ย้อนอดีตกับกอนซาเลซ

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2569 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
91
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
มาร์ก กอนซาเลซ อดีตปีกวัย 41 ปีได้พูดถึงเรื่องราวในอดีต, ปัจจุบัน และความคาดหวังในอนาคตของทีมชาติชิลี

มาร์ก กอนซาเลซ อดีตปีกดาวดังได้รำลึกถึงประตูในความทรงจำของเขาในศึกฟุตบอลโลก 2010 พร้อมแบ่งปันความกังวลเกี่ยวกับทีมชาติชิลีชุดปัจจุบัน ซึ่งกลายเป็นความท้าทายยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับเจนเนอเรชั่นต่อไป

ฟุตบอลโลก 2010 นำความทรงจำที่ดีกลับมามากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเผชิญหน้ากับทีมชาติสเปนที่คว้าแชมป์ในทัวร์นาเมนต์นั้น ประสบการณ์นั้นเป็นอย่างไรบ้าง?

'มันพิเศษเพราะมันคือฟุตบอลโลก แต่ก็เพราะผมได้กลับมาประเทศของผมด้วย ผมเกิดที่แอฟริกาใต้และอาศัยอยู่ที่นั่นจนถึงอายุ 10 ขวบ และผมไม่ได้กลับไปอีกเลยจนถึงตอนนั้น ผมยังมีครอบครัวและเพื่อนๆอยู่ที่นั่น ดังนั้นมันจึงพิเศษยิ่งขึ้นไปอีก'

'ก่อนเกมกับ สเปน เราต่างรู้ว่าถ้าเราชนะหรือแม้แต่เสมอ พวกเขาก็จะตกรอบ ดังนั้นเราจึงมีแรงจูงใจสูงมาก เราไม่กลัว เราต่างรู้ว่าความกดดันอยู่ที่พวกเขา แต่พวกเขากลับชนะเกมนั้น และนับจากนั้นเป็นต้นมา ผมคิดว่า สเปน กลายเป็นทีมที่แตกต่างออกไป ผมมักจะพูดเสมอว่ารอบแบ่งกลุ่มและรอบน็อกเอาท์นั้นให้ความรู้สึกเหมือนเป็นทัวร์นาเมนต์ที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง'

'มันคล้ายกับสิ่งที่เกิดขึ้นกบ อาร์เจนตินา ใน กาตาร์ สเปน เอาชนะเรา และทัศนคติของพวกเขาก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง'

คุณทำประตูสำคัญมาก ประตูชัยเหนือ สวิตเซอร์แลนด์ ความรู้สึกนั้นทำให้คุณเป็นอย่างไร และคุณคิดว่ามันมีความหมายต่อประเทศอย่างไร?

'ผมอธิบายความรู้สึกที่ทำประตูได้ไม่ทั้งหมด แต่ผมมักจะบอกว่ามันเหมือนกับความสุขและความบ้าคลั่งทั้งหมดมารวมกันในชั่วขณะเดียว ในเสียงตะโกนว่า 'ประตู' การทำประตูในฟุตบอลโลกเป็นสิ่งดีสุดที่สามารถเกิดขึ้นกับนักฟุตบอลทุกคนได้'

'ในตอนนั้น คุณไม่รู้ว่าคุณกำลังสร้างอะไรให้กับประเทศ แต่เมื่อผมดูวิดีโอประตูนั้นอีกครั้งและเห็นการเฉลิมฉลอง มันเป็นอะไรที่พิเศษมาก ผมมั่นใจว่าประเทศคงอยากมีช่วงเวลาแบบนั้นอีกในเร็วๆนี้'


คุณคิดอย่างไรกับทีมชาติในตอนนี้ โดยมีข่าวลือว่า มานูเอล หลุยส์ เปเยกรีนี่ อาจจะเข้ามาคุมทีม คุณมีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับสถานการณ์นี้?

