โควัชคนพลิกชะตาเสือเหลือง
ช่วงเวลาหนึ่งปีนับตั้งแต่ นิโก้ โควัช เข้ามารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บอสชาวโครแอตผลักดันทีมเสือเหลืองกลับมาลุ้นแชมป์แบบเต็มตัวอีกครั้ง หลังการปราชัยเพียงครั้งเดียวจากการลงเล่น 20 เกมและเก็บได้ 45 แต้ม ตอนนี้ตามหลังจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค เพียง 6 คะแนนเท่านั้น
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เผชิญความยากลำบากในฤดูกาล 2024-2025 โดยอยู่อันดับ 11 ของตาราง หลังเก็บได้เพียง 29 คะแนนจากการลงเล่น 20 นัดแรกของซีซั่นและคว้าชัยชนะเพียง 8 ครั้งเท่านั้น ส่งผลให้ทีมเสือเหลืองตามหลังจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค ถึง 22 คะแนนและไล่หลังอันดับ 2 อย่าง เลเวอร์คูเซ่น ถึง 16 แต้ม และดูเหมือนว่า เบเฟาเบ จะอยู่นอกท็อป 4 เป็นปีที่สองติดต่อกัน
ทัพเสือเหลืองเคยสร้างความประหลาดใจด้วยการทะยานเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึกแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาล 2023-2024 ก่อนจะพ่ายต่อ เรอัล มาดริด 0-2 ส่งผลให้ เอดิน แทร์ซิช ตัดสินใจอำลาสโมสรในเวลาต่อมา และ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ดึง นูรี ชาฮิน อดีตมิดฟิลด์คนดังกลับมารับตำแหน่งเทรนเนอร์คนใหม่
อย่างไรก็ตาม ชาฮิน ทำงานตำแหน่งดังกล่าวไม่นานนัก หลังการนำทีมเสือเหลืองคว้าชัยชนะเพียง 3 ครั้งจากการลงเล่น 10 เกม ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ก่อนสโมสรจะสั่งปลดบอสชาวเติร์กออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2025 และมีการแต่งตั้ง โควัช เป็นเทรนเนอร์คนใหม่ในวันถัดมา

ช่วงเริ่มต้นการทำงานของ โควัช ไม่ราบรื่นนัก หลังทัพเสือเหลืองพ่ายแพ้ 2 เกมติดต่อ สตุ๊ตการ์ท และ โบคุ่ม ก่อนทีมของเทรนเนอร์ชาวโครแอตจะเร่งเครื่องในช่วงท้ายฤดูกาลด้วยการคว้าชัยชนะ 9 ครั้งจากการลงเล่น 14 เกม เก็บได้ 28 คะแนน มากสุดอันดับ 2 ในช่วงเวลาดังกล่าว และที่สำคัญสุดคือ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ การันตีตั๋วเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในฐานะทีมอันดับ 4 ของบุนเดสลีกา
เบเฟาเบ ยังมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในการคุมทีมเต็มฤดูกาลครั้งแรกของ โควัช หลังผ่านการลงเล่น 20 เกมแรกของซีซั่น โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ เก็บได้ 45 คะแนนและแพ้เพียงครั้งเดียว โดยตามหลังจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค เพียง 6 คะแนน ทีมเสือเหลืองยังปราชัยเพียง 5 ครั้งจากการลงเล่นทุกรายการ 31 เกมในซีซั่นนี้ด้วย
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีผลต่างประตูได้เสียอยู่ที่ +2 ในช่วงเวลาเดียวกันของฤดูกาลที่แล้ว จากการทำ 36 ประตูและเสีย 34 ประตู แต่สถิติตรงกันข้ามกับฤดูกาลนี้ หลัง เบเฟาเบ ทำ 41 ประตูและเสียเพียง 19 ประตู ซึ่งตามหลังเฉพาะ บาเยิร์น มิวนิค ที่มีสถิติดีสุดของบุนเดสลีกาจากการเสียเพียง 18 ประตู
ในช่วงแรก โควัช เลือกใช้ระบบ 4-2-3-1 แผนเดียวกับ ชาฮิน แต่ในที่สุดบอสวัย 54 ปีปรับมาใช้ระบบ 3-4-2-1 ซึ่งดูเหมือนจะช่วยดึงศักยภาพดีที่สุดของทีมออกมาได้สำเร็จ ด้วยการให้นักเตะอย่าง คาริม อเดเยมี, มักซิมิเลียน ไบเออร์ และ ยูเลียน บรันด์ท อยู่ใกล้กับ เซรู กีราสซี่ โดยใช้สองฟูลแบ็กเดินเกมรุกด้านกว้างทำให้ทีมมีเกมรุกที่น่าตื่นเต้นมากขึ้น

