 2-0 ที่ เบร์นาเบว ในลีกและผมกับ เฟร์นานโด กำลังเล่น โรนัลโด้ นาซารีโอ มีโอกาสทำประตูชัดเจนถึง 3 ครั้ง และวันรุ่งขึ้น สิ่งที่เราอ่านในหนังสือพิมพ์คือผมกับ เฟร์นานโด เป็นคู่เซนเตอร์แบ็กที่สามารถหยุด โรนัลโด้ ไว้ได้'
'ผมกับ เฟร์นานโด มองหน้ากันแล้วพูดว่า 'ดูนั่นสิ เราทำทุกอย่างถูกต้องแล้ว แต่เขายังมีโอกาสชัดเจนถึง 3 ครั้ง' เขาเป็นสุดยอดนักเตะ โรนัลโด้ เป็นสุดยอดนักเตะจริงๆ บอกตามตรง นั่นคือเรื่องราวทั้งหมด เราคงทำได้ดีแล้ว แต่เราจำเป็นต้องทำได้ดีกว่านี้อีก'
อัลกอร์ต้า ยังพูดถึง คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ กองหน้าดาวดังในทีมชุดปัจจุบันของ เรอัล มาดริด ว่ามีส่วนคล้ายกับ โรนัลโด้ นาซารีโอ ในหลายๆด้าน
'ด้วยคุณสมบัติของเขาทั้งพละกำลัง ความเร็ว และเทคนิค เอ็มบั๊ปเป้ ทำให้ผมนึกถึง โรนัลโด้ ในหลายๆด้าน ทั้งจังหวะและการเร่งสปีด ที่ทำให้เขาแซงหน้าคุณไปได้ และคุณตามเขาไม่ทันจริงๆ ผมคิดว่า เอ็มบั๊ปเป้ ยังต้องพัฒนาอีกมากเพื่อไปถึงระดับของ โรนัลโด้ แต่มีบางอย่างในตัวเขาที่เริ่มดูคล้ายกับ นาซารีโอ ผู้ยิ่งใหญ่'

คุณเคยเล่นฟุตบอลโลก 3 สมัยและฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 1 ครั้งกับทีมชาติสเปน คุณประทับใจกับทัวร์นาเมนต์ใดมากที่สุด?
'ฟุตบอลโลกที่ สหรัฐอเมริกา เป็นอะไรที่พิเศษมาก ดีมากจริงๆ ในครั้งแรก ผมได้ลงเล่นเกมแรก เล่นแค่ 12 นาทีในอิตาลีในการเผชิญหน้ากับ เบลเยียม และที่ฝรั่งเศสเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับพวกเราทุกคน เพราะเราทำผลงานไม่ดี แต่ที่ สหรัฐอเมริกา เป็นฟุตบอลโลกที่ยอดเยี่ยม ฟุตบอลโลกที่เราขาดอะไรบางอย่างที่บางครั้งเราต้องการ ผมไม่รู้ว่าจะเรียกว่าโชคหรือเปล่า แต่เราขาดอะไรบางอย่างไป'
'ผมไม่ได้บอกว่าเราสามารถคว้าแชมป์โลกได้ แม้ว่าบางทีเราอาจจะทำได้ แต่เราน่าจะไปได้ไกลกว่านี้อีกสักรอบหรือสองรอบ เรามีทีมที่ดีมาก โค้ชที่ดีมาก มีจิตใจที่แข็งแกร่ง และผมคิดว่ามันเป็นทีมที่หลายๆอย่างมารวมกันได้อย่างลงตัว'
คุณมองว่า สเปน เป็นทีมเต็งของฟุตบอลโลก 2026 หรือไม่?
'ไม่ต้องสงสัย ประการแรก เพราะผมคิดว่าพวกเขาเล่นฟุตบอลได้ดีที่สุดทั้งตอนครองบอลและตอนไม่มีบอล ผมคิดว่าพวกเขารู้ว่าต้องทำอะไร พวกเขามีโค้ชที่เก่งมากอย่าง หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ เขารู้จักพวกนักเตะมาตั้งแต่เด็กๆ และตอนนี้ผมคิดว่าพวกเขาร่วมกับ อาร์เจนตินา และ ฝรั่งเศส เป็นตัวเต็งลำดับต้นๆสำหรับฟุตบอลโลก'

