เป้าหมายจอร์ดี้กับวิสลา

วันพฤหัสบดีที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
86
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
จอร์ดี้ ซานเชซ กองหน้าชาวสเปนย้ายมาผจญภัยในโปแลนด์อีกครั้งด้วยการเซ็นสัญญาระยะสั้นกับ วิสลา คราคอฟ ทีมจ่าฝูงดิวิชั่น 1

จอร์ดี้ ซานเชซ มีเส้นทางอาชีพที่น่าสนใจ นับตั้งแต่ตัดสินใจย้ายออกจาก อัลบาเซเต้ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2022 เพื่อมาเล่นต่างแดนกับ วิดเชฟ ลอดซ์ สโมสรโปแลนด์ จากนั้นก็ย้ายไปเล่นในญี่ปุ่นกับ ฮอคไกโด คอนซาโดเล่ ซัปโปโร ในปี 2024 

จนกระทั่งหวนคืนโปแลนด์มาเซ็นสัญญาระยะสั้น 6 เดือนกับ วิสลา คราคอฟ จ่าฝูงดิวิชั่น 1 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

กองหน้าชาวสเปนวัย 31 ปีเติบโตมาจากทีมเยาวชนของ บาเลนเซีย แต่ไม่เคยลงเล่นกับทีมชุดใหญ่ ก่อนจะย้ายไปเล่นกับทีมลีกรองหลายสโมสรและเป็นที่รู้จักมากที่สุดคือ กาสเตยอน กับ อัลบาเซเต้ บนเวทีเซกุนด้า

เมื่อถูกถามถึงการเปลี่ยนแปลงในอาชีพค้าแข้งโดยเฉพาะตอนอำลา อัลบาเซเต้ มาเล่นในโปแลนด์กับ วิดเชฟ ลอดซ์ เมื่อปี 2022 ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร?

'ผมจับตามองวงการฟุตบอลโปแลนด์มาหลายปีแล้ว ตั้งแต่ตอนที่ผมยังเล่นอยู่กับ บาเลนเซีย เมสตาย่า เมื่อมองในภาพรวมแล้ว หลังจากจบฤดูกาลที่ อัลบาเซเต้ ผมเหลือสัญญาเพียงปีเดียว'

'ที่ โปแลนด์, พวกเขาเสนอสัญญาที่ยาวกว่าให้ผม และผมรู้สึกว่าตัวเองพร้อมแล้ว ในวัยที่เหมาะสมนี้สำหรับการเสาะหาประสบการณ์ค้าแข้งต่างแดน'

ทำไมคุณถึงคิดว่าฟุตบอลโปแลนด์สนใจคุณ?

'ผมคิดว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะรูปร่าง (สูง 1.90 เมตร), ความเร็ว และสไตล์การเล่นของผม ที่มักจะพยายามวิ่งทะลุแนวรับเสมอ ที่นี่ในโปแลนด์ ฟุตบอลเปิดกว้างกว่า มักจะมีการทำประตูมากกว่า อย่างน้อยก็ในวันที่อากาศไม่หนาวเกินไป เพราะถ้าอากาศหนาว เกมจะเล่นยาก'

'แต่ใช่ ผมคิดว่าความเร็วและรูปร่างของผมดึงดูดสายตาของหลายสโมสรในโปแลนด์ นอกจากนี้นักเตะสเปนก็เคยทำผลงานได้ดีที่นี่ในอดีต ปัจจุบันสโมสรโปแลนด์กำลังสนใจนักเตะจาก ปรีเมร่า อาร์เอฟอีเอฟ อย่างใกล้ชิด เพราะพวกเขาสามารถมองหานักเตะที่มีโปรไฟล์ที่ดีและเสนอเงื่อนไขที่ดีกว่าได้'


หลังจากการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างแดนครั้งแรกในโปแลนด์ คุณก็ย้ายไป ซัปโปโร สถานการณ์ในประเทศญี่ปุ่นเป็นอย่างไรบ้าง?

