จับเข่าคุยกับอาสปรีย่า

วันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2569 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
37
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ฟาอุสโต้ อาสปรีย่า พูดคุยเกี่ยวกับทีมชาติโคลอมเบียก่อนการลงทำศึกฟุตบอลโลก 2026

ฟาอุสโต้ อาสปรีย่า อดีตกองหน้าวัย 56 ปีได้พูดถึงทีมชาติโคลอมเบียภายใต้การกุมบังเหียนของ เนสตอร์ โลเรนโซ่ ก่อนการลงประเดิมทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกกับ อุซเบกิสถาน ในวันพุธที่ 17 มิถุนายนนี้ รวมถึงการถกเกี่ยวกับซูเปอร์สตาร์วัย 34 ปีอย่าง ฮาเมส โรดรีเกซ

อาสปรีย่า เคยสร้างชื่อกับ ปาร์ม่า จากการคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย, คัพวินเนอร์ส คัพ และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ก่อนจะย้ายมาสร้างค่ำคืนที่น่าจดจำบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการทำแฮตทริคใส บาร์เซโลน่า รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์ร่วมกับทีมชาติโคลอมเบียจากการทำคนเดียวสองประตูในเกมบุกขย่ม อาร์เจนตินา 5-0 ถึงใจกลางกรุงบวยโนส ไอเรส 

อดีตกองหน้าวัย 56 ปี เคยลงเล่นฟุตบอลโลกสองสมัยกับทีมชาติโคลอมเบียในปี 1994 ที่สหรัฐอเมริกา และปี 1998 ที่ฝรั่งเศส และเป็นคนสำคัญในยุคทองของวงการฟุตบอลโคลอมเบียน


คุณมองเห็นอะไรจากเกมกระชับมิตรของ โคลอมเบีย ก่อนเริ่มฟุตบอลโลก?

'ปัญหาของเกมกระชับมิตรที่ใกล้กับช่วงเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์คือ มันไม่เปิดโอกาสให้วิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง นักเตะต่างมุ่งความสนใจไปที่ฟุตบอลโลกแล้ว และไม่อยากเสี่ยงโดยไม่จำเป็น เกมเหล่านี้จึงเหมือนกับการฝึกซ้อมของทั้งสองทีมที่พยายามหาจังหวะของตัวเอง บอกตามตรง ไม่มีอะไรให้พูดมากไปกว่านี้แล้ว'

คุณคาดหวังอะไรจาก โคลอมเบีย ในฟุตบอลโลกครั้งนี้?

'โดยปกติแล้ว เรามักคาดหวังแต่สิ่งดีที่สุดจาก โคลอมเบีย นักเตะต้องทุ่มเททุกอย่างในสนามเพื่อนำความสุขมาสู่ประเทศของพวกเขา ซึ่งพวกเขาต้องการมันมากจริงๆ'

ลีโอเนล สกาโลนี เทรนเนอร์ทีมชาติอาร์เจนตินาเคยเลือก โคลอมเบีย เป็น 1 ใน 10 ทีมที่แข็งแกร่งสุดในทัวร์นาเมนต์นี้ คุณคิดว่าทีมของ เนสตอร์ โลเรนโซ่ จะไปได้ไกลแค่ไหน?

'เอาล่ะ, แม้แต่บริษัทรับพนันยังจัดให้ โคลอมเบีย เป็นเต็ง 11 ที่มีโอกาสคว้าแชมป์ มันไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ถ้าโค้ชของแชมป์โลกปัจจุบันให้เครดิตทีมแบบนี้ มันยิ่งเป็นการกระตุ้นกำลังใจให้นักเตะอย่างมาก อย่างไรก็ตามทีมชาติโคลอมเบียไม่ควรตั้งเป้าหมายไว้สูงเกินไป แต่ควรพยายามไปให้ไกลสุดเท่าที่จะทำได้ ต้องเล่นไปทีละเกม'

คุณมีประสบการณ์มากมายในระดับนี้ คุณประเมินเกมรุกของ โคลอมเบีย อย่างไร?

'โคลอมเบีย เข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ด้วยกองหน้าฝีเท้าดี 2-3 คน ศูนย์หน้าสองคนของเราอย่าง จอห์น กอร์โดบา และ หลุยส์ ซูอาเรซ ร่วมกับ หลุยส์ ดีอาซ พกความมั่นใจมาเต็มพิกัด พวกเขาทำประตูได้อย่างมากมายในระดับสโมสร และเราทุกคนหวังว่าพวกเขาจะสามารถทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกันในทีมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฟุตบอลโลกครั้งนี้'


ในความคิดของคุณ หลุยส์ ดีอาซ อยู่ในระดับเดียวกับนักเตะดีที่สุดในโลกในตำแหน่งของเขาหรือไม่?

'ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าในตำแหน่งของเขา เขาอยู่ในระดับท็อป 2 หรือ 3 ของโลก ร่วมกับ ควีชา ควารัตส์เคเลีย ของ เปแอสเช เขาเป็นหนึ่งในนักเตะดาวเด่นของฤดูกาลที่แล้ว'

ประเด็นที่ถูกพูดถึงบ่อยๆยังคงเป็น ฮาเมส โรดรีเกซ คุณประเมินนักเตะคนนี้อย่างไรก่อนการแข่งขันสำคัญเช่นนี้ หากเขาขาดความสม่ำเสมอเหมือนในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา?

