อดีตนักโภชนาการแฉปัญหามาดริด
อีตเซียร์ กอนซาเลซ เด อาร์รีบา อดีตนักโภชนาการของ เรอัล มาดริด ได้เปิดเผยถึงการคุกคามที่เธอประสบมาระหว่างการทำงานที่สโมสร หลังเริ่มงานมาตั้งแต่ฤดูกาล 2021-2022 ก่อนแยกทางกับทีมชุดขาวในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว
ส่วนหนึ่งมาจากการมีปัญหาขัดแย้งไม่เพียงแต่กับทีมแพทย์ของสโมสรเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้รับผิดชอบด้านโลจีสติกส์ของทีม และคนที่ทำงานในศูนย์ฝึกบัลเดเบบาสด้วย
กอนซาเลซ เด อาร์รีบา อธิบายว่าเธอเริ่มทำงานแบบตัวต่อตัวกับ ดาเนียล การ์บาฆาล และ โรดรีโก้ โกเอส หลังจากได้รับผลลัพธ์ที่ดี จนกระทั่งสโมสรและท่านประธาน ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ จะจ้างเธอเป็นนักโภชนาการประจำทีมชุดใหญ่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่เคยมีมาก่อน
อย่างไรก็ตามนักโภชนาการวัย 48 ปีอธิบายว่าทุกอย่างผิดพลาดตั้งแต่วันแรก เนื่องจากทีมแพทย์ของสโมสรได้สร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรมาตั้งแต่เริ่มต้น
'ทีมแพทย์สร้างบรรยากาศที่ไม่เป็นมิตรมาสตั้งแต่แรกเริ่มเลย ในวันแรก พวกเขาบอกว่าฉันมาอยู่ที่นี่เพราะความต้องการของท่านประธานสโมสร แต่พวกเขารู้ว่าจะบงการเขาอย่างไรและท่านประธานก็ทำตามที่พวกเขาต้องการทุกอย่าง และพวกเขากำลังจะบงการท่านประธานสโมสรให้คิดว่าฉันบ้าและไล่ฉันออก'
'พวกเขาไม่แนะนำตัว ไม่ทักทาย หรือพูดคุยกับฉันเลย พวกเขาไม่เคยประชุมกับฉัน แม้ว่าฉันจะร้องขอหลายครั้งแล้วก็ตาม พวกเขาไม่ตอบอีเมลหรือข้อความของฉันเลย'
'พวกเขาพูดคุยกับฉันบ้างเป็นครั้งคราวเมื่อบังเอิญพบกันในทางเดิน เพื่อบอกว่าฉันทำผิดทุกอย่าง และท่านประธานบอกฉันว่าฉันไม่ควรพูดกับใคร ไม่ควรออกจากห้องเล็กๆอับๆที่พวกเขาจัดให้ฉัน ไม่ควรพูดคุยกับนักเตะ ไม่ควรทำอะไรเลย'

'ผู้คนไม่ต้องการให้ฉันอยู่ที่นี่ นักเตะไม่ชอบฉัน ในช่วงสัปดาห์แรก พวกเขากล่าวหาฉันว่าขโมยอาหารเสริมทั้งล็อตและฉันพิสูจน์ความบริสุทธ์ของตัวเองได้ แต่ฉันก็กลัว และตั้งแต่นั้นมา ฉันจึงสื่อสารเป็นลายลักษณ์อักษรเสมอ เพื่อไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก'
แม้จะได้รับการหนุนหลังจาก ฟลอเรนตีโน่ เปเรซ ก็ตาม แต่ กอนซาเลซ เด อาร์รีบา อธิบายว่าเธอเผชิญกับอุปสรรคในทุกๆด้าน แต่เธอยังเน้นย้ำถึงความเคารพที่มีต่อท่านประธานสโมสรและไม่เคยกล่าวโทษเขาเลย
'ท่านประธานมาบอกฉันด้วยตัวเองว่าต้องการให้ฉันทำอะไร ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากคำสั่งที่ฉันได้รับ 'ในนามของประธานสโมสร' ดังนั้นฉันจึงงานตามที่ท่านประธานร้องขอทุกอย่าง'
'เขาต้องการให้ฉันนำวิธีการของฉันไปใช้ที่นั่น และรับผิดชอบในการตัดสินใจทุกอย่าง ตั้งแต่บุฟเฟต์ในที่พัก ไปจนถึงอาหารระหว่างการเดินทางและในโรงแรม อาหารเสริมของทีม และเขายังต้องการให้ฉันสร้างแผนอาหารเฉพาะบุคคลสำหรับนักเตะทุกคนที่ต้องการ และสามารถนำไปใช้กับทีมที่เหลือได้ด้วย'
'พวกเขาสร้างสารพัดอุปสรรคขัดขวางการทำงานของฉัน ที่ บุฟเฟต์, พวกเขาเสิร์ฟอาหารที่ฉันไม่ได้แนะนำ พนักงานเสิร์ฟหัวเราะเยาะฉันและคอยบอกนักเตะให้เพิกเฉยต่อฉัน แล้วบอกว่าฉันไม่รู้เรื่องอะไรเลย'
'พ่อครัวไม่เสิร์ฟสิ่งที่ฉันขอ แต่เสิร์ฟอะไรก็ได้ตามใจชอบอย่างเช่น ขนมอบก่อนแข่ง, ผู้จัดการทีมไม่ซื้อสิ่งที่ฉันแนะนำ คนที่ควรจะเตรียมอาหารเสริม กลับเสิร์ฟอาหารเสริมที่ต่างจากที่ฉันระบุ'
'ทีมแพทย์และนักกายภาพบำบัดบอกนักเตะว่าอย่าทำตามคำแนะนำของฉัน พวกเขาไม่ให้ข้อมูลใดๆเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บของนักเตะหรือสิ่งที่พวกเขาได้รับ (ยา, วิตามิน ฯลฯ) แม้ว่าฉันจะยืนยันว่าพวกเขาไม่ควรให้ข้อมูล เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยากับอาหารเสริม เพราะมันอาจเป็นอันตรายต่อพวกเขาได้'
'พวกเขามักจะหัวเราะเยาะฉัน ล้อเลียนฉันในกลุ่ม WhatsApp และบอกให้นักเตะทำตามที่ฉันแนะนำแตกต่างออกไป แม้จะมีอุปสรรคมากมาย แต่นักเตะส่วนใหญ่ก็ต้องการปฏิบัติตามคำแนะนำ และหลายคนปฏิบัติตามที่บ้าน เนื่องจากไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ที่บัลเดเบบาส'

ระหว่างการทำงานที่ เรอัล มาดริด, กอนซาเลซ เด อาร์รีบา ยังถูกป้ายสีหลายครั้ง แม้ว่าเธอจะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องใดก็ตาม
'โดยทั่วไปแล้ว ในห้องแต่งตัวมักจะมีแต่คำชม และทีมแพทย์ก็รับไม่ได้ แพทย์และพนักงานเสิร์ฟที่บุฟเฟต์กล่าวหาฉันอย่างไม่เป็นความจริงต่อฝ่ายบริหาร ฉันมีหลักฐานยืนยันและพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อกล่าวหาเท็จ'
'หลังจากนั้น พวกเขายังกล่าวหาฉันอีกครั้ง ซึ่งฉันพิสูจน์ได้อีกครั้งว่าเป็นเรื่องโกหก เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เป็นมิตรเช่นนี้ ฝ่ายบริหารจึงส่งฉันกลับบ้านและไม่อนุญาตให้ฉันเดินทางไปแข่งขันในเกมกับ เอสปันญ่อล'
กอนซาเลซ เด อาร์รีบา ยังเผยว่าเธอถูกห้ามไม่ให้เข้าไปในสถานที่ของสโมสร และถูกขู่ว่าจะมีการสอบสวนภายในเกี่ยวกับการปฏิบัติที่เธอได้รับ
'ฉันถูกเรียกไปประชุมกับสปอนเซอร์รายหนึ่ง ซึ่งบอกว่าเขาเป็นเพื่อนกับแพทย์และพวกเขาได้ขอให้ประธานสโมสรไล่ฉันออกแล้ว แต่พวกเขาจะพยายามทำให้ฉันอับอายตลอดช่วงเวลาที่เหลือที่ฉันอยู่ที่นั่น'
'ฝ่ายบริหารห้ามไม่ให้ฉันเข้าไปในบัลเดเบบาส โดยอ้างว่าเพื่อความปลอดภัยทางร่างกายของฉัน พวกเขาบอกว่าพวกเขาจะเริ่มทำการสอบสวนภายใน และฉันไม่ต้องกังวลและให้ใจเย็นๆ'
