จับเข่าคุย'โยนาธาน ทาห์'
โยนาธาน ทาห์ กองหลังวัย 30 ปีเชื่อมั่นว่า บาเยิร์น มิวนิค ยังมีของให้ปล่อยอีกมากมายในช่วงท้ายฤดูกาลแรกของเขากับสโมสร และยังพูดถึงโอกาสของทีมชาติเยอรมนีในศึกฟุตบอลโลก 2026 ช่วงกลางปีนี้ และเพื่อนร่วมทีมอย่าง ไมเคิ่ล โอลีเซ่ และ จามาล มูเซียล่า และสิ่งที่ทำให้ แว็งซ็องต์ ก็องปานี เป็นเทรนเนอร์ที่พิเศษ
ศึกยูโร 2016 เป็นทัวร์นาเมนต์ระดับนานาชาติของคุณ และครั้งต่อไปคือศึกยูโร 2024 ช่วงเวลาระหว่างนั้นเป็นอย่างไรบ้าง?
'ตอนที่ผมไปยูโร 2016 สถานการณ์แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับตอนนี้และในปี 2024 แต่ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่จะมีช่วงเวลาที่บางคนอาจสงสัยในตัวคุณ และทุกอย่างไม่ได้เป็นไปอย่างที่คุณต้องการ ผมได้เรียนรู้มากมายในช่วงเวลาระหว่างสองทัวร์นาเมนต์นั้น เกี่ยวกับตัวเอง เกี่ยวกับนักเตะที่ผมอยากเป็น'
คุณอายุเพียง 20 ปีในศึกยูโร 2016 ตอนนี้คุณอายุครบ 30 ปีแล้ว โยนาธาน ตอนอายุ 10 ขวบจะพูดอะไรเกี่ยวกับโอกาสที่จะไปเล่นฟุตบอลโลก?
'มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง คุณมักจะดูนักเตะชื่อดังทางทีวี เล่นให้ประเทศของคุณ และคุณชื่นชมพวกเขา มันเป็นสิทธิพิเศษอย่างยิ่งที่จะได้มีช่วงเวลานั้น ได้เป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่ยิ่งใหญ่เช่นนั้น ทั้งโลกกำลังพูดถึงฟุตบอลโลก และทั้งเยอรมนีกำลังพูดว่า เยอรมนี จะทำผลงานอย่างไร มันรู้สึกมหัศจรรย์ คุณภาคภูมิใจมาก'

เมื่อถูกถามถึง ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ว่าแนวรุกชาวฝรั่งเศสเป็นคนแบบไหน?
'แคแร็กเตอร์? มันอธิบายยากนะ เขาเป็นคนพิเศษ ใช่, แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็เป็นแค่คนธรรมดาที่สนุกกับชีวิต สนุกกับการเล่นฟุตบอล เขาเป็นคนดีมาก อาจจะขี้อายนิดหน่อย เวลาอยู่หน้ากล้อง แต่โดยรวมแล้วเขาเป็นคนดี เขามีพลังงานเหลือล้นโดยเฉพาะในสนาม ผมชอบดูเขาเล่นฟุตบอล ผมสนุกกับทุกวินาทีที่ได้อยู่กับเขาในสนาม'
มันรู้สึกเหมือนไม่ยุติธรรมกับทีมอื่นๆในลีกเลยที่ บาเยิร์น มิวนิค ได้ จามาล มูเซียล่า กลับมาลงเล่นในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล เขาจะนำอะไรมาสู่ทีมเสือใต้บ้าง?
'จามาล เป็นแบบนั้น เขาอยู่ตรงนั้นเพื่อช่วงเวลาพิเศษ เขาทำในสิ่งที่ไม่มีใครสามารถทำได้ ไม่มีใครคาดคิดในสนาม เขาเป็นนักเตะที่พิเศษมาก ในแง่ของบุคลิกภาพ ผมรู้สึกว่าเขากำลังเติบโตและอายุมากขึ้น แต่ยังรู้สึกเหมือนเขาเป็น 'แบมบี้' ของเราอย่างที่เราพูดกันเสมอ ผมดีใจที่ได้เห็นเขากลับมาลงสนาม เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับเขา'
คุณคิดว่าทีมพัฒนาขึ้นอย่างไรบ้างนับตั้งแต่คุณย้ายมาร่วมทีมในช่วง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ (ซัมเมอร์ที่ผ่านมา) มันดูเหมือนว่าคุณอยู่ในฟอร์มดีที่สุด มันยากมากที่ใครจะมาต่อกรกับคุณได้?