'มันเป็นหัวข้อที่ละเอียดอ่อน เพราะเราเคยมีช่วงเวลาที่เหลือเชื่อ ยุคทอง มันยากมากที่จะไปถึงระดับนั้นอีกครั้ง ผมไม่ได้บอกว่ายุคทองจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่การสร้างยุคทองขึ้นมานั้นยากมาก ทุกวันนี้ทุกอย่างง่ายขึ้น แต่ในตอนนั้นมีความกระหายมากกว่า การจะไปถึงระดับนั้น คุณต้องต่อสู้เพื่อมัน ตอนนี้คุณมีนักเตะที่ดี แต่ผมไม่เห็นทัศนคติแบบเดียวกัน'

'ถ้ามีทัศนคติที่ดีกว่านี้ บางทีนักเตะอาจจะได้ไปเล่นในยุโรปมากขึ้น เราสามารถพูดถึงโค้ชได้ แต่คุณอาจนำโค้ชดีที่สุดในโลกมา แต่ถ้านักเตะขาดทัศนคติและความกระหาย โค้ชคงต้องจากไปอยู่ดี'

'ผมอยากจะบอกว่า สหพันธ์ฟุตบอลยังทำไม่มากพอที่จะพัฒนานักเตะรุ่นใหม่ ควรหานักเตะดาวรุ่งที่มีพรสวรรค์และให้โอกาสพวกเขา พวกเขาควรจัดการแข่งขันกระชับมิตรมากขึ้น ตอนนี้เราส่วนใหญ่เล่นกับทีมอย่าง คิวบา หรือ สาธารณรัฐโดมินิกัน ซึ่งยังไม่เพียงพอ เมื่อ ชิลี พบกับทีมที่แข็งแกร่ง นักเตะก็เล่นได้ไม่ดี นั่นคือสิ่งที่ต้องเปลี่ยนแปลง'

มีนักเตะชิลีคนใดที่คุณเห็นว่ามีศักยภาพที่จะก้าวไปเล่นในยุโรปตอนนี้ได้บ้าง?

'ผมคิดว่ามีอยู่ไม่กี่คนที่มีคุณภาพที่จะไปเล่นในยุโรป แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับทัศนคติของพวกเขา พวกเขามีทักษะและประสบการณ์ ดังนั้นมันขึ้นอยู่กับพวกเขาที่จะผลักดันตัวเอง'

'ตัวอย่างเช่น ผู้คนพูดถึง ลูกัส เซเปด้า กันมาก โดยบอกว่า 'เขาเหมือนคุณ ทั้งร่างกายและในฟุตบอล' ผมก็บอกว่า 'ใช่ จริงๆแล้วเขาเก่งกว่าผม เขาเก่งกว่า' แต่ผมไปเล่นในยุโรปตอนอายุ 19 ปี นั่นคือความแตกต่าง ผมไปเล่นที่ ลิเวอร์พูล ตอนอายุ 20 หรือ 21 ปี'

'ทุกวันนี้ นักเตะอายุ 21 ปีหลายคนได้ลงเล่นเกมแรกให้ทีมชาติชิลีขุดใหญ่เพียงเพราะพวกเขาต้องผ่านเกณฑ์ทีมชาติรุ่นอายุไม่เกิน 21 ปี แต่ เซเปด้า ตอนนี้ไปเล่นในสเปนแล้ว (กับ เอลเช่) นั่นเยี่ยมมาก นั่นคือสิ่งที่ผมอยากเห็น นักเตะฝีเท้าดีในยุโรปที่ท้าทายตัวเอง'


'ผมทำพ็อดแคสท์บน ยูทูป ชื่อ 'Legends' และผมสัมภาษณ์นักฟุตบอลระดับตำนานทั่วโลกและพูดคุยเกี่ยวกับ 'ด้านมืด' ของฟุตบอล การเสียสละ การต่อสู้ และเส้นทางสู่ความสำเร็จ ทุกคนมีเรื่องราว ความสำเร็จสามารถเกิดขึ้นได้จากความพยายาม การเสียสละ และความสม่ำเสมอ นี่คือบทเรียนชีวิต'

'ตัวอย่างเช่น อเล็กซิส ซานเชซ พูดถึงความพยายาม ในขณะที่ผมเน้นเรื่องจิตใจ เพราะผมออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 13 ปี ผมอยู่ห่างจากครอบครัว ร้องไห้ทุกคืน แต่ผมยังเข้มแข็งเพราะผมต้องการบรรลุความฝัน ถ้าผมไม่เข้มแข็งทางจิตใจ ผมคงกลับบ้านไปแล้ว'

นั่นคือทัศนคติที่แข็งแกร่งมากที่คุณมีตอนอายุ 13 ปี แต่มันยากมากที่จะทำได้?

'ใช่ ตอนนี้ผมมีลูกชายที่กำลังจะอายุ 15 ปี และตอนที่เขาอายุ 13 ปี ผมคิดว่า 'ผมไม่อยากปล่อยให้เขาไป' นั่นเป็นเรื่องยากมากสำหรับพ่อแม่ ผมซาบซึ้งในสิ่งที่แม่ผมทำเพื่อผมในตอนนั้นมาก เธอไม่ต้องขออนุญาตผมเลย และมันคงยากมากสำหรับเธอ'

'หนึ่งในสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่ในไมอามี่ตอนนี้คือการทำงานด้านการให้คำแนะนำในเรื่องความเป็นผู้นำ การให้คำปรึกษา และการให้ความรู้แก่ผู้ปกครอง'

คุณรู้สึกอย่างไรกับการที่ผู้คนเปรียบเทียบนักเตะคนอื่นกับคุณ?

'ผู้คนชอบการเปรียบเทียบ และนั่นคือปัญหา พวกเขาต้องการเปรียบเทียบคนหนึ่งกับอีกคนหนึ่ง และผมไม่รู้ว่าทำไม คุณมีทักษะของคุณ ผมก็มีของผม คุณมีจุดอ่อนของคุณ ผมก็มีของผม เราทุกคนแตกต่างกัน ผมคิดว่าสิ่งนี้มาจากสื่อ'

'การเปรียบเทียบสร้างแรงกกดันให้กับนักเตะและอาจทำให้พวกเขารู้สึกท้อ แล้วมันมีประโยชน์อะไรล่ะ สื่อในอาร์เจนตินาแตกต่างออกไปเสมอ พวกเขาปกป้องนักเตะ ซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจ การบอกนักเตะว่าอย่าอ่านข่าวเป็นเรื่องง่าย แต่พวกเขาก็ทำอยู่ดีเพราะพวกเขาอยากรู้ว่ามีอะไรพูดถึงบ้าง'

เมื่อคุณมองดูสถานการณ์ในปัจจุบันของทีม คุณเชื่อว่ามีศักยภาพที่จะไปถึงฟุตบอลโลกครั้งต่อไปหรือไม่?

'สหพันธ์ฯต้องลงมือทำ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโค้ช แต่ต้องเป็นโครงการระยะยาว เหมือนที่ มาร์เซโล่ บีเอลซ่า ทำ เขาอยู่กับเรามาหลายปี และในช่วงเวลานั้น เขาได้ทำงานกับนักเตะที่จะกลายเป็นยุคทอง แม้ว่าในตอนแรก เราจะเป็นเพียงนักเตะอายุน้อยที่มีพรสวรรค์และกระหายชัยชนะ วิธีการของเขาเปลี่ยนความคิดของเรา เขาเปลี่ยนแนวทางการเล่นฟุตบอลของชิลี'

'ลองดู อเล็กซิส ซานเชซ เป็นตัวอย่าง ตอนเด็กๆ เขาจะเลี้ยงบอลผ่านนักเตะ 5 คนแล้วกลับมาเลี้ยงต่อ เขาแทบจะไม่ส่งบอลเลย แต่ต่อมา คุณจะเห็นเขาแย่งบอลได้และส่งบอล เหตุการณ์คล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นกับนักเตะคนอื่นๆ ในยุคทอง มันเป็นประโยชน์ต่อทุกคน'