'พวกเขาจะไล่ทุกคนออกเพราะสิ่งที่พวกเขาทำนั้นรับไม่ได้ ฉันขอลาออกอีกครั้ง แต่พวกเขาปฏิเสธ พวกเขาบอกให้ฉันทำงานจากที่บ้านต่อไป ฉันบอกพวกเขาว่าฉันไม่สามารถกำหนดแนวทางโดยไม่รู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับนักเตะได้ นั่นเป็นการกระทำที่ผิดจรรยาบรรณ และพวกเขากล่าวว่าฉันมีหน้าที่ต้องทำเช่นนั้น'
อย่างไรก็ตาม เรอัล มาดริด ยังคงจ้าง กอนซาเลซ เด อาร์รีบา ทำงานต่อไปจนถึงเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
'ฉันทำงานด้วยความหวาดกลัวตลอดเวลา ไม่มีเวลาพักผ่อน และรู้สึกหงุดหงิดมาก เพราะฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ฉันทำนั้นไร้ค่า แต่ฉันยังคงทำงานต่อไปทุกวันโดยไม่หยุดพักจนถึงวันที่ 4 สิงหาคม ฉันรู้ด้วยว่าแนวทางที่ฉันนำออกไปทำทุกวันนั้นไม่ได้รับการปฏิบัติตามโดยทีมแพทย์ และพวกเขาได้รับสิ่งที่แตกต่างจากที่ฉันเสนอ'
จากปัญหาที่เกิดขึ้น กอนซาเลซ เด อาร์รีบา อธิบายว่าเธอถูกข่มขู่ เมื่อเธอเปิดเผยว่าจะยื่นเรื่องร้องเรียนทางกฎหมาย

'ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคลโทรมาขอบคุณฉันสำหรับการทำงาน และบอกฉันว่าพวกเขาไม่สามารถหาแพทย์มาร่วมงานกับฉันได้ และบริการด้านโภชนาการก็ถูกยกเลิก พวกเขาบอกว่าฉันทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ทำทุกอย่างถูกต้อง และพวกเขาจะจ่ายเงินส่วนที่เหลือตามสัญญาให้ฉัน'
'ฉันบอกเขาว่าฉันแค่อยากให้ท่านประธานและนักเตะรู้ความจริง และฉันเรียกร้องให้พวกเขายกเลิกคำโกหกทั้งหมดที่พวกเขาพูดเกี่ยวกับฉันในสโมสร และเขาก็บอกฉันอย่างสุภาพว่ามันเป็นไปไม่ได้'
'ฉันยื่นเรื่องร้องเรียนแม้ว่าพวกเขาจะแนะนำไม่ให้ฉันทำก็ตาม และบอกว่าฉันไม่มีโอกาสชนะ และพวกเขาจะทำลายชีวิตฉัน ฉันบอกพวกเขาว่ามันไม่ใช่เรื่องของการชนะหรือแพ้ ฉันแค่ต้องการให้ท่านประธาน, นักเตะและคนที่ฉันรักรู้ความจริง'
เมื่อถูกถามว่าทำไมเธอถึงเลือกที่จะเปิดเผยประสบการณ์ของเธอในตอนนี้ กอนซาเลซ เด อาร์รีบา อธิบายว่าเธอหวังจะทำลายวงจรความเจ็บปวดที่เธอได้รับจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
'เพราะทุกคน คนภายใน คนที่ไม่รู้เรื่อง ครอบครัว เพื่อนฝูง คนรู้จัก นักข่าว บอกฉันว่า เรอัล มาดริด มีอำนาจมาก และพวกเขาจะบิดเบือนข้อมูลเพื่อเล่นงานฉัน และพวกเขาจะทำร้ายร่างกายฉัน และทำลายชื่อเสียงของฉัน'
'แต่ฉันยังคงฝันร้ายทุกคืน ฉันอยากปิดฉากเรื่องนี้ไปตลอดกาล และฉันรู้สึกว่าตราบใดที่ฉันไม่เล่าเรื่องราวของฉัน ฉันก็จะไม่สามารถทำได้'
ส่วน เรอัล มาดริด ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นใดๆเกี่ยวกับเหตุการณ์ข้างต้น ในขณะที่คำร้องเรียนทางกฎหมายของ กอนซาเลซ เด อาร์รีบา ในข้อหาข่มขู่คุกคามยังอยู่ในกระบวนการทางกฎหมาย

