ความผูกพันแสนพิเศษ
โจวานนี ฟาน บร็องฮอร์สท์ หวนคืนถิ่นเก่าอีกครั้ง หลังเคยประสบความสำเร็จด้วยดีในการทำงานฐานะเทรนเนอร์ของ เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม ในช่วงปี 2015-2019
เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม ทำการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในช่วงปิดฤดูกาลนี้ หลังทีมบริหารชุดใหม่ที่นำโดยผู้จัดการทั่วไป โรเบิร์ต เอ็นฮอร์น และผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิค เดวี รีโกซ์ ตัดสินใจปลด โรบิน ฟาน เพอร์ซี อดีตกองหน้าทีมชาติเนเธอร์แลนด์สออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์เมื่อราว 2 สัปดาห์ก่อน
จากนั้นทีมบริหารของทีมดังเมืองกังหันลมจึงทาบทาม ฟาน บร็องฮอร์สท์ เพื่อดึงเทรนเนอร์วัย 51 ปี กลับมากุมบังเหียนรอบ 2 ด้วยสัญญา 2 ปี พร้อมการดึง ซิปเก ฮูลชอฟฟ์ อดีตผู้ช่วยโค้ชของ ลิเวอร์พูล มารับบทมือขวาด้วย
ฟาน บร็องฮอร์สท์ เคยกุมบังเหียน เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม รอบแรก ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2015 จนถึงเดือนเดียวกันในปี 2019 พร้อมนำต้นสังกัดคว้าแชมป์ เอเรดิวิซี่ ในซีซั่น 2016-2017, แชมป์ ดัตช์ คัพ 2 สมัย ในฤดูกาล 2015-2016 และ 2017-2018 กับ แชมป์ โยฮัน ครัฟฟ์ ชิลด์ ปี 2017 และ 2018

จากนั้น ฟาน บร็องฮอร์สท์ ย้ายไปทำงานกับ กว่างโจว อาร์ แอนด์ เอฟ, เรนเจอร์ส และ เบซิคตัส จนกระทั่งถูกทีมดังตุรกีไล่ออกจากตำแหน่งในเดือนพฤศจิกายนปี 2024 เขาย้ายมาทำงานกับ ลิเวอร์พูล ช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วในฐานะผู้ช่วยของ อาร์เน่อ ชล็อต
ฟาน บร็องฮอร์สท์ ว่างงานอีกครั้ง หลังถูกปลดออกจากตำแหน่งพร้อม ชล็อต ก่อน เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม ดึงมารับตำแหน่งเทรนเนอร์อีกครั้ง
'การกลับมาของ ฟาน บร็องฮอร์สท์ ถือเป็นก้าวใหม่ ซึ่ง เฟเยนูร์ด ตั้งแต่จะสร้างความทะเยอทะยานด้านกีฬาด้วยผู้จัดการทีมที่มีประสบการณ์ระดับนานาชาติมากมาย และที่สำคัญกว่านั้นคือการรู้จักวัฒนธรรมองสโมสรเป็นอย่างดี' รีโกซ์ กล่าว
'ผมติดตามเส้นทางอาชีพของ โจวานนี มาหลายปี เขาเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง และมีบุคลิกที่โดดเด่น ประสบการณ์ที่หลากหลายของเขา ผสานกับดีเอ็นเอของ เฟเยนูร์ด และความกระหายในความสำเร็จที่ โรเบิร์ต เอ็นฮอร์น และผมสัมผัสได้จากการพูดคุยกับเขา ทำให้เราเชื่อมั่นอย่างแท้จริงว่าเขาจะช่วยนำสโมสรก้าวไปอีกขั้น'
ฟาน บร็องฮอร์สท์ เคยนำ เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม คว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ฤดูกาล 2016-2017 ซึ่งเป็นการยุติการรอคอยการแชมป์ลีกสูงสุดของเมืองกังหันลมยาวนานถึง 18 ปี
'ความร่วมมือระหว่าง ฟาน บร็องฮอร์สท์ และ ฮูลชอฟฟ์ ซึ่งได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอังกฤษ ทำให้ เฟเยนูร์ด มีคู่หูโค้ชที่ลงตัว ซึ่งมีประสบการณ์ระดับนานาชาติ มีจิตใจที่มุ่งมั่นสู่ชัยชนะ และมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสโมสร'
'ดังนั้นเราจึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อนรับพวกเขาทั้งสองคนหวนคืนสู่ ร็อตเธอร์ดัม' รีโกซ์ กล่าวเสริม

ฟาน บร็องฮอร์สท์ มีความรู้และความเข้าใจในวัฒนธรรมของ เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม มาตั้งแต่การเป็นนักเตะที่เติบโตมาจากทีมเยาวชนเมื่อปี 1982 จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเล่นกับทีมชุดใหญ่ในปี 1993
จากนั้นเขาย้ายไปค้าแข้งกับ เรนเจอร์ส, อาร์เซน่อล, บาร์เซโลน่า และหวนคืน เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม อีกครั้งในช่วงซัมเมอร์ปี 2007 จนกระทั่งยุติอาชีพค้าแข้งในอีก 3 ปีถัดมา
เขาลงเล่นกับ เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม ใน 2 ช่วงเวลา รวมกัน 249 เกม โดยคว้าแชมป์ ดัตช์ คัพ สองสมัย ในซีซั่น 1994-1995 และ 2007-2008
'สโมสรแห่งนี้เป็นเหมือนเส้นใยที่วิ่งผ่านชีวิตของผมมาตลอด มันจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย' ฟาน บร็องฮอร์สท์ กล่าว
'ผมเข้าร่วมทีมที่นี่ตั้งแต่อายุ 7 ขวบในฐานะแข้งดาวรุ่ง สุดท้ายก็ได้เล่นให้ เฟเยนูร์ด เป็นเวลา 17 ปี และในฐานะโค้ชก็สามารถคว้าแชมป์ได้ถึง 5 รายการ พร้อมสัมผัสถึงความผูกพันอันแสนพิเศษกับแฟนบอลอยู่เสมอ'
'มีช่วงเวลามากมายกับ เฟเยนูร์ด ที่ยังทำให้ผมรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่นึกย้อนกลับไป'
'ความผูกพันของผมกับสโมสรยังคงยอดเยี่ยมมากเสมอ'

การหวนคืนเมืองร็อตเธอร์ดัมอีกครั้งของ ฟาน บร็องฮอร์สท์ เกิดขึ้นหลังจากคู่ปรับสำคัญอย่าง พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น คว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ 3 สมัยติดต่อกัน แม้ เฟเยนูร์ด จะคว้าสิทธิ์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในฐานะรองแชมป์ก็ตาม แต่ยังไม่เพียงพอต่อการรักษาตำแหน่งของ ฟาน เพอร์ซีย์
สำหรับอดีตกองหลังวัย 51 ปี ความปรารถนาในการกลับมายังเมืองร็อตเธอร์ดัมนั้นแรงกล้าเกินกว่าจะเพิกเฉยได้ ในระหว่างการเจรจากับสองผู้บริหารชุดใหม่ของสโมสรที่นำโดย เอ็นฮอร์น และ รีโกซ์
'ผมสังเกตเห็นว่า ในระหว่างการพูดคุยกับ โรเบิร์ต เอ็นฮอร์น และ เดวี รีโกซ์ ผมเริ่มรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อยๆ เรามีความเชื่อมั่นและความรู้สึกว่า ในฐานะทีมเดียวกัน ร่วมมือกันและกับแฟนบอล เราสามารถยกระดับสโมสรไปอีกขั้นได้'
'ผมตั้งตารอจะได้เห็นแฟนๆอีกครั้งที่สนาม เดอ ไคป์ และบรรยากาศในวันแข่งขันที่คุณจะสัมผัสได้เฉพาะที่นั่นเท่านั้น'