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทำ 35 ประตูจากการคุมทีมลงสนาม 14 เกมแรกของ โควัช น้อยกว่าที่พวกเขาทำได้ใน 20 เกมก่อนหน้านี้เพียงประตูเดียว ทีมเสือเหลืองยังทำได้มากสุดอันดับ 3 ของซีซั่น 2025-2026 ด้วยจำนวน 41 ประตู น้อยกว่า บาเยิร์น มิวนิค (74) กับ ฮอฟเฟนไฮม์ (43) เท่านั้น
นั่นเป็นผลงานที่น่าประทับใจไม่น้อยเมื่อพิจารณาว่า เซรู กีราสซี่ ดาวซัลโวประจำทีมทำได้แค่ 8 ประตูในฤดูกาลนี้
กับแผนการใช้วิงแบ็กดันขึ้นเติมเกมรุกของ เบเฟาเบ ทำให้คู่แข่งมีพื้นที่น้อยลงเมื่อเป็นฝ่ายครองบอล ขณะเดียวกันมันยังช่วยให้มิดฟิลด์ตัวหลัก โดยปกติจะเป็น เฟลิกซ์ เอ็นเมช่า ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆกับกองกลางอีกหนึ่งคน สามารถถอยลงมาลึกกว่าเดิมเพื่อสกัดกั้นการโต้กลับของคู่แข่ง
อีกทั้งการฟิตกลับมาของ นิโก้ ชล็อตเทอร์เบ็ค เซนเตอร์แบ็กดีกรีทีมชาติเยอรมนียังทำให้เกมป้องกันของ เบเฟาเบ ในระบบ 3 เซนเตอร์แข็งแกร่งขึ้นด้วย

นับตั้งแต่ โควัช เข้ามาทำงานที่ ซิกนาล อีดูน่า ปาร์ก พวกเขาเก็บได้ 73 คะแนนจากการลงเล่น 34 เกมบนเวทีบุนเดสลีกาด้วยสถิติ ชนะ 22 เสมอ 7 แพ้ 5 เก็บเฉลี่ย 2.2 คะแนนต่อเกม โดยทำ 76 ประตูและเสีย 36 ประตูภายใต้การดูแลของบอสชาวโครแอต นั่นเป็นผลงานดีสุดอันดับ 2 ของเยอรมนี นับตั้งแต่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีเทรนเนอร์ชื่อ โควัช
แม้ บาเยิร์น มิวนิค ของ แว็งซ็องต์ ก็องปานี จะทำผลงานแข็งแกร่งและเป็นตัวเต็งที่มีโอกาสคว้าแชมป์บุนเดสลีกาในซีซั่นนี้ก็ตาม แต่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ของ โควัช กำลังขยับเข้าใกล้คู่ปรับสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆและยังมีอีก 14 เกมสำหรับการไล่ล่าทีมเสือใต้
โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มีโปรแกรมเยือน โวล์ฟสบวร์ก ทีมเก่าของ โควัช ในวันเสาร์นี้ ซึ่งเทรนเนอร์ชาวโครแอตคาดหวังถึงการคว้าชัยชนะเพื่อสร้างแรงกดดันต่อ บาเยิร์น มิวนิค และสานต่อความพยายามในการคว้าแชมป์บุนเดสลีกาครั้งแรก นับตั้งแต่ยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ในฤดูกาล 2011-2012

