ความก้าวหน้าของสเวดเบิร์ก
วิลเลียต สเวดเบิร์ก เป็นลูกชายของตำนานฟุตบอลหญิงชาวสวีดิชและอดีตนักฟุตบอลทีมชาติสวีเดนไม่ได้เดินตามรอยเท้าพ่อแม่เขาอีกต่อไป ตอนนี้เขากำลังสร้างเส้นทางอาชีพของตัวเอง หลังจากสร้างชื่อกับ ฮัมมาร์บี้ ก่อนแนวรุกวัย 22 ปีจะย้ายมาค้ากับ เซลต้า บีโก้ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2022
สเวดเบิร์ก กำลังเปล่งประกายด้วยการเล่นที่ชาญฉลาดและความสามารถในการแสดงศักยภาพในเกมสำคัญๆกับ เซลต้า บีโก้ ทั้งบนเวทีลีกาและยูโรปาลีก
แข้งชาวสวีดิชยังสร้างชื่อให้ตัวเองจากการมีบทบาทสำคัญจากการทำคนเดียวสองประตูนำทีมดังเมืองบีโก้บุกกำราบ เรอัล มาดริด 2-0 ในช่วงเดือนธันวาคมปีที่แล้ว เขายังแอสซิสต์ให้ บอร์ฆา อีเกลเซียส ทำประตูตีเสมอ 1-1 ก่อน เฟเดรีโก้ วัลเวร์เด้ จะทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้ทีมชุดขาวบุกคว้าชัย 2-1 ในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
โดยรวมแล้ว สเวดเบิร์ก ทำ 4 ประตูกับ 1 แอสซิสต์ใน 6 เกมที่พบกับ เรอัล มาดริด เขาจึงกลายเป็นขวัญใจคนล่าสุดของแฟนๆ เซลต้า บีโก้
ความก้าวหน้าของ สเวดเบิร์ก ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้ ธีโอ กราสโวลล์ ผู้รักษาประตูที่เคยฝึกซ้อมร่วมกันที่ ฮัมมาร์บี้ โดยกล่าวว่า 'ไม่มีใครใจเย็นและมีสมาธิเท่าเขาเลยเมื่อต้องลงเล่นเกมใหญ่ๆ'
สเวดเบิร์ก เข้ามาอยู่กับสโมสรในกรุงสต็อคโฮล์มตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ก่อนเขาจะลงประเดิมสนามในศึก สวีเดน ออลสเวนส์คาน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2021 โดยลงเล่นฐานะสำรองช่วงนาที 78 ในเกมกับ เดเกอร์ฟอร์ส และทำประตูในอีก 3 นาทีถัดมา และยังทำอีกหนึ่งแอสซิสต์นำ ฮัมมาร์บี้ คว้าชัยขาดลอย 5-1

แฟนๆ ฮัมมาร์บี้ ในสนามต่างตะโกนว่า 'เก่งกว่าพ่อของเขา ใช่, เขาเก่งกว่าพ่อของเขา' พ่อของเขาเป็นหนึ่งในแฟนบอล 7,000 คนที่อยู่ในสนาม 3Arena เฝ้าดูด้วยน้ำตาคลอเบ้าในเกมลงประเดิมสนามของลูกชาย
ฮันส์ เอสคิลส์สัน พ่อของ สเวดเบิร์ก เป็นอดีตนักฟุตบอลทีมชาติสวีเดนที่ลงเล่น 8 นัด เขาเคยเล่นกับ ฮัมมาร์บี้ หลายครั้งระหว่างปี 1988-2001 รวมถึง สปอร์ติ้ง ลิสบอน และ บราก้า ก่อนจะตัดสินใจยุติอาชีพค้าแข้งเนื่องจากการบาดเจ็บร้ายแรง
ส่วนแม่ของเขา มาลิน สเวดเบิร์ก ก็ประสบความสำเร็จในระดับอาชีพเช่นกัน โดยลงเล่นกับทีมชาติสวีเดน 78 เกม และเป็นตำนานของ อาล์ฟโย ซึ่งเธอนำทีมคว้าแชมป์สวีเดน 5 สมัย
'เขาอยู่กับ ฮัมมาร์บี้ ตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ซึ่งคือ 10 ปีแล้ว เกิดที่โรงพยาบาลโซเดอร์สยูคูเซ็ต เขาจึงมีความผูกพันกับ ฮัมมาร์บี้ อย่างมาก' เอสคิลส์สัน กล่าว 'เขาไม่ค่อยถนัดเรื่องการโทรศัพท์ เหมือนเด็กวัยเดียวกันทั่วไป ดังนั้นเราคงต้องพยายามโน้มน้าวเขาเรื่องสื่อ'
หลังจากโชว์ฟอร์มสำคัญครั้งแรกตอนอายุเพียง 17 ปี สเวดเบิร์ก ต้องจัดการกับการประเดิมสนามที่น่าจับตาอมองจากโทรทัศน์ของสวีเดน 'ผมได้ยินแฟนบอลร้องเพลงว่าผมเก่งกว่าพ่อ แต่พ่อของผมเก่งกว่าผมมาก ท่านมีอาชีพที่ยอดเยี่ยมและผมภูมิใจในตัวท่าน ท่านคอยช่วยเหลือและอยู่เคียงข้างผมเสมอ'
'เช่นเดียวกับแม่ของผม เธอเคยเล่นให้ทีมชาติสวีเดนและคว้าแชมป์ เดียมานต์โบลเลน ดังนั้นจริงๆแล้ว เธอเก่งกว่าผมอีก ทั้งสองคนมีความหมายกับผมมาก'

ด้าน มีลอส มิโลเยวิช โค้ชของ ฮัมมาร์บี้ ในขณะนั้นเล่าว่า 'เขาไม่ได้เล่นที่นี่เพราะพ่อของเขาเป็นตำนานของ ฮัมมาร์บี้ แต่เขาเล่นที่นี่เพราะเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม
ขณะที่ มิคาเอล เฮล์มเบิร์ก ผู้อำนวยการกีฬาคนปัจจุบันของ ฮัมมาร์บี้ ซึ่งเคยทำงานฐานะหัวหน้าฝ่ายสรรหานักเตะตอนที่ สเวดเบิร์ก ยังอยู่กับสโมสรยืนยันว่าเขาคือ 'หนึ่งในนักเตะที่มีพรสวรรค์มากที่สุดจากอะคาเดมี่'
ส่วน กราสโวลล์ ที่รู้จัก สเวดเบิร์ก มาตั้งแต่ทีมชุดขู-16 ปี กล่าวว่า 'ตั้งแต่ยังเด็ก เขาเป็นนักเตะที่มีเทคนิคและไหวพริบดีมาก เข้าใจเกมได้อย่างยอดเยี่ยม ความคิดสร้างสรรค์ของเขาน่าจะเป็นสิ่งที่จัดการได้ยากที่สุดในการฝึกซ้อม'
'เขาเรียกขอบอลเสมอ ในฐานะผู้รักษาประตู การมีเขาอยู่ในทีมเป็นเรื่องที่น่าอุ่นใจมาก เพราะรู้ว่าเขาพร้อมจะเข้ามาช่วยเสมอ ผมจำได้ว่าผมสามารถส่งบอลยาวไปให้เขาที่แดนกลาง และเขาสามารถแย่งบอลกลับมาและพุ่งเข้าหาประตูได้ แม้ว่าจะมีคู่แข่ง 3 หรือ 4 คนอยู่ล้อมรอบก็ตาม'
ที่ ฮัมมาร์บี้, สเวดเบิร์ก กลายเป็นที่พูดถึงอย่างรวดเร็ว แต่เขาเติบโตมาท่ามกลางนักเตะรุ่นราวคราวเดียวกันดีที่สุดรุ่นหนึ่งจากอะคาเดมี่ของสโมสรในกรุงสต็อคโฮล์ม ร่วมกับ มายเคล ลาห์โด (อัลค์มาร์), ยูเซฟ เอราบี (เกงค์), เบน เองดาห์ล (ฮัคเค่น) และ โอลิเวอร์ โดวิน (โคเวนทรี) แต่ สเวดเบิร์ก เป็นเพียงนักเตะคนเดียวจากปี 2004 ที่ก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่อย่างรวดเร็ว
'ตอนที่ผมมาถึง ฮัมมาร์บี้ เขาอายุ 16-17 ปี และเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดในทีม โดยลงวเล่นในทีมชุดใหญ่ไปแล้วตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว แต่กับผม มันคือฤดูกาลแห่งการพิสูจน์ตัวเองของเขา' มาร์ตี้ ซีฟวนเตส อดีตโค้ช ฮัมมาร์บี้ กล่าว
'เขาเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ และเล่นได้ในทุกตำแหน่งในแนวรุก ไม่ว่าจะเป็นฟอลส์นาย ที่มีอิสระในการขึ้นมาด้านใน ตำแหน่งหมายเลข 10 และปีก เขามีคุณสมบัติเหมือนกับที่เราเห็นในปัจจุบันคือการเปิดบอลที่ดีมาก การยิงประตูที่ดีมาก สามารถทะลุทะลวงไปข้างหน้าได้ สามารถเล่นระหว่างแนวรับได้ และมีสายตาที่เฉียบคมในการทำประตู เขาเป็นนักเตะที่ฉลาดมาก ขี้อายมากนอกสนาม แต่มีบุคลิกที่ยอดเยี่ยมในสนาม'
'พ่อแม่ของเขาช่วยเหลือเขาอย่างมากในการก้าวไปสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่ยังช่วยให้เขาออกจากสวีเดนตั้งแต่อายุยังน้อย' แม้ว่า บาร์เซโลน่า จะพยายามดึงตัวเขามาตั้งแต่ตอนที่เขายังเล่นให้ ฮัมมาร์บี้ แล้วก็ตาม
'เขารักฟุตบอลมากและดูการแข่งขันเยอะมาก' ซีฟวนเตส กล่าวเสริม

'ก่อนที่เขาจะเซ็นสัญญากับ เซลต้า บีโก้ ในตลาดหน้าหนาวปี 2022 มีสโมสรจากรัสเซีย (โลโคโมทีฟ มอสโก) สนใจเขา ผมได้คุยกับเขาเรื่องนี้และแนะนำให้เขารอไปก่อนจะตัดสินใจไปรัสเซีย เพราะเขายังเด็กและมีเวลาที่จะรอข้อเสนออื่นๆจากประเทศอื่นๆ จากนั้นสงครามก็เริ่มต้นขึ้นและทุกอย่างก็หยุดชะงัก แต่การเจรจาระหว่างสโมสรก็คืบหน้าไปมากแล้ว'
สำหรับ สเวดเบิร์ก การย้ายมาเล่นในลีกสเปนถือเป็นเรื่องดี เพราะเขาเริ่มต้นฤดูกาล 2022 ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยทำ 5 ประตูจากการลงเล่น 5 เกมแรกจนคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนเมษายนของ สวีเดน ออลสเวนส์คาน ก่อนเขาจะย้ายไปค้าแข้งกับ เซลต้า บีโก้ ด้วยค่าตัว 5 ล้านยูโร
'เขาอยากเล่นในสเปน และพ่อของเขาก็รู้จักประเทศนี้ดี' ซีฟวนเตส อธิบาย 'สำหรับผมแล้ว การที่เขาไปเล่นใน ลา ลีกา เป็นเรื่องที่ดี'
ช่วง 2-3 เดือนแรกของเขาที่ เซลต้า ค่อนข้างยากลำบาก ซึ่ง สเวดเบิร์ก ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนม้านั่งสำรอง แต่เขาก็รับมือได้ดี 'เขามีบุคลิกที่ค่อนข้างผ่อนคลาย แต่ก็แสดงความเป็นมืออาชีพอย่างมากเสมอ' มิคาเอล เฮล์มเบิร์ก กล่าว
'หลังการฝึกซ้อม ผู้คนมักจะหยุดผมเพื่อถ่ายรูป บางครั้งพวกเขาก็ถามคำถามเป็นภาษาอังกฤษ แล้วก็จะมีเพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งพูดว่า 'เขาพูดภาษาสเปนได้นี่ มาเลย' พวกเขาประหลาดใจมาก และนั่นทำให้ผมได้แสดงฝีเท้าออกมาบ้าง'

