ศิลปินลูกหนัง
สายตาของคนทั้งโลกจะจับจ้องไปที่ โตรอนโต้ และ แวนคูเวอร์ ในฐานะสองเมืองเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2026 และใจกลางของแสงสปอตไลท์จะส่องไปที่ อัลฟอนโซ่ เดวิส กัปตันทีมชาติแคนาดาวัย 25 ปี
แม้ว่าเขากำลังเร่งฟื้นฟูร่างกายจากอาการบาดเจ็บและมีโอกาสพลาดการเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์นี้ก็ตาม แต่แข้งวัย 25 ปีคือตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของหนึ่งในชาติเจ้าภาพที่อายุยังน้อยและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
เดวิส เป็นคนที่มีสไตล์เป็นของตัวเองและมีความกระฉับกระเฉง เขาไม่ได้ดีใจที่ได้มาอยู่ที่นี่เท่านั้น แต่เขายังต้องการคว้าชัยชนะ เขาต้องการแสดงให้โลกเห็นว่าชาวแคนาเดียนไม่ใช่แค่เก่งในการเล่นฮอกกี้ พวกเขายังสามารถคว้าชัยชนะได้ เช่นเดียวกับศิลปินยอดนิยมระดับโลกอย่าง เดร้ค และ จัสติน บีเบอร์ ที่สามารถเป็นแรงขับเคลื่อนของกีฬาและวัฒนธรรมทั่วโลก
เขาเกิดในค่ายผู้ลี้ภัยในประเทศกานา หลังจากพ่อแม่ของ เดวิส หนีภัยสงครามกลางเมืองในไลบีเรีย นักฟุตบอลที่รู้จักกันในชื่อเล่นว่า ฟอนซี่ ได้อพยพตามครอบครัวมาอยู่ที่ แคนาดา ตั้งแต่เขายังเด็ก และไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเอ็ดมอนตัน รัฐอัลเบอร์ต้า ตอนอายุ 5 ขวบ

เมื่ออายุ 15 ปี เขากลายเป็นแข้งดาวรุ่งอนาคตไกลของ แวนคูเวอร์ ไวท์แคปส์ และเป็นนักเตะคนแรกที่เกิดในช่วงปี 2000 ที่ลงเล่นเกมอาชีพในลีกเอ็มแอลเอส จากนั้นไม่นานนัก เขาก็ย้ายไป บาเยิร์น มิวนิค ก่อนร่วมคว้าแชมป์บุนเดสลีกาถึง 7 สมัย แชมป์ล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึงสองเดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม เดวิส ประสบปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง รวมถึงยังมีปัญหากล้ามเนื้อหัวใจอักเสบก่อนหน้านี้ด้วยทำให้แข้งวัย 25 ปีต้องเร่งฟื้นฟูร่างกายก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจะเริ่มต้นขึ้น
เดวิส เป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก มีผู้ติดตามเขามากกว่า 6 ล้านคนบน TikTok และมากกว่า 5 ล้านคนบน Instagram และมักจะอยู่ท่ามกลางเสียงเพลงเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแนว afrobeats, hip-hop หรือ rapper และยังสนิทสนมกับศิลปินหลายคน
โดยปกติแล้ว คุณเป็นคนที่จะเลือกเพลงก่อนเกม เรื่องนี้เริ่มต้นอย่างไร?
'ครั้งหนึ่ง หลังจากอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค มาได้ราว 2-3 ปี ทีมไปพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งนอกมิวนิค ผมโทรหาตัวแทนของผมแล้วขอให้เขาช่วยไปเอาเครื่องเล่นเพลงแบบพกพามาให้ที่โรงแรม ผมกระโดดเข้าไปแล้วเริ่มเปิดเพลงของตัวเอง และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็กลายเป็นดีเจประจำห้องแต่งตัวไปโดยปริยาย'
ดนตรีมีความสำคัญกับคุณมากแค่ไหนก่อนการแข่งขัน?
'ผมฟังเพลงเยอะมาก (ก่อนแข่ง) เพื่อให้จิตใจปลอดโปร่งจะได้เล่นฟุตบอลได้อย่างเต็มที่ เกมที่ผมรัก การได้เห็นสนามก่อนแข่ง รู้จักบรรยากาศ รู้จักความสงบก่อนพายุจะมา รู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร นั่นก็สำคัญเช่นกัน'
คุณมีเพลงโปรดที่ช่วยให้คุณมีสมาธิหรือไม่?
'ผมไม่มีเพลงโปรดเป็นพิเศษ แต่ผมฟังเพลงของ เดร้ค เยอะมาก เขาเป็นศิลปินชาวแคนาเดียนและทำเพลงได้ดี ผมเลยฟังเขาบ่อย แต่ถ้าให้เลือกเพลงโปรดจริงๆ ผมไม่มีหรอก แค่เพลงที่ช่วยให้จังหวะเร็วขึ้น เพราะรู้ว่าฟุตบอลที่ผมเล่นนั้นเข้มข้นมาก ทุกเกมเลย มันช่วยให้ผมมีสมาธิและโฟกัสกับเกมได้'