'ผมไม่รู้ว่าโค้ชวางแผนจะจัดการกับ ฮาเมส ในฟุตบอลโลกอย่างไร เขาลงเล่นให้สโมสร (มินเนโซต้า ยูไนเต็ด) น้อยมาก และไม่ได้ลงสนามมาประมาณหนึ่งเดือนแล้ว แต่อย่างที่เราเห็นในเกมกับ คอสตาริกา, ฮาเมส ไม่จพเป็นต้องการศูนย์กลางของการเล่นเสมอไป ด้วยช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมเพียงครั้งเดียว เขาสามารถจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูหรือนำทีมคว้าชัยชนะได้ด้วยตัวเอง นั่นคือสิ่งที่เราคาดหวังจากเขาในตอนนี้'


คุณมีความรู้สึกโดยรวมอย่างไรเกี่ยวกับฟุตบอลโลกครั้งนี้ ทีมใดคือทีมโปรดของคุณ และทีมใดอาจเป็นม้ามืดของทัวร์นาเมนต์นี้?

'มันจะเป็นฟุตบอลโลกที่ยาวนานและยากลำบากมาก บอกตามตรง ผมคิดว่าหลายชาติที่เข้าร่วมนั้นไม่จำเป็น 48 ทีมนั้นมากเกินไปจริงๆ แต่เราต้องยอมรับมันในตอนนี้ ในรอบแบ่งกลุ่ม เราจะได้เห็นเกมที่ยอดเยี่ยม แต่ก็จะมีเกมที่ค่อนข้างน่าเบื่อด้วยเช่นกัน'

'กลุ่มผู้ท้าชิงแชมป์ยังคงหน้าตาเหมือนเดิม พวกเขาคือชาติที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้ว ส่วนทีมอื่นๆเป็นเพียงม้านอกสายตาที่พยายามจะเข้ามาอยู่ในกลุ่มนี้ สำหรับผมแล้วทีมเต็งจะเป็นทีมที่เคยคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาแล้วทั้งสิ้น'

คุณคิดอย่างไรเกี่ยวกับกฎใหม่เหล่านี้? ตัวอย่างเช่น การจำกัดเวลาเปลี่ยนตัว 10 วินาทีและมาตรการอื่นๆที่ถูกนำมาใช้...

'มาดูกันว่ามันจะได้ผลในทางปฏิบัติหรือไม่ ตอนนี้มันเป็นแค่การทดลองเท่านั้น มีความพยายามที่จะลดความไม่ยุติธรรมในฟุตบอลอยู่เสมอ แต่สุดท้ายแล้ว ยังมีการหาวิธีที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับชาติใหญ่ๆ และลงโทษชาติเล็กๆอยู่ดี ซึ่งในวงการฟุตบอลนั้น เรื่องนี้คงไม่มีวันเปลี่ยนแปลง'

นอกจากนี้ยังมีแนวทางปฏิบัติใหม่เกี่ยวกับการแสดงพฤติกรรมในสนาม อย่างเช่นการห้ามปิดปากขณะพูดคุย คุณคิดว่าสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อนักเตะตลอด 90 นาทีหรือไม่?

'บอกตามตรง ผมไม่เข้าใจเลย ทุกวันนี้มีความพยายามจะเปลี่ยนแปลงฟุตบอลอย่างสิ้นเชิงในทุกๆด้าน แต่กีฬาชนิดนี้ควรแสดงออกในสนามด้วยอารมณ์อย่างแท้จริง การเฉลิมฉลอง และแม้แต่การพูดจาเสียดสีกันเล็กน้อยระหว่างนักเตะ โดยส่วนตัวแล้ว ผมชอบฟุตบอลแบบเดิมมากกว่า เราจะได้เห็นว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะนำอะไรมาบ้างและสิ่งต่างๆจะพัฒนาไปอย่างไร'


เมื่อคุณพูดถึงฟุตบอลในอดีตแล้ว นักเตะในปัจจุบันคนใดที่ทำให้คุณนึกถึง ฟาอุสโต้ อาสปรีย่า มากที่สุด?

'ฟุตบอลในปัจจุบันแทบจะเทียบกับสมัยก่อนไม่ได้เลย มันเป็นโลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นักเตะในปัจจุบันเทียบกับนักเตะในยุคของผมไม่ได้จริงๆ แต่ถ้าต้องเลือก ผมคงเลือก คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ เพราะสไตล์การวิ่งของเขา ผมมองเห็นตัวเองในนั้น เพราะผมก็พึ่งพาความเร็วมากเช่นกัน เขาคล้ายกับผม แม้ว่า เอ็มบั๊ปเป้ จะอยู่ในอีกระดับหนึ่งก็ตาม สัญชาตญาณในการทำประตูของเขานั้นยอดเยี่ยมมาก คุณต้องยอมรับโดยไม่ขอบตาร้อนผ่าว'

คุณเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถพูดได้ว่า 'ผมเขี่ย บาร์เซโลน่า ตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการทำแฮตทริค' เมื่อมองย้อนกลับไป ความสำเร็จครั้งนั้นมีความหมายกับคุณอย่างไร?

'มันเป็นหนึ่งในแมตช์ที่น่าจดจำที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสร มันเป็นเกมแรกของ นิวคาสเซิ่ล ในการแข่งขันระดับสูงสุดของยุโรป มันเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยม คุณไม่มีโอกาสทำแฮตทริคใส่ บาร์เซโลน่า ได้ทุกวัน มันเป็นหนึ่งในค่ำคืนดีที่สุดในอาชีพค้าแข้งของผมอย่างไม่ต้องสงสัย'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด