คุยเปิดอกกับมูรินโญ่

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน 2569 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
201
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
โชเซ่ มูรินโญ่ เปิดอกคุยครั้งแรกนับตั้งแต่กลับมารับตำแหน่งเทรนเนอร์ของ เรอัล มาดริด คำรบสอง

โชเซ่ มูรินโญ่ หวนคืนถิ่น 'ซานติอาโก้ เบร์นาเบว' อีกครั้ง หลังจากไปในช่วงซัมเมอร์ปี 2013 ก่อนเทรนเนอร์วัย 63 ปีจะปรากฎตัวต่อสื่อครั้งแรกในฐานะบอสคนใหม่ของ เรอัล มาดริด แน่นอนว่าเขาได้พูดถึงคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลน่า ผ่านนิตยสาร Vanity Fair

มูรินโญ่ บอกเล่าเกี่ยวกับทุกอย่าง ตั้งแต่การกลับมา เรอัล มาดริด รวมถึงความสัมพันธ์ของเขากับ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ หลุยส์ เอ็นรีเก้ มาร์ตีเนซ ไปจนถึงการแข่งขันระดับตำนานอย่างเกม 'เอล กลาซิโก้'

เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีสแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขายังคงมีความรักต่อ บาร์เซโลน่า ในช่วงเวลาที่เขาทำงานกับทีมยักษ์ใหญ่แคว้นกาตาลุน่าในฐานะผู้ช่วยของ เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน และ หลุยส์ ฟาน กัล รวมถึงความสำเร็จของเขาระหว่างกุมบังเหียนทีมชุดขาวในช่วงปี 2010-2013 ด้วย

มูรินโญ่ เคยทำงานที่ บาร์เซโลน่า ฐานะส่วนหนึ่งของทีมสตาฟฟ์ยุค เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน เขาได้อยู่ในห้องแต่งตัวกับนักเตะที่ต่อมากลายเป็นโค้ชชั้นนำของวงการอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ หลุยส์ เอ็นรีเก้ มาร์ตีเนซ

เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงเวลานั้น มูรินโญ่ ได้อธิบายสถานการณ์ในเวลานั้นแตกต่างออกไปอย่างไร

'ผมเป็นผู้ช่วยโค้ชหนุ่ม เป๊ป และ หลุยส์ ในเวลานั้นเป็นเพียงนักเตะ' มูรินโญ่ ย้อนความหลัง 'ผมยังห่างไกลจากจุดที่ผมจะมาถึงมาก ผมคิดว่า เป๊ป และ หลุยส์ คิดถึงแต่เส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของพวกเขา ไม่ได้คิดถึงเส้นทางอาชีพโค้ช'

'ตอนนี้เราทุกคนเป็นแชมป์แชมเปี้ยนส์ลีกแล้ว แต่ในตอนนั้น บอกตามตรง เราแค่พยายามทำผลงานให้ดีที่สุด'

'แน่นอน ผมได้เลยว่า เป๊ป เป็นนักเตะที่ฉลาดมาก จากวิธีการเล่นของเขา จากวิธีที่เขาอ่านเกม'

'แน่นอน ผมบอกได้เลยว่า หลุยส์ เป็นผู้นำ เป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจ ผมสัมผัสได้ถึงสิ่งนั้น แต่ในตอนนั้น คุณไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น คุณคิดว่าต้องทุ่มเทให้เต็มที่'


ความสัมพันธ์ของ มูรินโญ่ กับ บาร์เซโลน่า กลายเป็นเรื่องราวน่าสนใจที่สุดเรื่องหนึ่งในวงการลูกหนัง เมื่อเขากลับมาสเปนในฐานะเทรนเนอร์ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2010

บอสชาวโปรตุกีสมีส่วนทำให้เกม 'เอล กลาซิโก้' ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ โดยการเผชิญหน้ากับทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รวมถึงการดวลกันของสองยอดแข้งแห่งยุคอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลีโอเนล เมสซี่ 

แม้จะเป็นคู่ปรับที่ดุเดือด แต่ มูรินโญ่ ยืนยันว่าเขาไม่มีความรู้สึกขมขื่นต่ออดีตสโมสรของเขา

'เรามีช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมใน บาร์เซโลน่า ลูกสาวของผมย้ายไป บาร์เซโลน่า ตอนอายุเพียงหนึ่งเดือน ลูกชายของผมก็เกิดที่ บาร์เซโลน่า และผมไม่มีความทรงจำที่ไม่ดีเกี่ยวกับที่นั่น'

'แต่ฟุตบอลก็คือฟุตบอล และผมเคยเผชิญหน้ากับ บาร์เซโลน่า มานับครั้งไม่ถ้วน ตั้งแต่ตอนทำงานกับ เชลซี ก่อนจะย้ายไป อินเตอร์'

'แมตช์สำคัญบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก แล้วก็แมตช์สำคัญในแชมเปี้ยนส์ลีกกับ อินเตอร์ และจากนั้นผมก็ย้ายไป เรอัล มาดริด ผมคิดว่ามันเป็นโชคชะตาที่นำพาเรามาพบกัน'