ปีที่แล้วคุณปล่อยเพลง hip-hop ชื่อ 'Munchen My Throne' เพื่อประกาศว่าคุณต่อสัญญากับ บาเยิร์น มิวนิค ไปจนถึงปี 2030 ทำไมการประกาศข่าวผ่านดนตรีจึงสำคัญสำหรับคุณ?
'มันเป็นเรื่องโจ๊ก ตอนที่ผมต่อสัญญา ทีมสื่อของ บาเยิร์น มิวนิค ตัดสินใจไปหาห้องสตูดิโอเล็กๆแล้วอัดเพลง ถ้าคุณฟังดีๆ จะรู้ว่านั่นไม่ใช่เสียงผมจริงๆ ผมแค่ร้องแทรกและพูดระหว่างท่อนต่างๆ แต่เป็นไอเดียที่เจ๋งดี เพราะผมรักดนตรี ผมชอบฟังเพลง และผมก็ชอบทำเพลงด้วย'
'ผมหลงใหลในดนตรีมาตลอด หลังจากเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ผมก็ได้สัมผัสกับโลกแฟชั่นและวงการเพลง ผมเชื่อว่าแฟชั่นและดนตรี รวมถึงฟุตบอล เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน'
'การบันทึกและทำเพลง (ด้วยตัวเอง) เริ่มต้นจริงๆในช่วงโควิดปี 2020 การที่ไม่สามารถเล่นฟุตบอลได้และต้องอยู่บ้านเป็นเวลานาน ผมและเพื่อนๆจึงตัดสินใจทำเพลงในห้องใต้ดิน บันทึกเสียง และปล่อยออกมาดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป'
'และใช่ ผมตกหลุมรักมัน และไม่ ผมไม่ได้ทำเพลงอีกต่อไปแล้ว ผมคิดว่ายุคนั้นจบลงแล้ว อาชีพนักดนตรีของผมจบลงแล้ว สำหรับตอนนี้'
ศิลปินคนใดที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณมากที่สุด?
'ผมฟังเพลงของ Tee Grizzly เยอะมาก ผมคิดว่าผมชอบสไตล์การแร็ปของเขา ผมชอบสิ่งที่เขาพูดถึงในเพลงของเขา เรื่องราวของเขา และก็ Moneybagg Yo ด้วย ทุกอย่างเกี่ยวกับพวกเขา วิธีการแร็ป วิธีการเล่าเรื่องราวผ่านบทเพลงนั้นดีมาก และพวกเขาก็ทำให้มันติดหูด้วย ผมคิดว่าสองคนนี้จะไปได้ไกล และก็ เดร้ค ด้วย'
การได้เป็นตัวแทน แคนาดา ในฟุตบอลโลกมีความหมายอย่างไรกับคุณ?
'มันมีความหมายมาก การได้ไปฟุตบอลโลกปี 2022 กับ แคนาดา ครั้งแรกในรอบหลายปี เป็นช่วงเวลาที่ซาบซึ้งใจมาก ผมได้แชร์ช่วงเวลานั้นในโซเชียลมีเดียตอนที่เราทำสำเร็จ ในช่วงที่ผมมีปัญหาเรื่องหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ แต่การได้เล่นในบ้านในฟุตบอลโลกที่ แคนาดา เป็นเรื่องที่วิเศษมาก'
'ไม่ใช่แค่สำหรับผม แต่สำหรับทั้งประเทศ และสำหรับนักเตะที่ลงสนามเพื่อเปิดบ้านของเรา เปิด แคนาดา ให้โลกได้เห็นและเห็นว่า แคนาดา เป็นอย่างไรจริงๆ'
คุณหวังว่าโลกจะมองเห็นอะไรเกี่ยวกับ แคนาดา เมื่อการแข่งขันจัดขึ้นที่ โตรอนโต้ และ แวนคูเวอร์?
'หลายคนประเมินพวกเราชาวแคนาเดียนต่ำไป หลายคนมองว่าชาวแคนาเดียนเป็นคนดีมาก ผมหมายถึง เราเป็นคนดี แต่ผมคิดว่าพวกเขาเห็นเราดีเกินไป (พวกเขาไม่เห็นเรา) ในฐานะคนที่โหดเหี้ยม มีความมุ่งมั่น เป็นทีมในสนามที่ทำทุกอย่างเพื่อคว้าชัยชนะ'
'แต่เมื่อก้าวลงสู่สนาม ผมคิดว่าเราสามารถแสดงให้โลกเห็นว่าเราเล่นฟุตบอลได้ดีเช่นกัน มันไม่ใช่แค่ฮ็อกกี้น้ำแข็ง เบสบอล หรือบาสเก็ตบอล การแสดงให้โลกเห็นแบบนั้นจะเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก'

คุณเกิดในค่ายผู้ลี้ภัยใน กานา ก่อนจะย้ายมา แคนาดา และตอนนี้คุณอาศัยอยู่ในเยอรมนี การเป็นชาวแคนาเดียนได้สร้างแรงบันดาลใจให้คุณในฐานะบุคคลและนักกีฬาอย่างไรบ้าง?
'ผมจดจำช่วงเวลาที่เราย้ายจาก กานา มา แคนาดา ได้รางๆ ผมยังเด็กมากในตอนนั้น แต่ตัวตนของผมในฐานะบุคคลและนักกีฬาพัฒนาขึ้นใน แคนาดา ผมชอบเล่นกีฬาทุกชนิดและผมเคยลองเล่นฮ็อกกี้ด้วย'
'แต่ฟุตบอลเป็นสิ่งที่ผมรักมากที่สุด มันไม่ใช่เส้นทางที่ง่ายเลย มีความพยายามอย่างหนักมากมาย แต่ผมมีคนดีๆคอยสนับสนุนผมอยู่รอบตัว ตั้งแต่พ่อแม่ของผม ไปจนถึงอดีตโค้ชเยาวชน และตอนนี้คือตัวแทนของม เนดาล ฮูเซห์'
'การเป็นฑูตของ UNHCR ได้รับอิทธิพลมาจากความยากลำบากของครอบครัวของมในฐานะผู้ลี้ภัย การรับบทบาทนี้มีความสำคัญเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ลี้ภัยคนอื่นๆ ว่าทุกอย่างเป็นไปได้'

