'เลวาน'รอไตร่ตรองอนาคต
ขณะเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่เดือนก็จะสิ้นสุดฤดูกาลแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับอนาคตของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กองหน้าจอมเก๋าของ บาร์เซโลน่า
สัญญาของกัปตันทีมชาติโปแลนด์กำลังจะหมดอายุการใช้งานในวันที่ 30 มิถุนายน และผ่านมาจนถึงตอนนี้ยังไม่มีการเจรจาเรื่องการขยายสัญญาเพิ่มเติมกับดาวยิงชาวโปล
ด้วยวัย 37 ปีและหลังการแข่งขันในระดับสูงสุดของฟุตบอลยุโรปมานานกว่า 15 ปี เลวานดอฟสกี้ กำลังเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญในอาชีพค้าแข้งและเขาต้องตัดสินใจครั้งสำคัญ ซึ่ง เลวานดอฟสกี้ ยืนยันว่าเขาต้องการใช้เวลาไตร่ตรองก่อนการตัดสินใจขั้นสุดท้าย

'ผมยังไม่รู้ เพราะผมต้องรู้สึกถึงมันก่อน ตอนนี้ผมยังไม่สามารถพูดอะไรได้เกี่ยวกับการตัดสินใจของผม เพราะผมยังไม่แน่ใจถึง 50 เปอร์เซ็นต์ด้วยซ้ำว่าผมอยากจะเลือกเส้นทางใด' เลวานดอฟสกี้ กล่าว
เลวานดอฟสกี้ เผยถึงประสบการณ์ที่เขาสั่งสมมาตลอดอาชีพค้าแข้งทำให้เขาสามารถรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างใจเย็นกว่าที่เขาอาจจะมีในช่วงเริ่มต้นอาชีพ
'ด้วยอายุและประสบการณ์ของผม ผมไม่จะเป็นต้องตัดสินใจตอนนี้ บางทีอีก 3 เดือนข้างหน้าอาจถึงเวลาที่ผมต้องตัดสินใจ แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ไม่รู้สึกเครียด ผมต้องเริ่มรู้สึกถึงมันก่อน เพื่อที่มันจะง่ายขึ้นเมื่อเราพูดถึงอนาคตของผม'
ขณะเดียวกันยังมีความสนใจในตัวกองหน้าชาวโปลมากขึ้นจากสโมสรเมเจอร์ลีกซ็อคเกอร์ใน สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชิคาโก้ ไฟร์ ที่ให้ความสนใจเป็นพิเศษกับสถานการณ์ของเขา
แม้จะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปในอนาคต แต่ เลวานดอฟสกี้ ได้พูดถึงประสบการณ์แง่บวกของเขาใน บาร์เซโลน่า ที่ย้ายมาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์ปี 2022 หลังออกจาก บาเยิร์น มิวนิค
'การอยู่ที่ บาร์ซ่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้ผมได้เห็นถึงความทุ่มเทและการทำงานหนักที่ทำให้สโมสรก้าวหน้าไปมาก มีความทะเยอทะยานและความเชื่อมั่นในอนาคตอย่างมาก'
เลวานดอฟสกี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของเสถียรภาพในระดับสถาบันของสโมสรและแสดงการสนับสนุน โจน ลาปอร์ต้า อย่างเปิดเผยก่อนการเลือกตั้งประธานสโมสรที่จะมาถึง

'สำหรับสโมสรอย่าง บาร์เซโลน่า ความมั่นคงและความเชื่อมั่นในโปรเจ็กท์ระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญ ผมเชื่อมั่นในความต่อเนื่องและในผู้คนที่เข้าใจคุณค่าและเอกลักษณ์ของสโมสรนี้อย่างแท้จริง'
กองหน้าชาวโปลยังได้สะท้อนถึงปัจจัยที่ทำให้เขายังคงแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยมแม้วัยจะล่วงเลยมาถึง 37 ปีแล้วก็ตาม และหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เขาเน้นย้ำคือการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างสิ้นเชิงในช่วงอายุ 20 ปีของเขา
นั่นคือการเลิกทานกลูเตนและแล็คโตส หลังจากพบว่าอาหารบางชนิดส่งผลเสียต่อสมรรถภาพของเขา
'ผมคิดว่าผมทานอะไรก็ได้เพราะผมผอม แต่พอฝึกซ้อมแล้วผมไม่มีแรงเลย ผมเริ่มเปลี่ยนอาหาร และแค่ไม่กี่สัปดาห์ก็เห็นผลแตกต่างอย่างมาก'