'กับ บีเอลซ่า ผมคิดว่าเราแพ้ในเกมแรกๆ แต่ไม่มีใครไล่เขาออก พวกเขายังคงดำเนินการต่อไป และเราเริ่มเรียนรู้จากวิธีการฝึกซ้อมของเขา เขาเข้มงวดมาก ทุกแบบฝึกหัดต้องสมบูรณ์แบบก่อนที่เราจะจบการฝึกซ้อม บางครั้งเราต้องฝึกซ้อมตอนกลางคืนโดยไม่เปิดไฟ เพราะแบบฝึกหัดยังไม่สมบูรณ์แบบ'

'ถ้าคุณดึงโค้ชที่ดีเข้ามาพร้อมโครงการที่ชัดเจน คุณต้องเคารพมัน การแพ้ 2-3 เกมไม่ได้หมายความว่าคุณต้องไล่พวกเขาออก นั่นจะทำให้นักเตะสับสน พวกเขาต้องเข้าใจว่าโค้ชต้องการอะไร มาพยายามทำอะไรบางอย่างเพื่อไปให้ถึงฟุตบอลโลกถ้าเป็นครั้งต่อไปได้ก็ดี แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร มันจะเป็นครั้งถัดไป'

ชิลี คว้าแชมป์ โกปา อเมริกา ปี 2015 และ 2016 คุณคิดว่าผู้คนจะยอมแลกชัยชนะครั้งใดครั้งหนึ่งเพื่อกลับไปเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้งหรือไม่?

'ผมไม่คิดอย่างนั้น มันยังคงเหลือเชื่อที่ ชิลี คว้าแชมป์ โกปา อเมริกา ได้สองสมัยติดต่อกัน และผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกสองครั้งติดต่อกัน ลูกชายของผมเติบโตมากับการดู ชิลี คว้าแชมป์ มันบ้ามาก ตอนที่ผมเข้าร่วมทีมชาติครั้งแรก เราเคยฉลองกันที่ผ่านเข้ารอบ 2'

'แต่ผมไม่คิดว่า ชิลี จะยอมแลกชัยชนะเหล่านั้นเพื่อกลับไปเล่นฟุตบอลโลกอีกครั้ง เราอาจจะได้ไปที่นั่นอีกครั้งในสักวันหนึ่ง แต่ผมไม่รู้ว่าเมื่อไหร่'

'มันเป็นยุคที่น่าทึ่งมาก ก่อนปี 2016 ฮอร์เค่ ซามเปาลี คุมทีม โดยสานต่อแนวทางของ บีเอลซ่า เรายังคงเล่นหนักหน่วง แต่เมื่อได้บอล เราก็เริ่มเล่นอย่างมีสติมากขึ้นเหมือนกับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า แนวทางนั้นทำให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นและทำให้ฟุตบอลของเราดูสวยงามยิ่งขึ้น'


ในแง่ของความเป็นผู้นำ คุณมองเห็นอะไรบ้างในตอนนี้?

'มันขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล นักเตะต้องหาแรงบันดาลใจและสร้างแรงจูงใจของตัวเอง นักเตะอย่าง อเล็กซิส ซานเชซ และ อาร์ตูโร่ วีดาล มีบุคลิกและเรื่องราวที่แข็งแกร่ง'

'อเล็กซิส มีเรื่องราวและผลงานของเขา ส่วน วีดาล ผมเคยเห็นเขาเล่นในหลายตำแหน่ง จริงๆแล้ว ผมแค่ต้องการเห็นเขาเล่นเป็นผู้รักษาประตู และผมคิดว่าเขาจะเล่นได้ทุกตำแหน่ง ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนใคร ไม่ว่าคุณจะให้เขาเล่นตำแหน่งใดในสนาม เขาก็ปรับตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติและทำได้ดีเยี่ยม'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด