คุยกูบาร์ซี่ก่อนฟุตบอลโลก
เปา กูบาร์ซี่ อีกหนึ่งผลผลิตที่น่าภาคภูมิใจจากศูนย์ฝึก 'ลา มาเซีย' ที่ลงประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่ฐานะสำรองในช่วงครึ่งหลังตั้งแต่อายุยังไม่ครบ 17 ปี ในเกม โกปา เดล เรย์ กับ อูนีโอนีสตาส เด ซาลามังก้า เมื่อวันที่ 18 มกราคม 2024 ก่อนยกระดับฝีเท้าขึ้นมาเป็นขุมกำลังหลักในปัจจุบัน
กูบาร์ซี่ เป็น 1 ใน 8 นักเตะจาก บาร์เซโลน่า ที่อยู่ในขุมกำลังทีมชาติสเปนชุดทำศึกฟุตบอล 2026 ซึ่งการเรียกตัวเซนเตอร์วัย 19 ปีไม่ผิดจากที่คาดการณ์แต่อย่างใดหากพิจารณาจากผลงานของนักเตะ หลังจาก กูบาร์ซี่ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นหนึ่งในดาวรุ่งพรสวรรค์สูงในตำแหน่งของเขา และคงไม่น่าแปลกใจหาก หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ จะส่งเขาลงเล่นตัวจริงในทัวร์นาเมนต์ช่วงเดือนมิถุนายนนี้
เซนเตอร์วัย 19 ปีมีโอกาสให้สัมภาษณ์นิตยสาร Esquire magazine โดยพูดถึงเส้นทางอาชีพที่ผ่านมาของเขา รวมถึงความรู้สึกที่ก้าวขึ้นมาเล่นในระดับสูงตั้งแต่อายุยังน้อย
กูบาร์ซี่ เริ่มต้นด้วยการพูดถึงความกดดันที่มาจากการเล่นให้ บาร์เซโลน่า แต่ยืนยันว่ามันเป็นความท้าทายที่เขายินดีน้อมรับ
'มีความกดดัน แต่เป็นความกดดันที่รู้สึกได้ทุกวัน เพื่อพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เราเป็นหนึ่งในทีมดีที่สุดในโลก สำหรับผมคือทีมดีที่สุด' กูบาร์ซี่ กล่าว
จากนั้นเซนเตอร์วัย 19 ปียังอธิบายว่าการเข้าร่วมเพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับเขา และเขาต้องการบทบาทผู้นำทีมด้วยเช่นกัน
'ผมชอบจะรับบทบาทผู้นำ เป็นคู่หูที่คอยช่วยเหลือเพื่อนร่วมทีม เซนเตอร์แบ็กจะมองเห็นสนามทั้งหมด และนั่นทำให้คุณมีอำนาจในระดับหนึ่ง คุณต้องรู้ว่าใครต้องการความช่วยเหลือ'

กูบาร์ซี่ ยังพูดถึงการลงประเดิมสนามกับทีมชุดใหญ่และช่วงเวลาที่รู้ว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของทีมชุดใหญ่แบบเต็มตัวแล้ว
'เมื่อคุณลงประเดิมสนาม คุณไม่ได้แค่ลงเล่นเกมแรก แต่คุณจะเห็นว่าพวกเขายังให้โอกาสคุณเล่นต่อไป' กูบาร์ซี่ อธิบาย
'แล้วคุณก็รู้ว่า 'ฉันกำลังเล่นกับทีมชุดใหญ่ของ บาร์เซโลน่า' ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมใฝ่ฝันมาหลายปีแล้ว'
'ผมเป็นเด็กที่ฝันหวานว่าอยากสวมเสื้อบาร์ซ่ามาตลอด'
จากนั้น กูบาร์ซี่ ยังพูดถึงไอดอลของเขาอย่าง เคราร์ด ปีเก้ และความคล้ายกันระหว่างสไตล์การเล่นของเขากับเซนเตอร์ระดับตำนานของ บาร์เซโลน่า
'เรามีความคล้ายกันตรงที่การพยายามจะแย่งบอลจากด้านหลังเสมอ'
ต่อด้วยการพูดถึง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่อำลาสโมสรหลังค้าแข้งกับทีมอาซูลกราน่านาน 4 ปี ซึ่งถือเป็นต้นแบบสำคัญสำหรับเขาและช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าในฐานะนักเตะด้วย
'เขาเป็นหนึ่งในไอดอลของผมมาตั้งแต่เด็ก และในที่สุด ผมก็มีโอกาสได้ร่วมห้องแต่งตัวกับเขา'
'การฝึกซ้อมกับเขาทำให้คุณเป็นกองหลังที่ดีขึ้นด้วย'

กูบาร์ซี่ ยังได้อธิบายถึงความสำคัญของ ลา ลีกา และวิธีการคว้าแชมป์รายการนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่เห็นจากภายนอก
'มันเป็นรายการแข่งขันที่ทำให้คุณต้องทุ่มสุดตัวตลอดทั้งปี มันเป็นรางวัลสำหรับความสม่ำเสมอ'
ต่อด้วยการพูดถึงการคว้าแชมป์ ลา ลีกา สองปีติดต่อกันภายใต้การกุมบังเหียนของ ฮันซี่ ฟลิค ว่า '(มัน) เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ'
จากนั้นเขายังแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งเป็นรายการสำคัญที่ทีมอาซูลกราน่ายังไปไม่ถึงฝั่งฝัน นับตั้งแต่การคว้าแชมป์ครั้งล่าสุดในปี 2015
'แชมเปี้ยนส์ลีกคือรายการยิ่งใหญ่ที่สุด และแฟนๆ บาร์เซโลน่า ต้องการมันกลับคืนมา'
เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกอย่างไรที่ได้ลงเล่นฟุตบอลโลกกับทัพกระทิง ซึ่งเป็นทีมที่มีสไตล์การเล่นคล้าย บาร์เซโลน่า ว่า 'พวกเขาเป็นสองทีมที่มีขุมกำลังคล้ายกันมาก เราสนิทกันมาก และผมคิดว่านั่นสามารถสร้างความแตกต่างได้เมื่อต้องต่อสู้ร่วมกันเพื่อคว้าแชมป์'
'การพยายามคว้าชัยชนะทุกอย่าง นั่นคือเป้าหมายของทีม'

ต่อด้วยการพูดถึงศึกฟุตบอลโลกและความคาดหวังของเขา ซึ่งเริ่มต้นด้วยการอธิบายความรู้สึกที่ได้อยู่ในขุมกำลังทีมชาติสเปนชุดลุย เวิลด์ คัพ ตั้งแต่อายุยังน้อย
'ตอนนั้นผมคงไม่เชื่อ' กูบาร์ซี่ กล่าวพร้อมยอมรับว่าตัวเขาในวัยเด็กคงไม่เชื่อว่าจะมีวันนี้
'การมีโอกาสได้ไปเล่นฟุตบอลโลกกับทีมชาติชุดใหญ่เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นเสมอ'
เมื่อถูกถามว่าเขาจะทำอย่างไรหากได้รับโอกาสลงเล่นนัดแรกในทัวร์นาเมนต์นี้ เซนเตอร์วัย 19 ปีตอบว่า 'ผมจะลงเล่นแบบเงียบๆ เป็นตัวของตัวเอง และพร้อมจะสนุกไปกับมัน โดยตระหนักถึงทุกอย่างที่ผมผ่านมาจนถึงจุดนี้'
'เราไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นทีมเต็งแชมป์ แต่เราคือ สเปน หนึ่งในทีมดีที่สุดในโลก เราอยู่ในจุดสูงสุดของจุดสูงสุด'
กูบาร์ซี่ เป็น 1 ใน 8 นักเตะจาก บาร์เซโลน่า ที่มีชื่อติดโผทีมชาติสเปนชุดทำศึกฟุตบอลโลก 2026 ร่วมกับ โจน การ์เซีย, เอริก การ์เซีย, ดาเนียล โอลโม่, เปโดร กอนซาเลซ โลเปซ เปดรี้, ปาโบล มาร์ติน ปาเอซ กาบีร่า กาบี, เฟร์ราน ตอร์เรส กับ ลามีน ยามาล
สำหรับ สเปน อยู่กลุ่ม เอช ร่วมกับ อุรุกวัย, ซาอุดิอาระเบีย และ เคปเวิร์ด โดยมีคิวลงประเดิมสนามในวันที่ 15 มิถุนายนกับ เคปเวิร์ด ต่อด้วยการพบกับ ซาอุดิอาระเบีย ในวันที่ 21 มิถุนายน ตบท้ายด้วยการพบกับ อุรุกวัย วันที่ 26 มิถุนายน