'บอกตามตรง มันไม่ค่อยดีนัก ผมมาถึงพร้อมความคาดหวังสูง แม้ตอนที่ผมเซ็นสัญญา คอนซาโดเล่ ซัปโปโร อยู่อันดับสุดท้ายของ K1 แล้วก็ตาม แต่ผมยังมีความคาดหวังส่วนตัวสูง ตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมมาถึง ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่ผมคาดหวัง'

'โค้ชในปีแรกของผมมีผู้เล่นตัวจริงอยู่แล้ว และไม่ได้คาดหวังกับผมมากนัก จากนั้นในปีที่สอง การเปลี่ยนแปลงในระดับผู้บริหารของสโมสรและปัญหาอื่นๆทำให้ผมไม่สามารถสนุกกับประเทศที่น่าสนใจนี้ต่อไปได้ แม้ว่าผมจะได้รับการต้อนรับอย่างดีจากแฟนๆและทุกคนที่นั่นก็ตาม'

'แต่ในแง่ของฟุตบอล มันเป็นการก้าวถอยหลังในอาชีพค้าแข้งของผม'

คุณคิดว่าฟุตบอลญี่ปุ่นแตกต่างจากที่คุณเคยพบเจอในยุโรปมากหรือไม่?

'ใช่ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ผมมาถึงที่นี่โดยคาดหวังถึงความเป็นมืออาชีพและการจัดการที่ดี แต่ผมกลับพบหลายสิ่งหลายอย่างที่ทำให้ผมประหลาดใจ วิธีการเล่นและความเข้าใจในฟุตบอลของพวกเขานั้นแตกต่างกันมาก มีความผิดพลาดมากมาย มีการเล่นเกมรุกและรับตลอดเวลา'

'พวกเราชาวสเปนคุ้นเคยกับแท็คติกและการครองบอล ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องน่าตกใจที่เห็นว่าการเสียการครองบอลเกิดขึ้นบ่อยแค่ไหนในญี่ปุ่น และในเชิงกายภาพ เกมก็ดำเนินไปอย่างดุเดือดและผลัดกันรุกผลัดกันรับ'

จากญี่ปุ่น คุณกลับมายังโปแลนด์และย้ายร่วมทีม วิสลา คราคอฟ หนึ่งในสโมสรที่แฟนบอลชาวสเปนรู้จักกันดี การกลับมาเล่นฟุตบอลในโปแลนด์ของคุณเป็นอย่างไรบ้าง?

'ผมมาอยู่ที่นี่เกือบ 2 เดือนแล้ว และผมมีความสุขมาก ได้กลับมาสัมผัสความรู้สึกแบบเดิมที่เคยมีในประเทศนี้อีกครั้ง รู้สึกได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ เนื่องจากผมรู้จักประเทศนี้มาก่อนและได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี ผมจึงดีใจที่ได้กลับมา'

'ผมมีความกระตือรือร้นที่จะได้ลงเล่นมากขึ้น มีส่วนร่วมกับทีมมากขึ้น และหวังว่าเราจะสามารถเลื่อนชั้นได้ เพราะสโมสรเก่าแก่อย่าง วิสลา สมควรอยู่ในลีกเอคสตราคลาซ่าและเราจะต่อสู้เพื่อสิ่งนั้น'

การปรับตัวเข้ากับสองประเทศที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงเป็นอย่างไรบ้าง? คุณได้พูดถึงฟุตบอลในญี่ปุ่นไปบ้างแล้ว แต่ชีวิตโดยทั่วไปสำหรับคนที่มาจากต่างแดนเป็นอย่างไรบ้าง?

