แรงจูงใจของก็อดวิน
เอ็มมานูเอล ก็อดวิน ดาวรุ่งชาวไนจีเรียเปิดเผยถึงการตัดสินใจย้ายมาค้าแข้งกับ เอฟเค พาร์ดูบีเช่ สโมสรลีกสูงสุดของเช็กว่าเป็นย่างก้าวสำคัญในการพัฒนาอาชีพของเขา
ก็อดวิน เป็นนักเตะที่เติบโตมาจาก The Tripple 44 Academy ย้ายไปอยู่ฝั่งตะวันออกของโบฮีเมีย จากการเซ็นสัญญา 4 ปีครึ่ง หลังสร้างความประทับใจระหว่างการเล่นกับ เทรลเลบอร์กส์ เอฟเอฟ สโมสรซูเปอร์เรตแทนของ สวีเดน
กองหน้าชาวไนจีเรียนกลายเป็นนักเตะแอฟริกันคนที่สามในทีมของ ยาน ทรูซิล ต่อจาก มูฮัมเหม็ด ซูโซ่ กองหน้าชาวแกมเบีย และ อับดุลลาฮี ตานโก้ เพื่อนร่วมชาติ
ก็อดวิน เป็นที่รู้จักกันในเรื่องความเร็วและไหวพริบทางแท็คติก เขาจะเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งในเกมป้องกันของ เอฟเค พาร์ดูบีเช่ ที่เริ่มต้นฤดูกาลไม่ดีนัก
สำหรับนักเตะเชื่อว่าการย้ายทีมครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ไตร่ตรองมาเป็นอย่างดีเพื่อก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นในวงการฟุตบอลยุโรป

'ผมได้รับโอกาสมากมาย โดยเฉพาะหลังจากจบฤดูกาลและ เทรลเลบอร์กส์ เอฟเอฟ ตกชั้น ผมได้รับข้อเสนอจาก นอร์เวย์ และในสวีเดน แต่ผมรู้สึกว่ามันถึงเวลาแล้วที่จะย้ายไปเล่นในลีกที่ใหญ่กว่าและยกระดับอาชีพของผมขึ้นไปอีกขั้น' ก็อดวิน กล่าว
'ความสนใจที่ เอฟเอฟ พาร์ดูบีเช่ แสดงต่อผมนั้นโดดเด่นมากและมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจของผม'
'นอกจากนี้การเซ็นสัญญาทำให้ผมมีความสุขมาก เพราะมันมาในจังหวะเวลาที่เหมาะสมและมอบแรงจูงใจที่ผมต้องการ ผมดีใจมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ และตื่นเต้นที่จะเริ่มต้นใหม่ในระดับที่สูงขึ้น'
ก็อดวิน ยังกล่าวชื่นชมการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่เขาได้รับนับตั้งแต่มาถึงประเทศเช็ก โดยเสริมว่าโปรเจ็กท์ของสโมสรมีบทบาทสำคัญในการโน้มน้าวให้เขาย้ายทีม พร้อมทั้งยังพูดถึงเป้าหมายส่วนตัวของเขาด้วย
'จนถึงตอนนี้ ทุกคนให้การต้อนรับอย่างดีเยี่ยม แสดงการสนับสนุนและช่วยให้ผมปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว' ก็อดวิน กล่าว
'ผมมีความสุขมากที่ได้มาอยู่ที่นี่ เป้าหมายส่วนตัวของผมคือการปรับตัวให้เร็วสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อที่ผมจะได้มีส่วนร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ สโมสรได้นำเสนอโครงการของพวกเขาให้ผมฟัง และผมชอบทุกอย่างที่พวกเขาคาดหวังจากผม'
'มันทำให้ผมตระหนักว่าพวกเขาจะช่วยให้ผมเติบโตในฐานะนักเตะและปรับปรุงในด้านที่ผมต้องพัฒนาได้มากแค่ไหน เป้าหมายระยะสั้นของผมคือการพัฒนาต่อไป นำคุณภาพทั้งหมดของผมลงสู่สนาม และช่วยทีมจบฤดูกาลในตำแหน่งที่แข็งแกร่ง'

ก่อนหน้านี้มีนักเตะชาวไนจีเรียนได้สร้างชื่อเสียงในลีกสูงสุดของเช็กมาแล้วหลายคน รวมถึง ปีเตอร์ โอลาบยินก้า, อีกอห์ อ็อกบู, ยีรา ซอร์ และ แซมซัน ทียานี ซึ่ง ก็อดวิน มองว่าความสำเร็จของพวกเขาเป็นแรงบันดาลใจมากกว่าความกดดัน และเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขาก็สามารถประสบความสำเร็จในลีกนี้ได้เช่นกัน
'เมื่อคุณเข้าร่วมทีมและรู้ว่านักเตะจากประเทศของคุณเคยมาที่นี่และทำได้ดี มันทำให้คุณมั่นใจและสบายใจ' ก็อดวิน กล่าว 'ถ้าพวกเขาทำได้ คุณรู้ว่าคุณก็ทำได้เช่นกัน การรู้ว่าจะมีเพื่อนร่วมชาติชาวไนจีเรียนอยู่รอบๆตัวเสมอ มันทำให้คุณปรับตัวได้ง่ายขึ้น'
'สำหรับผม นับเป็นแรงจูงใจที่สำคัญมาก ผมวางแผนก้าวไปทีละขั้น เน้นการมีส่วนร่วมในแง่บวกกับทีม และหวังว่าจะใช้โอกาสนี้เพื่อพัฒนาตัวเองและสักวันหนึ่งจะได้เล่นในเวทีที่ใหญ่กว่านี้'
ส่วน The Tripple 44 Academy ภายใต้การดูแลของ ซามูเอล โอลาตุนจี-โอกูกู ผู้บริหารชาวไนจีเรียนมากประสบการณ์ได้ย้อนความหลังว่าเขาเกือบพลาดโอกาสในการเซ็นสัญญากับกองหลังดาวรุ่งรายนี้เข้าสู่สถาบันเมื่อหลายปีก่อน
โอลาตุนจี-โอกูกู เน้นย้ำถึงคุณสมบัติที่โดดเด่นของนักเตะ ก่อนเผยว่าเขาไม่แปลกใจกับการก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของ ก็อดวิน และมั่นใจว่านักเตะจะก้าวไปไกลในอาชีพค้าแข้ง
'บอกตามตรง ผมไม่แปลกใจเลย ตอนแรกผมไม่อยากเซ็นสัญญากับ ก็อดวิน เอ็มมานูเอล ตอนที่เขาเข้าร่วมทีมในช่วงโควิดระบาด ตอนนั้นเราฝึกซ้อมกันในหมู่บ้านเล็กๆในรัฐเอกีตี เพราะที่อื่นๆปิดหมด เราแอบไปฝึกซ้อมกันในหมู่บ้านนั้น'
'ทีมสเกาต์ของผมบอกผมเกี่ยวกับแข้งดาวรุ่งฝีเท้าดีคนหนึ่งใน คาดูนา ที่ชื่อ พรินซ์ เอมอส ซึ่งปัจจุบันเล่นอยู่กับ วาซาลุนด์ส ไอเอฟ เขาบอกว่าจะพา พรินซ์ มาประเมิน แต่ตอนที่พวกเขามาถึง ก็อดวิน ก็มาด้วย'
'ผมโกรธมากและถามว่าทำไมถึงพานักเตะคนอื่นมาโดยที่ผมไม่รู้ แมวมองของผมตอบง่ายๆว่า 'ท่านประธาน, โปรดดูเขาเล่นก่อน ถ้าไม่ชอบก็ส่งเขากลับไป' ผมก็มอบโอกาสให้ ก็อดวิน และเขาทำให้ผมประทับใจทันที'

'ความแข็งแกร่ง, ความเร็วและบุคลิกโดยรวมของผมนั้นโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น ผมเซ็นสัญญากับเขา และตั้งแต่นั้นมา เขาก็ทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอ เขาสามารถเล่นได้ทั้งตำแหน่งแบ็กขวาและแบ็กซ้าย และผมรู้ว่าคุณสมบัติของเขานั้นไม่เหมือนใคร ตั้งแต่นั้นมา ผมมั่นใจว่ามันเป็นแค่เรื่องของเวลาเท่านั้น ก่อนที่สโมสรใหญ่กว่าจะค้นพบเขา'
'เมื่อเขาย้ายไปอยู่กับ เทรลเลบอร์กส์ เอฟเอฟ เราปิดดีลการย้ายทีมในวันศุกร์และวันรุ่งขึ้นเขาก็มีชื่ออยู่ในลิสต์ตัวจริงสำหรับเกม สเวนส์ก้า คูเปน มันทำให้ผมประหลาดใจหรือไม่? ไม่เลย แม้แต่ตอนที่มีคนถาม คำตอบของผมก็เหมือนเดิม ผมไม่ประหลาดใจเลย'
'ถ้าคุณดูสถิติของเขาในช่วง 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาบนเวที ซูเปอร์แรตเทน เขาเป็นหนึ่งในนักเตะเร็วที่สุดและสม่ำเสมอที่สุดในลีก ดังนั้นก้าวต่อไปจึงไม่ทำให้ผมประหลาดใจเลย และผมเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่านี่ไม่ใช่จุดหมายปลายทางสุดท้ายของเขา ผมรู้ว่าเขาจะไปได้ไกลกว่านี้อีก'
'ความก้าวหน้าของเขานั้นชัดเจนและตรงไปตรงมา เขาเล่นได้ดีทั้งฝั่งขวาและซ้าย และนักเตะที่มีความหลากหลาย ความเร็ว และความพิเศษเฉพาะตัวแบบนี้ มักจะเป็นที่ต้องการเสมอ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจเลยหากจะได้เห็นเขาติดทีมชาติไนจีเรียในอีก 2 ปีข้างหน้า'

