ห้วงเวลาท้าทายของบาเยิร์น
บาเยิร์น มิวนิค กำลังอยู่บนเส้นทางคว้าทริเปิลแชมป์ครั้งที่ 3 ของสโมสร หลังยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรียกรุยทางสู่การคว้าแชมป์บุนเดสลีกาสมัยที่ 35 เป็นรายการแรกเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ก่อนเด็กของ แว็งซ็องต์ ก็องปานี จะลงเล่นรอบรองชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล กับ เลเวอร์คูเซ่น ในวันพุธนี้ ต่อด้วยการเผชิญหน้ากับแชมป์เก่า ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในรอบรองชนะเลิศบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก
สำหรับ ฟิลิปป์ ลาห์ม ตำนานแข้งของ บาเยิร์น มิวนิค และทีมชาติเยอรมนีได้พูดเกี่ยวกับทีมเสือใต้ในปัจจุบัน รวมถึงอีกหลากหลายเรื่องราวของยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรียที่กำลังอยู่บนเส้นทางสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง
'ช่วงเวลาสำคัญที่สุดของฤดูกาลกำลังจะมาถึงแล้ว ดังนั้นเราจะได้เห็นกันว่าฤดูกาลนี้จะเป็นฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จหรือไม่ แน่นอนว่าสำหรับ บาเยิร์น มิวนิค มันไม่ใช่แค่เรื่องแชมป์และการสร้างสถิติเท่านั้น'
'แต่สุดท้ายแล้วก็คือโทรฟี่แชมป์ ดังนั้นมาดูกันว่าช่วงเวลาสำคัญนี้จะเป็นอย่างไร การสร้างประวัติศาสตร์ให้ บาเยิร์น มิวนิค จะต้องเกิดขึ้นในแชมเปี้ยนส์ลีก' ลาห์ม กล่าว
จากนั้นจึงมีการพูดถึงการเผชิญหน้ากันระหว่าง บาเยิร์น มิวนิค กับ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง บนเวทีแชมเปี้ยนส์ รอบรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นเกมที่แฟนบอลส่วนใหญ่ตั้งตารอ และน่าจะเป็นเกมที่คู่ควรกับนัดชิงชนะเลิศมากกว่า

'ปารีส แซงต์ แชร์กแมง แข็งแกร่งมากในด้านความสามารถเฉพาะตัว พวกเขามีเกมรุกที่แข็งแกร่ง และแน่นอนว่าพวกเขาเป็นแชมป์เก่า ในขณะเดียวกัน บาเยิร์น ก็ทำประตูได้เช่นกัน เราเห็นได้ทั้งในบุนเดสลีกาและแชมเปี้ยนส์ลีก อย่างไรก็ตามเกมนี้จะตัดสินกันที่เกมป้องกัน นั่นจะเป็นกุญแจสำคัญของเกมนี้'
เมื่อพูดถึงคุณภาพการเล่นเกมรับภายใต้บริบทของรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก ลาห์ม ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ บาเยิร์น มิวนิค จะต้องเผชิญหน้ากับการดวลตัวต่อตัวเป็นหลัก พร้อมกล่าวชื่นชมการทำงานของ ก็องปานี กับทีมเสือใต้เพิ่มเติม
'เขาทำให้สโมสรมีความสงบมากขึ้น และมีสไตล์การทำงานที่ดี ทั้งการสื่อสารภายในทีมและการสื่อสารภายนอก สโมสรมีคุณภาพเกมรุกที่ยอดเยี่ยม แต่ในด้านเกมรับ พวกเขาก็เน้นการป้องกันแบบตัวต่อตัว ซึ่งอาจเป็นความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันรอบรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีก'
'เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ เปแอสเช ที่มีคุณภาพการเล่นเกมรุกสูงมาก แต่ ก็องปานี เป็นตัวแทนที่ดีของสโมสร และเขามีสไตล์การทำงานแบบที่คุณอยากเห็นจากโค้ชของ บาเยิร์น'
เมื่อกล่าวถึง บาเยิร์น มิวนิค ก็ต้องพูดถึงการทำประตูของยักษ์ใหญ่แคว้นบาวาเรียที่ทำสถิติยิง 109 ประตู ซึ่งเป็นสถิติใหม่ของบุนเดสลีกาในตอนนี้ รวมถึงการทำประตูจากการลงเล่นทุกรายการมากกว่า 160 ประตู

เมื่อถูกถามถึงการสร้างผลกระทบของ หลุยส์ ดีอาซ นับตั้งแต่แนวรุกทีมชาติโคลอมเบียย้ายจาก ลิเวอร์พูล มาค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว
'เขามีประสบการณ์ในระดับสูงสุด เขาได้รับประสบการณ์จาก ลิเวอร์พูล รวมถึงบนเวทีระดับสูงสุดกับทีมชาติ เขาเป็นคนทำงานหนัก เขาทุ่มเทให้กับทีมทั้งในด้านการเล่นเกมรุกและการป้องกัน และยังมีความดุดัน นั่นคือคุณสมบัติสำคัญที่สุด คือวิธีที่เขาทำงานเพื่อทีม'
ลาห์ม ยังพูดถึงความสามารถในการเล่นเกมรุกของ บาเยิร์น มิวนิค ว่า 'ไม่น่าแปลกใจเลยที่พวกเขาทำได้มากกว่า 100 ประตู และทำลายสถิติเดิม พวกเขาลงเล่นอย่างต่อเนื่อง เล่นจนจบเกม และมองหาการทำประตูอยู่เสมอ และบุนเดสลีกาเป็นลีกที่มีการทำประตูมากที่สุดในโลก โดยเฉลี่ยมากกว่า 3 ประตูต่อเกม นี่เป็นลักษณะเฉพาะของบุนเดสลีกา แต่ก็เป็นของ บาเยิร์น ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลนี้'

เมื่อถูกถามถึง ไมเคิ่ล โอลีเซ่ ซึ่งเป็นนักเตะที่โดดเด่นสุดของ บาเยิร์น มิวนิค ในขณะนี้และมีโอกาสพัฒนาขึ้นมาเป็นหนึ่งในปีกดีที่สุดในโลก
'เขาเป็นนักเตะที่คุณอยากดู เพราะเขามีคุณภาพในการเลี้ยงบอลและการจบสกอร์ แต่เขายังรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเล่นฟุตบอลแบบสบายๆ และเมื่อไหร่ที่ทีมต้องการครองบอล เขาทำให้เกมสงบลง ดังนั้นเขาจึงผสมผสานทั้งสองคุณสมบัติในฐานะนักฟุตบอล และการรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเปลี่ยนและอ่านเกม นั่นคือสิ่งที่ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม'
การครองความยิ่งใหญ่ในลีกเมืองเบียร์ของ บาเยิร์น มิวนิค นั้นเป็นอันตรายหรือไม่ แต่ ลาห์ม มองแง่ดีว่าบุนเดสลีกายังสามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมทั่วโลก
'บุนเดสลีกาเป็นลีกที่น่าสนใจมาก เรามีสโมสรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงมากมาย แน่นอนว่ามันคงจะดีถ้ามีแชมป์มากกว่าหนึ่งทีมในอีก 2-3 ปีข้างหน้า'
'แต่เราต้องยอมรับด้วยว่า บาเยิร์น ทำได้ดีมากในแง่ของการพัฒนา (นักเตะ) และการตลาดระดับนานาชาติ มีเหตุผลที่ทำให้พวกเขาอยู่ตรงนั้น แต่สโมสรอื่นๆอย่างเช่น สตุ๊ตการ์ท ก็จะมีโอกาสพัฒนาในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเช่นกัน หากพวกเขายังคงได้เล่นฟุตบอลแชมเปี้ยนส์ลีก'

