ความก้าวหน้าของปิโอตรอฟสกี้
ยาคุบ ปิโอตรอฟสกี้ มิดฟิลด์วัย 28 ปี กำลังปรับตัวได้ดีกับ อูดิเนเซ่ นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลูโดโกเร็ตส์ ราซกราด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยเกือบจะทำประตูแรกบนเวที เซเรีย อา ในเกมกับ นาโปลี แต่ถูกวีเออาร์ริบคืนในเวลาต่อมา
ปิโอตรอฟสกี้ ยังผ่านบอลให้ นิโคโล่ ซานิโอโล่ ทำประตูได้เช่นกัน แต่ก็ถูกริบคืน อีกลูกยิงของเขายังถูก วานยา มิลินโควิช-ซาวิช ปัดบอลชนคานอย่างน่าเหลือเชื่อ
'แน่นอนว่าสิ่งที่น่าเสียดายมากที่สุดคือ วานยา สามารถเซฟลูกยิงของผมได้ เพราะผมคิดว่ามันเป็นการป้องกันที่ยอดเยี่ยมมาก มีโชคช่วยอยู่บ้าง และสถานการณ์อื่นๆก็เหมือนรถไฟเหาะทางอารมณ์ เพราะคุณทำได้สองประตู แต่ทั้งสองลูกถูกยกเลิกโดยวีเออาร์ และเรารู้ว่าบางครั้งสถานการณ์แบบนั้นในเกมอาจพลิกผันได้'
'แต่ในฐานะทีม เราตอบสนองได้ดี และพลังงานนั้นอยู่กับเราตลอดเวลาจนกระทั่งจบเกม เราสมควรได้ประตูนั้นและชัยชนะ ดังนั้นผมจึงเสียใจเล็กน้อยที่ประตูของผมไม่ได้ เพราะมันคงจะดีถ้าจบเกมสองนัดติดต่อกันด้วยการทำประตู แต่การโค่นแชมป์อิตาลี 1-0 นั้นเป็นความรู้สึกที่ดีมาก ไม่ว่าผมจะทำประตูได้หรือไม่ก็ตาม' ปิโอตรอฟสกี้ กล่าว
อูดิเนเซ่ สามารถเอาชนะทีมที่ผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกซีซั่นนี้ทั้ง นาโปลี, อินเตอร์ มิลาน และ อตาลันต้า ถือเป็นการทำแฮตริคหรือไม่
'ถูกต้อง ซึ่งหมายความว่าเราต้องการความสมดุลกับคู่แข่งที่อ่อนกว่าในทางทฤษฎี เพื่อให้เกิดความสมดุลและทำให้คะแนนที่ได้จากทีมชั้นนำของลีกอิตาลีมีความหมายมากขึ้น เราต้องการคะแนนเพิ่มเติมจากทีมอื่นๆ คีย์เวิร์ดคือความเสถียร'

หลังจากเกมล่าสุด ค่าเฉลี่ยของคุณใน เซเรีย อา คือการทำหนึ่งประตูทุกๆการลงเล่น 700 นาที หากใครดูสถิติดังกล่าวอาจไม่ประทับใจนัก แต่บทบาทของเขาแตกต่างจากตอนที่เล่นกับ ลูโดโกเร็ตส์ เนื่องจากต้องเล่นเกมรับมากขึ้นและตำแหน่งส่วนใหญ่ของเขาอยู่ในแดนตัวเอง
เมื่อถูกถามว่าการเปลี่ยนจากการเล่นกับสโมสรชั้นนำของบัลแกเรียมาเป็นการต่อสู้เพื่อทุกคะแนนนั้นเป็นการก้าวกระโดดครั้งใหญ่หรือไม่
'แน่นอน ที่ ลูโดโกเร็ตส์ ผมมีโอกาสทำประตูและเข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษเยอะมาก เราเป็นฝ่ายครองเกมและทำประตูได้จำนวนมากในแต่ละฤดูกาล ดังนั้นจึงมีโอกาสทำประตูมากมาย'
'ที่นี่ (อูดิเนเซ่) เราไม่ใช่ทีมท็อป 4 ที่ทำประตูได้จำนวนมากเหมือน อินเตอร์ ในฤดูกาลนี้ ดังนั้นโอกาสเหล่านั้นจึงน้อยลง แต่ผมคิดว่าในช่วง 2-3 เกมหลัง ผมมีโอกาสทำประตูมากขึ้น เข้าไปอยู่ในกรอบเขตโทษบ่อยขึ้น และมีความอันตรายมากขึ้น'
'มันแตกต่างกันอย่างมากแน่นอน แต่ความปรารถนาที่จะคว้าชัยชนะยังอยู่ในตัวผมเสมอ แม้ว่าเราจะไม่ชนะทุกอย่างที่ อูดิเนเซ่ ก็ตาม แต่การปราชัยทุกครั้งมันเจ็บปวดมากเพราะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา สำหรับผม การเสมอเหมือนการพ่ายแพ้ ดังนั้นมันจึงเป็นประสบการณ์ใหม่'
'ในเกมกับ นาโปลี ทั้งทีมดูดีมาก คุณไม่หยุดเพรสแม้จะมีสองประตูที่ถูกริบคืน แต่เกมของคุณก็ดูดุดันกว่าช่วงต้นฤดูกาลมาก มันเป็นเรื่องของความมั่นใจ ความเข้ากันได้ที่มากขึ้น หรืออาจเป็นเพราะความเข้าใจในความเป็นจริงของลีกที่ดีขึ้น'
'ผมจะเริ่มจากตอนจบ มันมาจากการลงลเล่นแมตช์ต่างๆ การวิเคราะห์พื้นที่ว่างในสนาม ผมทำแบบนั้นตลอดเวลาและเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ดังนั้นผมจึงพบพื้นที่ว่างมากขึ้น อาจจะเป็นจังหวะที่ดีขึ้นในสนาม ควรวิ่งเข้าไปในจุดใดและโซนไหน'

'ดังนั้น การเริ่มต้นจึงเป็นการเรียนรู้ลีกนี้สำหรับผมเช่นกัน และผมคิดว่ามีความก้าวหน้ามากมาย ผมทำแบบนั้นจากเกมต่อเกม เพราะผมมีข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆในการวิเคราะห์เกมของตัวเองและคาดการณ์พฤติกรรมของทีมคู่แข่งในสนาม'
'ผมคิดว่าด้วยทัศนคติที่ดี พลังของทีมที่ดี และความเชื่อมั่นที่มากพอ คุณสามารถเอาชนะใครก็ได้ในลีกอิตาลี และแน่นอนว่ามีแมตช์ที่ยากกว่านี้ แต่ผมคิดว่าเมื่อลงสนามไปแล้ว สกอร์ยังเป็น 0-0 คุณสามารถต่อสู้กับใครก็ได้และแสดงให้เห็นถึงด้านที่ดี'
'กับ นาโปลี ตั้งแต่นาทีแรก เราอยู่ในสนามด้วยจิตวิญญาณที่ดี มันเห็นได้ชัดตลอด 90 นาทีว่าเรามีความเชื่อมั่นว่าเราสามารถเอาชนะเกมนี้ได้ โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลังที่สร้างความตื่นเต้นมาก มันเป็นเกมที่สนุกสำหรับแฟนๆด้วย สองประตูที่ถูกริบคืน แต่เราพยายามทำประตูต่อไปในทุกนาที'
เมื่อถูกถามว่า อูดิเนเซ่ สามารถรับมือกับสามทีมใหญ่ข้างต้นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่มีข้อแก้ตัวใดๆในการแข่งขันที่เหลืออยู่ใช่หรือไม่
'ถูกต้อง แต่ผมยังคงนึกถึงคำว่า ความเสถียร ฟอร์มการเล่นที่ต้องคงเส้นคงวา มีความสมดุลเสมอ และต้องไม่ผันผวนมากเกินไปจากสัปดาห์ต่อสัปดาห์ เพื่อจะรักษาตำแหน่งให้อยู่ใกล้อันดับต้นๆในลีกอิตาลี'
คุณต้องจริงจังกับบทบาทของคุณในการสร้างเสถียรภาพนี้ นอกจากการวิเคราะห์ร่วมกับทีมแล้ว คุณยังทำการวิเคราะห์ส่วนตัวหลังเกมเกมทุกครั้งด้วยหรือไม่
'ผมมีคนๆหนึ่งที่ตอนนี้เป็นเพื่อนกันแล้ว ที่ผมทำงานด้วยมานานแล้ว (เพอร์เซมีสลาฟ โกลมูก้า นักวิเคราะห์) และเราจะนั่งคุยกัน ก่อนที่เราจะเริ่มการวิเคราะห์ เขาจะเลือกการกระทำที่สำคัญสุดสำหรับผม ซึ่งผมสามารถนะไปใช้ในการแข่งขันครั้งต่อไปได้'

'บางครั้งเราก็เอาแบบอย่างจากผู้เล่นระดับท็อปและพฤติกรรมที่ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง แน่นอนว่าเราวิเคราะห์สถานการณ์ที่สำคัญสุดสัปดาห์ละครั้ง ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานการณ์ดีที่สุด แต่เป็นสถานการณ์ที่ผมควรทำได้ดีกว่านี้ ซึ่งสามารถทำซ้ำได้ และวิธีแก้ปัญหาเฉพาะเจาะจงที่สามารถช่วยผมได้'
เมื่อถูกถามถึงการจัดการหน้าที่ในฐานะคุณพ่อและนักเตะอย่างไร ปิโอตรอฟสกี้ ตอบว่า 'ช่วงเดือนแรก ครอบครัวผมอยู่ที่โปแลนด์ ดังนั้นผมจึงมาที่นี่เฉพาะวันหยุดของผมเมื่อได้รับอนุญาตจากโค้ชเท่านั้น ตอนนี้พวกเขามาอยู่กับผมราว 2 สัปดาห์แล้ว และสำหรับผมมันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก'
'วันเวลาผ่านไปเร็วขึ้น มีการเคลื่อนไหวมากขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น แต่ผมสนุกกับมันมาก และผมเป็นคนที่ชอบการเคลื่อนไหว ไม่ชอบความเบื่อหน่าย ดังนั้นผมจึงพูดได้ว่าตอนนี้มันเจ๋งมากจริงๆ'
'มันเป็นที่รู้กันว่าคู่หมั้นของผมมีบทบาทสำคัญมาก เพราะเมื่อพูดถึงการนอนหลับ สำหรับผมแล้วมันเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในแง่ของการฟื้นฟูร่างกายและการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน ดังนั้นผมจึงมักนอนแยกกันเพื่อเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการฝึกซ้อมครั้งต่อไปและสำหรับการแข่งขัน'
เมื่อถูกถามว่าเขามีความคิดเกี่ยวกับการเล่นรอบเพลย์ออฟในเดือนมีนาคมและการเดินทางไปฟุตบอลโลกกับโปแลนด์ มิดฟิลด์วัย 28 ปีตอบว่า 'มันก็ดี แต่นั่นมันเดือนมีนาคม ตอนนี้เพิ่งเดือนมกราคม ในวงการฟุตบอล ช่วง 3 เดือนนั้นนานมาก คุณไม่รู้ว่าจะมีนักเตะคนใดพร้อมลงสนาม ใครจะอยู่ในฟอร์มที่ดี ไม่ใช่แค่ในทีมชาติของเรา รวมถึงตอนที่พบกับ แอลเบเนีย ด้วย ดังนั้นผมคิดว่าเราต้องรอดูกันต่อไป'

'แต่แน่นอนว่าเรามีความเชื่อมั่นและความสามารถ รวมถึงทักษะของนักเตที่จะผ่านเกมแรกไปได้ เพราะนั่นคือสิ่งที่เราต้องโฟกัส อาจฟังดูซ้ำซาก แต่ก็เป็นความจริง คุณต้องเอาชนะ แอลเบเนีย ก่อน แล้วค่อยคิดถึงเกมเพลย์ออฟรอบสอง'
'อย่างที่ผมบอก เรายังมีเวลาพอสมควร และเราจะรู้มากขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ว่านักเตะคนใดพร้อมลงสนาม ฟอร์มการเล่นเป็นอย่างไร และนั่นจะเป็นช่วงสำคัญที่จะตัดสินว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง'
'แต่คุณจะเห็นได้จากเกมทีมชาติที่ผ่านมาว่าเราสามารถไปฟุตบอลโลกได้อย่างแน่นอน นี่เป็นทัวร์นาเมนต์พิเศษ และไม่ใช่แค่ผม แต่ทุกคนที่สามารถเล่นให้ทีมชาติได้ต่างก็อยากไปฟุตบอลโลก'