'ตอนผมย้ายมาที่นี่ ผมรู้สึกถึงบรรยากาศ, พลังงานและความเอาจริงเอาจังตั้งแต่การฝึกซ้อมครั้งแรกเลย เมื่อผมได้คุยกับ มักซ์ เอเบิร์ล และโค้ช พวกเขาอธิบายให้ผมฟังว่าพวกเขาไม่ต้องการให้ใครมาสู้กับเราได้ นั่นทำให้การเผชิญหน้ากับเราและการเอาชนะเราจึงเป็นเรื่องยากมาก เพราะความเข้มข้นของเรานั้นสูงมาก มันไม่สำคัญว่าคู่แข่งของเราเป็นใคร สิ่งสำคัญกว่าคือสิ่งที่เราต้องการทำ โค้ชทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยม'
เคยมีช่วงเวลาไหนที่คุณมอง แว็งซ็องต์ ก็องปานี แล้วรู้สึกว่า 'ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จในฐานะนักเตะ'บ้างหรือไม่ คุณสมบัติดีที่สุดของเขาคืออะไร?
'เขามีหลายสิ่งหลายอย่าง แต่ผมคิดว่าสิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความเป็นผู้นำของเขา เมื่อคุณได้ฟัง (อดีตเพื่อนร่วมทีม) พูดถึงเขา คุณจะเข้าใจได้เลยว่าทำไมเขาถึงเป็นโค้ชที่ยอดเยี่ยม วิธีที่เขาจัดการทีม, นักเตะ เขารู้จักวิธีพูดคุยกับผู้เล่นจริงๆ'
'เขามีความรู้สึกที่ดีต่อห้องแต่งตัว รู้ว่านักเตะต้องการอะไร แล้วยังมีเรื่องแท็คติกและเกมป้องกัน ผมเรียนรู้จากเขาเยอะมาก เขามองเห็นและปรับเปลี่ยนรายละเอียดมากมาย ทำให้คุณพัฒนาขึ้น'
มีอะไรบ้างที่คุณปรับปรุงแล้ว มันเป็นเรื่องร่างกายหรือจังหวะเวลา?
'จังหวะเวลา ท่าทางของร่างกาย และไม่เพียงแต่ในระดับส่วนตัวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในฐานะแบ็กโฟร์ด้วยว่าเราจะเคลื่อนที่อย่างไร ระยะห่างระหว่างเราเท่าไหร่ ระยะห่างระหว่างเรากับกองกลาง วิธีที่เราสื่อสารกัน มีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆมากมาย ซึ่งท้ายสุดแล้วจะนำไปสู่สิ่งดีๆ'
โดยรวมแล้วทีมทำผลงานได้ดีมากในฤดูกาลนี้ทั้งใน บุนเดสลีกา และ แชมเปี้ยนส์ลีก แม้แต่ในระดับส่วนตัว คุณยังได้รับคำชมมากมาย แต่มันดูเหมือนว่าเกมที่จะตัดสินคุณจริงๆยังมาไม่ถึง...?
'เกมสำคัญๆกำลังจะมาถึงแล้ว ผมไม่ได้พูดว่าเกมที่ผ่านมาไม่สำคัญ แต่ (แนวทางนี้) เป็นพื้นฐานสำคัญของความสำเร็จ ช่วงเวลานี้ของฤดูกาลทำให้เรามีความมั่นใจที่จะเล่นกับบรรดาทีมชั้นนำและเอาชนะพวกเขาได้ เกมใหญ่ๆกำลังจะมาถึง และเราจะลงเล่นในเกมเหล่านั้นด้วยความมั่นใจ เราทราบดีว่าต้องทำอะไร'

หนึ่งในนั้นคือเกมเยือน โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ บนสังเวียน ซิกนาล อีดูน่า ปาร์ก คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับเกมนั้น ในฐานะโอกาสพิเศษหรือไม่?
'เกม คลาสซิเกอร์ นั้นเป็นเกมพิเศษเสมอ ผมชอบเล่นในบ้าน แต่การเล่นนอกบ้านก็เป็นเกมที่ดีเช่นกัน นี่เป็นเกมเยือน ดอร์ทมุนด์ นัดแรกในฐานะนักเตะบาเยิร์นของผม คุณไม่สามารถบอกได้ว่ามันเหมือนกับเกมอื่นๆ เพราะมันไม่เหมือนกัน โลกภายนอกพยายามทำให้มันบ้าคลั่งมาก แต่เราต้องอยู่ในกรอบของเราและเตรียมตัวเหมือนกับทุกเกม'
ความทรงจำที่ดีเกี่ยวกับสนามแห่งนั้นช่วยได้หรือไม่? มีประตูที่คุณทำให้ เลเวอร์คูเซ่น ขึ้นนำ 4-1 (ในเกมชนะ 5-2 เมื่อปี 2022) ความทรงจำนั้นมีบทบาทไหมเมื่อคุณลงสนาม?
'ใช่, แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ผมเล่นที่ อัลลีอันซ์ อารีน่า กับทีมอื่นๆ (ผมรู้ว่า) มันจะต้องยาก ที่ ดอร์ทมุนด์ ผมไม่ได้ชนะทุกครั้ง แต่ผมมีความทรงจำที่ดี ผมรู้สึกดีทุกครั้งที่ไปที่นั่น โดยเฉพาะกับทีมนี้ตอนนี้ กับ บาเยิร์น การไปที่นั่นจะเป็นอะไรที่น่าทึ่งมาก มันจะเป็นเกมใหญ่ แต่เราจะพร้อมสำหรับมัน'
เมื่อถูกถามว่าเขาพัฒนาขึ้นในฐานะนักเตะอย่างไรภายใต้การทำงานกับ ชาเบียร์ อลอนโซ่ ที่ เลเวอร์คูเซ่น?
'หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปเมื่อ ชาบี อลอนโซ่ เข้ามาคุมทีม แต่กับโค้ชคนก่อนหน้านี้ ผมพยายามพัฒนาตัวเองเช่นกัน และผมก็พัฒนาขึ้นมาก จุดเปลี่ยนที่ทุกคนเห็นได้ชัดคือตอนที่ ชาบี เข้ามา ชาบี มอบความมั่นใจให้ผมอย่างมาก วิธีการเล่นบอล การเป็นผู้นำที่คาดหวังจากผม แต่เขาช่วยให้ผมเติบโตในด้านนั้นด้วย ผมชอบทำงานกับเขามาก'