'สุดท้ายแล้ว ผมจะไม่ปฏิเสธว่าผมรัก เรอัล มาดริด และนั่นคือเหตุผลที่ผมกลับมา แต่ผมไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับ บาร์เซโลน่า'

'ผมแค่สนุกกับการเล่นกับพวกเขา เพราะในฟุตบอล คุณสนุกกับการเล่นกับทีมดีที่สุด นักเตะดีที่สุดจะผลักดันให้คุณเก่งขึ้น'

เทรนเนอร์วัย 63 ปียังพูดถึงความสำเร็จยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในยุคแรกของเขาที่สเปนด้วย

'บาร์เซโลน่า ถูกมองว่าเป็นทีมที่เล่นฟุตบอลได้อย่างน่าทึ่ง บาร์เซโลน่า ถูกมองว่าเป็นทีมที่ยิงประตูได้อย่างมากมาย' 'แต่สิ่งนี้ขัดแย้งกันมาก ทีมที่ทำประตูได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลสเปนคือ เรอัล มาดริด ของผมในฤดูกาล 2011-2012 ด้วย 121 ประตูและ 100 คะแนนในฤดูกาลเดียว'

สำหรับแฟนฟุตบอลจำนวนไม่น้อย ยุคของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ โชเซ่ มูรินโญ่ ถือเป็นจุดสูงสุดของเกม 'เอล กลาซิโก้'

การเผชิญหน้ากันของ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า กลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลก โดยมี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลีโอเนล เมสซี่ เป็นตัวจุดประกาย ซึ่ง มูรินโญ่ อธิบายว่าฟุตบอลสมัยใหม่พยายามดิ้นรนเพื่อสร้างบรรยากาศแบบนั้นขึ้นมาใหม่


'ผู้คนไม่ได้ดู 'เอล กลาซิโก้' เหมือนเมื่อก่อนแล้ว โลกจะหยุดนิ่ง มันไม่ใช่แค่เรื่องของ มาดริด และ บาร์เซโลน่า หรือแม้แต่ สเปน'

'มันคือทั้งโลก ผู้คนต่างตั้งตารอชมการแข่งขันเหล่านั้น แน่นอนว่า คริสเตียโน่ และ เมสซี่ เป็นไอคอน พวกเขาเป็นสองนักเตะดีที่สุดในโลก เรอัล มาดริด เป็นสโมสรดีที่สุดในโลก'

'บาร์เซโลน่า เป็นหนึ่งในสโมสรดีที่สุดในโลก รองจาก เรอัล มาดริด บอกตามตรง มันบ้าคลั่งมาก ผมคิดว่ามันคล้ายกับ (ราฟาเอล) นาดาล กับ (โรเจอร์) เฟเดอเรอร์ หรือ นาดาล กับ (โนวัค) โจโกวิช'

'แม้ว่าตอนนี้วงการเทนนิสจะมีนักเทนนิสรุ่นใหม่ที่มีอนาคตสดใส แต่คนที่รักกีฬาชนิดนี้จะจดจำช่วงเวลาเหล่านั้นว่าเป็นช่วงเวลาที่พิเศษ เกมคลาสสิคเหล่านั้นก็พิเศษเช่นกัน'

ตอนนี้ มูรินโญ่ จะได้ร่วมงานกับ คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ ซึ่งเทรนเนอร์วัย 63 ปีได้พูดถึงดาวดวงใหม่ของ เรอัล มาดริด และแผนการที่จะใช้ประโยชน์จากกองหน้าชาวฝรั่งเศสคนนี้ 

'ผมต้องดูด้วยตัวเอง ผมต้องเข้าใจเรื่องต่างๆ ที่ตอนนี้ผมยังไม่รู้ สิ่งที่ผมรู้ตอนนี้คือสิ่งที่ผมอ่านในสื่อและสิ่งที่ผมเห็นในโทรทัศน์ ผมต้องทำความรู้จักนักเตะก่อน'

'นี่ไม่ใช่เวลาที่จะพูด มันเป็นเวลาที่จะใจเย็น วิเคราะห์ สื่อสาร ถามคำถาม ตอบคำถาม และมีส่วนร่วมในการสนทนาที่ลื่นไหลและตรงไปตรงมา'

'เพราะท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ผมต้องการคือการช่วยให้นักเตะพัฒนา ทีมพัฒนา และสโมสรพัฒนา'

'ผมอยู่ที่นี่เพื่อช่วยทุกคน ไม่ใช่เพื่อวิจารณ์ ไม่ใช่เพื่อพูด แต่เพื่อรับฟัง สิ่งเดียวที่ผมสามารถพูดได้เกี่ยวกับ คีลียัน เอ็มบั๊ปเป้ คือเขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม และผมจะพยายามช่วยให้เขาเก่งขึ้นกว่าเดิม'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด