กว่าจะมีวันนี้ของเฟร์มีน

วันพุธที่ 14 มกราคม 2569 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
229
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
เฟร์มีน โลเปซ ใช้ทั้งความพยายามและความอดทนจนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นขุมกำลังสำคัญในทีมชุดใหญ่ของทัพอาซูลกราน่า

เฟร์มีน โลเปซ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรตั้งแต่อายุ 13 ปี ก่อนมิดฟิลด์วัย 22 ปีจะค่อยๆพัฒนาตัวเองจนก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในนักเตะคนสำคัญของทัพอาซูลกราน่ายุค ฮันซี่ ฟลิค 

แต่กว่าจะมีวันนี้ เฟร์มีน ต้องเผชิญกับอนาคตที่ไม่แน่นอนและมีโอกาสย้ายออกจากสโมสรทั้งในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 และหน้าร้อนเมื่อปีที่แล้ว 

บาร์เซโลน่า ปล่อย เฟร์มีน ย้ายไปเล่นกับ ลีนาเรส ด้วยสัญญายืมตัวในฤดูกาล 2022-2023 ก่อนหวนคืนสโมสรหลังจบซีซั่นนั้นท่ามกลางอนาคตที่ไม่ชัดเจน ก่อนเขาจะพลิกสถานการณ์กลับมาจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่ยุค ชาบี เอร์นานเดซ เทรนเนอร์บาร์ซ่าในขณะนั้น

เฟร์มีน ยังมีโอกาสย้ายสังกัดในช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา หลังตกเป็นเป้าสนใจของ เชลซี แต่มิดฟิลด์วัย 22 ปีตัดสินใจอยู่กับทีมต่อไปและพิสูจน์คุณค่าของตัวเองจนกลายเป็นขุมกำลังสำคัญที่ ฟลิค เลือกใช้งานมากกว่า ดาเนียล โอลโม่ ด้วยซ้ำ

'ผมใช้ชีวิตเหมือนความฝัน นั่นคือสิ่งที่ผมฝันมาตั้งแต่เด็ก และผมก็ทำงานหนักเพื่อมันมาตลอด การได้อยู่กับ บาร์เซโลน่า และทีมชาติในวัย 22 ปีคือความฝัน' เฟร์มีน กล่าว

เฟร์มีน ยังเล่าถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากในการปรับตัวเข้ากับสไตล์ของสโมสรตอนที่เขาย้ายจากเมืองเล็กๆอย่าง เอล กัมปีโย่ ในแคว้นอันดาลูเซียมายัง บาร์เซโลน่า ตั้งแต่อายุ 13 ปี 

'มันยากมาก เพราะตอนนั้นยังเด็กมาก ผมคิดว่าผมยังไม่พร้อมที่จะไปอยู่ไกลขนาดนั้น โดยไม่มีครอบครัวและเพื่อนๆ แม้ว่าที่นี่ ใน ลา มาเซีย พวกเขาปฏิบัติต่อผมดีมาก พวกเขาช่วยเหลือผมอย่างมาก และมันเป็นช่วงเวลาที่สวยงามมาก'


จากนั้น เฟร์มีน ยังเผยถึงช่วงเวลาที่เขาคิดว่าตัวเองพร้อมสำหรับการเป็นฟุตบอลอาชีพหลังย้ายกลับมาจาก ลีนาเรส หลังสิ้นสุดสัญญายืมตัวว่า 'มันยาก ตอนที่ผมกลับมาจาก ลีนาเรส ผมคิดว่าผมคงไม่มีโอกาสเล่นให้ บาร์เซโลน่า แล้ว แต่ผมยังสามารถทุ่มเทให้กับฟุตบอลได้'

'แล้วผมก็มีโอกาสไปฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นกับทีมชุดใหญ่ และมันเป็นไปด้วยดีจนถึงตอนนี้'

มิดฟิลด์วัย 22 ปียังเล่าถึงช่วงเวลาที่เขาย้ายไปเล่นกับ ลีนาเรส ด้วยสัญญายืมตัวว่าเป็นการก้าวถอยหลังหรือไม่ โดยกล่าวว่า 'ผมไม่รู้ว่าผมคิดว่ามันเป็นการก้าวถอยหลังหรือไม่ แต่ผมคิดว่าประตูของ บาร์เซโลน่า สำหรับผมปิดลงแล้ว ช่วงเวลาของผมจบลงแล้ว'

'ที่นั่นใน ลีนาเรส ผมทำได้ดี ผมเติบโตขึ้นมากทั้งในฐานะนักเตะและในฐานะคนๆหนึ่ง และผมกลับมายัง บาร์เซโลน่า พร้อมความปรารถนาแรงกล้า ผมใช้ประโยชน์จากช่วงปรีซีซั่น และผมสามารถอยู่ในทีมชุดใหญ่ได้'

เมื่อถูกถามว่าการทำ 12 ประตูในช่วงที่ย้ายมาเล่นกับ ลีนาเรส ด้วยสัญญายืมตัวช่วยเรียกความมั่นใจกลับคืนมาหรือไม่ เฟร์มีน ตอบว่า 'แน่นอน ตอนนั้นผมกำลังออกจาก ลา มาเซีย ซึ่งเป็นที่ที่ผมคุ้นเคย และมันทำให้ผมพัฒนาและเติบโตขึ้นมาก และแน่นอนว่าหากไม่มีช่วงเวลาที่อยู่กับ ลีนาเรส ผมคงไม่สามารถประสบความสำเร็จอย่างที่ผมทำได้ในตอนนี้'

เฟร์มีน ยังพูดถึงการลงประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ของเขาเมื่อปี 2023 ในเกมระหว่าง บาร์เซโลน่า กับ บียาร์เรอัล ว่า 'มันเหลือเชื่อมาก ความจริงคือผมได้ทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงด้วยการลงเล่นเกมแรกอย่างเป็นทางการกับ บาร์เซโลน่า ผมรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย แต่ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี'


ผ่านมาไม่ถึง 3 ปีหลังเกมเปิดตัว เฟร์มีน ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในอาชีพด้วยการคว้าแชมป์ยูโรและเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ รวมถึงแชมป์ ลา ลีกา, โกปา เดล เรย์ และ ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า 

'บางครั้งผมไม่รู้ตัวว่าผมประสบความสำเร็จอะไรมาบ้าง หรือช่วงเวลาที่ผมอยู่ตอนนี้ เพราะทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก จนบางครั้งคุณไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่คุณเป็นอยู่หรือสิ่งที่คุณมี'

'บางครั้งผมพยายามคิดถึงตอนที่ผมมาถึง ลา มาเซีย หรือตอนที่ผมไป ลีนาเรส ว่าผมต้องยอมแลกอะไรมาบ้างเพื่อให้ได้สิ่งที่ผมได้รับในตอนนี้ และความจริงคือผมมีความสุขมาก'

เฟร์มีน ยังพูดถึงแรงกดดันในการเล่นกับทีมอาซูลกราน่าว่า 'สำหรับแรงกดดันนั้น ผมรับมือได้ดี ในท้ายที่สุดแล้วนี่คือฟุตบอล ผมรู้ดีว่าผมอยู่กับสโมสรใด มีความต้องการสูง เราต้องอยู่ในระดับดีที่สุดเสมอ และนั่นคือสิ่งที่ผมพยายามทำทุกวัน'

มิดฟิลด์วัย 22 ปียังเผยว่าเขาคิดอย่างไรกับ ชาบี เอร์นานเดซ ในฐานะเทรนเนอร์ที่ส่งเขาลงประเดิมสนามกับทัพอาซูลกราน่าด้วยเช่นกัน

'โดยส่วนตัวแล้ว มันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ชาบี ช่วยให้ผมกลายเป็นตัวจริง ผมเรียนรู้จากเขามากมาย แม้ว่าฤดูกาลนั้นจะไม่ค่อยดีนักในภาพรวม แต่ส่วนตัวผมทำได้ดี และเขาช่วยเหลือผมอย่างมาก'


เฟร์มีน ยังพูดถึง ฟลิค นายใหญ่คนปัจจุบันที่เป็นเทรนเนอร์เน้นเรื่องระเบียบวินัยว่า 'ใช่ เขาค่อนข้างเข้มงวด แต่สุดท้ายแล้ว เขาเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับนักเตะมาก เราทุกคนเป็นเหมือนครอบครัว และนั่นคือสิ่งที่เขาพยายามปลูกฝังในทีม แม้ว่าบางครั้งเขาจะเรียกร้องอย่างมาก แต่ผมคิดว่าเราทุกคนต่างเห็นด้วยกับเขาและเราเป็นหนึ่งเดียวกัน'

มิดฟิลด์วัย 22 ปียังกล่าวถึงเป้าหมายสำคัญของ บาร์เซโลน่า ในฤดูกาลนี้ว่า 'สำหรับเรา ทุกโทรฟี่แชมป์ต่างมีความสำคัญ แต่จริงอยู่ที่สโมสรไม่ได้คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกมาหลายปีแล้ว และเราต้องการนำความสุขนั้นมาสู่สโมสรและแฟนบอลจริงๆ'

ก่อนจะพูดถึงความฝันของตนเองว่า 'ผมฝันที่จะเล่นฟุตบอลโลกด้วยเช่นกัน ความจริงคือมันเป็นเป้าหมายที่ยากมาก แต่ผมคิดว่าเรามีนักเตะที่ยอดเยี่ยม และหวังว่าผมจะได้ไปเล่นฟุตบอลโลกและคว้าแชมป์'

เมื่อถูกถามถึงแรงบันดาลใจในการฉลองการทำประตูด้วยท่าตะเบ๊ะแบบทหารว่า 'ผมมีเพื่อนคนหนึ่งจาก บาร์เซโลน่า ชื่อ ยาน ไรช์ ที่ชอบทำวิดีโอตลกลงอินสตาแกรมและ ติก ต็อก วันหนึ่งเขาพูดเล่นๆกับผมว่า ถ้าเขาทำท่าฉลองแบบนี้ เขาจะต้องตัดผมเหมือนผม'

'ดังนั้นในเกมหนึ่ง ผมเลยตัดสินใจฉลองแบบนี้ และสุดท้ายเขาก็ตัดผมเหมือนผม และผมก็ยึดท่านี้เป็นของตัวเองแล้ว และนั่นคือวิธีที่ผมฉลองการทำประตู'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})