'มันขึ้นอยู่กับทัศนคติของคุณ แต่ความแตกต่างนั้นมหาศาล เมื่อคุณไปญี่ปุ่น มากกว่าการมาที่โปแลนด์อีก โปแลนด์ อาจดูแตกต่างจากสเปนในด้านวัฒนธรรม แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ มีความคล้ายคลึงกันมากกว่าที่คุณคิด นอกเหนือจากอากาศที่หนาวเย็น'

'อย่างอื่นค่อนข้างคล้ายกับสเปน มีความแตกต่างกันบ้าง แต่ไม่เหมือนญี่ปุ่นเลย ที่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก ผู้คนมีขนบธรรมเนียมของตนเอง ไม่ว่าจะดีหรือร้าย แต่ใช่ พวกเขามีความแตกต่างกันมาก'

'อย่างไรก็ตามทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับว่าคุณเข้าหาเรื่องต่างๆอย่างไร โดยส่วนตัวแล้ว ผมปรับตัวได้ดี ปัญหาเดียวคือเรื่องฟุตบอล นอกนั้นเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมและผมจะทำอีกครั้งโดยไม่ลังเลเลย' 


คุณเคยพูดถึงเรื่องนี้ไปแล้ว แต่คุณคิดถึงสภาพอากาศในสเปนบ้างไหม?

'ใช่ คิดถึงมากๆ เวลาคนพูดถึงสเปน พวกเขามักจะพูดถึงแต่เรื่องอากาศดีและอาหารอรอย และถึงแม้ญี่ปุ่นจะมีอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่สุดท้ายผมก็ไปอาศัยอยู่ในเมืองที่หนาวมากๆอย่าง ซัปโปโร ดังนั้นใช่ ผมคิดถึงสภาพอากาศและอาหารที่นั่นมากจริงๆ'

เมื่อพูดถึงทีมเก่าของคุณอย่าง อัลบาเซเต้ ได้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคนในฟุตบอลถ้วยปีนี้ หลังการโค่นสโมสร ลา ลีกา อย่าง เซลต้า บีโก้ กับ เรอัล มาดริด และยังสู้กับ บาร์เซโลน่า ได้อย่างสูสีก่อนพ่าย 1-2 คุณมองภาพรวมของฤดูกาลของพวกเขาอย่างไร?

'ผมสนุกกับการติดตามพวกเขามาก และผมคิดว่ามันค่อนข้างไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันฟุตบอลถ้วย ซึ่งอาจเป็นสิ่งรบกวนสมาธิสำหรับทีมในเซกุนด้า แต่ผมคิดว่าสโมสรทำสิ่งต่างๆได้ถูกต้องมาหลายปีแล้ว ด้วยปรัชญาที่ชัดเจนและรากฐานที่มั่นคง'

'เซกุนด้า เป็นลีกที่ยาวนาน ดังนั้นเราจะได้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ 2-3 เกมติดต่อกัน บางทีพวกเขาอาจจะตั้งเป้าหมายที่พิเศษกว่านั้นได้'

'ผมคิดว่าพวกเขาเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก แต่เมื่อคุณอยู่กลางตาราง มันอาจรู้สึกเหมือนคุณไม่ได้ต่อสู้เพื่ออะไรเลย และสิ่งต่างๆอาจจะยุ่งยากมากขึ้น หรือคุณอาจจะขยับขึ้นไปได้ ดังนั้นผมหวังว่าพวกเขาจะสามารถเก็บชัยชนะได้ 2-3 เกมและเริ่มมองขึ้นไปข้างบนแทนที่จะมองลงมาข้างล่าง' 

คุณบอกว่า อัลบาเซเต้ ทำผลงานได้ดีขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ คุณเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เลื่อนชั้นสู่เวทีเซกุนด้า นั่นมีความหมายอย่างไรต่อเมืองและสโมสร?

'สำหรับเมืองนี้ ผมคิดว่ามันเป็นจุดเปลี่ยนที่แท้จริง เพราะรู้สึกเหมือนเป็นปีแห่งความผิดหวัง การไม่ได้เลื่อนชั้นโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับทีมที่เพิ่งตกชั้นไปอยู่ ปรีเมร่า อาร์เอฟอีเอฟ ในปีแรกของลีกนั้น' 

'การไม่ได้เลื่อนชั้นทันทีอาจหมายถึงการติดอยู่ที่นั่น แต่การที่เราได้เลื่อนชั้นนั้นเป็นการเพิ่มกำลังใจอย่างแท้จริงให้กับทีมและแฟนๆที่ให้การสนับสนุนสโมสรมาตลอด เมืองนี้เป็นเมืองที่รักฟุตบอล ผู้คนชอบไปที่สนาม ดังนั้นแมตช์นั้นจึงเปลี่ยนหลายสิ่งหลายอย่างไปในทางที่ดีขึ้น' 

'มันเยี่ยมมากที่ได้เห็นแฟนบอลเข้ามาเต็มสนาม และในเกมกับ บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด สนาม เบลมอนเต้ ก็เต็มไปด้วยผู้คน หวังว่ามันจะเต็มเช่นเดียวกันในเกมลีกด้วย'


เมื่อพูดถึงทีมปัจจุบันของคุณ วิสลา คราคอฟ สโมสรเก่าแก่ที่สุดของโปแลนด์ และอย่างที่เราพูดไปแล้ว ตอนนี้อยู่ในดิวิชั่น 1 และนำเป็นจ่าฝูง คุณรู้สึกว่ามีแรงกดดันในการเลื่อนชั้นหรือไม่?

'ผมคิดว่าปีนี้ใช่ เพราะเราอยู่ในดิวิชั่น 1 มาแล้ว 4 ฤดูกาล และด้วยช่องว่างที่เรามีเหนือทีมอันดับ 2 รูปแบบการเล่นของทีม และการสนับสนุนจากแฟนๆอย่างเต็มที่ ผมคงไม่บอกว่ามันเป็นความกดดัน แต่แน่นอนว่ารู้สึกว่าปีนี้ต้องเป็นปีของเราแล้ว ด้วยสถานการณ์ที่เป็นอยู่และผลงานที่ดีของทีม'

แม้ว่าคุณจะมีประสบการณ์ในฟุตบอลโปแลนด์มาก่อนแล้วก็ตาม แต่การมีนักเตะชาวสเปนคนอื่นๆอย่าง อังเคล โรดาโด้ และ มาร์ก การ์โบ อยู่ในทีมช่วยคุณได้มากแค่ไหน?

'ใช่ ช่วยได้มากจริงๆ ผมเคยเล่นกับ อังเคล เมื่อ 8 ปีก่อนที่ อีบีซ่า ในเซกุนด้า เบ และเรามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาตลอด ตอนเขาเซ็นสัญญากับทีมนี้ ผมก็สามารถให้คำแนะนำเขาได้ เพราะผมอยู่ในโปแลนด์นานกว่าเขาประมาณ 2-3 เดือนที่ วิดเชฟ'

'เขามาถึง วิสลา แบบงงๆหน่อย คือไม่ถึงกับหลงทาง แต่ยังปรับตัวไม่ได้ ตอนนี้เขากลายเป็นซูเปอร์สตาร์ที่นี่ เป็นตำนานของสโมสร ทำประตูได้จำนวนมากมาหลายปีแล้ว ผมมาที่นี่เพื่อช่วยและสนับสนุน มาร์ก และ อังคล ช่วยผมได้เยอะมาก ผมรู้สึกเหมือนเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเพราะพวกเขา และเรามีทีมที่ยอดเยี่ยม'

'และไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มีนักเตะชาวสเปนมากมายที่สโมสร และพวกเขาทุกคนก็ต้อนรับผมอย่างอบอุ่นทันที เราช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และถ้าผมต้องการอะไร ผมรู้ว่าผมสามารถพึ่งพาพวกเขาได้ ทุกคนดีมาก แต่การมีเพื่อนร่วมทีมชาวสเปนในห้องแต่งตัวช่วยได้มากจริงๆ'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})