ปัญหาเยอรมนีตามมุมมองลาห์ม

วันศุกร์ที่ 10 กรกฎาคม 2569 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
197
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ฟิลิป ลาห์ม มองถึงปัญหาของทีมชาติเยอรมนียุค ยูเลียน นาเกลส์มันน์ สูญเสียอัตลักษณ์ในแบบฉบับของคนเยอรมัน

ฟิลิปป์ ลาห์ม ตำนานแข้งทีมชาติเยอรมนีชุดแชมป์โลก 2014 ได้พูดถึงปัญหาใหญ่สุดของทัพอินทรีเหล็ก หลังการตกรอบ 32 ทีมของศึกฟุตบอลโลก 2026 ก่อน ยูเลียน นาเกลส์มันน์ จะลาออกจากตำแหน่งเทรนเนอร์ในเวลาต่อมา

ลาห์ม เลือกเส้นทางอาชีพที่น่าสนใจ แม้ว่าสโมสรจะเสนอตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาให้เขาตอนตัดสินใจอำอาชีพนักฟุตบอลในช่วงซัมเมอร์ปี 2017 โดยอดีตแข้งวัย 42 ปีเลือกก่อตั้งบริษัทโฮลดิ้งและดำเนินงานมูลนิธิการกุศลต่อไป 

จากนั้น ลาห์ม หวนคืนสู่วงการฟุตบอลในเวลาต่อมาด้วยการรับตำแหน่งผู้อำนวยการจัดการแข่งขันศึกยูโร 2024 หลังการเป็นผู้นำในการเสนอตัวเป็นเจ้าของของ เยอรมนี เขายังเขียนหนังสือและคอลัมน์ลงใน ดิ แอธเลติก ในช่วงสองปีที่ผ่านมาด้วย

จากการเขียนของเขา ลาห์ม แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยตั้งแต่ฟุตบอลโลกเริ่มต้นขึ้น หลังจาก เยอรมนี ตกรอบ 32 ทีม จากการดวลเป้าพ่าย ปารากวัย 3-4 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดของทัพอินทรีเหล็ก

ประเด็นหลักของบทความของ ลาห์ม คือเรื่องอัตลักษณ์ เนื่องจาก เยอรมนี ขาดซึ่งเอกลักษณ์ที่มั่นคงและแน่วแน่ เช่นเดียวกับเทรนเนอร์อย่าง นาเกลส์มันน์

'ตลอดทั้งทัวร์นาเมนต์ เยอรมนี ไม่มีรูปแบบการเล่นเป็นทีมที่มั่นคงและเป็นระบบ ไม่มีทิศทางที่ชัดเจนว่าเราพยายามจะก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างไร สำหรับประเทศที่มีประวัติศาสตร์ฟุตบอลอย่างเรา นั่นไม่เพียงพอ' ลาห์ม เขียน


อดีตแข้งทีมชาติเยอรมนียังยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับ อาร์เจนตินา, ฝรั่งเศส, สเปน และ บราซิล ในฐานะทีมที่มีเอกลักษณ์ที่มั่นคง 'สำหรับทีมชั้นนำ วิธีการเล่นจะไม่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ'

'เราเอาแต่แก้ที่อาการ เราเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนผู้เล่น เปลี่ยนตำแหน่งบ่อยเกินไป เราถกเถียงกันอยู่ตลอดเวลาว่า เยอรมนี ต้องการเล่นอย่างไรกันแน่ แต่ เยอรมนี แข็งแกร่งที่สุดเสมอเมื่อพวกเขานำคุณภาพเฉพาะตัวของแต่ละคนมาผสานกับจิตใจที่แข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยว ส่งนักเตะดีที่สุดลงสนาม และหล่อหลอมพวกเขาให้เป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง'

ลาห์ม ยังขยายความเพิ่มเติมเกี่ยววิกฤตอัตลักษณ์ของ นาเกลส์มันน์ โดยวิพากษ์วิจารณ์เทรนเนอร์วัย 38 ปีอย่างหนักด้วยเหตุผลสองประการว่าเพราะเหตุใด นาเกลส์มันน์ จึงไม่สามารถแบกรับความรับผิดชอบนี้ได้

ประการแรก ลาห์ม ชี้ให้เห็นว่าเทรนเนอร์ทีมชาติจำเป็นต้องมีความเยือกเย็น ซึ่งหมายความว่าท่าทีและการแสดงออกของ นาเกลส์มันน์ ไม่เหมาะกับตำแหน่งของเขา

ประการที่สอง ลาห์ม ให้เหตุผลว่าเทรนเนอร์ไม่แน่ใจว่าจะต้องทำอย่างไรกับทีม สิ่งที่ นาเกลส์มันน์ ต้องการเล่นนั้นไม่เหมาะกับนักเตะที่มีอยู่ ซึ่งทุกรายละเอียดและทุกการเคลื่อนไหวแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเทรนเนอร์วัย 38 ปีไม่มีแผนการที่ชัดเจน


ในแง่แท็คติก อดีตแข้งวัย 42 ปีระบุว่าฟุตบอลที่เน้นการครองบอลนั้นไม่เหมาะสม และเอกลักษณ์ที่แท้จริงของ เยอรมนี อยู่ที่การเล่นเกมที่รวดเร็ว ซึ่งเคยได้ผลดีกับพวกเขามานานหลายปี 

ดังนั้นเป้าหมายหลักของ เยอรมนี จึงต้องเป็นการระบุว่าพวกเขาต้องการเล่นแบบใด ก่อนจะค้นหาเทรนเนอร์คนต่อไป สร้างลำดับชั้นที่มั่นคงโดยการระบุกลุ่มนักเตะเสาหลักที่ไม่เปลี่ยนแปลง ในทีนี้ ลาห์ม แนะนำว่า โยชัว คิมมิค ควรเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรับ ขณะที่ ไค ฮาแวร์ตซ์ เล่นกองหน้า ส่วน โฟลเรียน เวียร์ตซ์ เล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก 

ลาห์ม ยังแสดงความคิดเห็นถึงเกมกับ ปารากวัย บนเวทีฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีม โดยวิจารณ์ว่าทีมของ นาเกลส์มันน์ ไม่มีการเติบโตอย่างที่ควรจะเป็น

'ไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง' อดีตแข้งวัย 42 ปีเขียน พร้อมอธิบายเพิ่มเติมว่า เยอรมนี เล่นอย่างเชื่องช้าและตั้งรับมากเกินไปทำให้ ปารากวัย ได้เปรียบที่ในเล่นเกมรับ และที่น่าสนใจคือ ลาห์ม แสดงความเห็นแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ตรงที่เขาเห็นอกเห็นใจ ลีรอย ซาเน่ มากกว่า โดยระบุว่าปีกวัย 30 ปีถูกโดดเดี่ยวเป็นเวลานานและไม่มีใครวิ่งตามหลังเขา

อย่างไรก็ตาม ลาห์ม ปฏิเสธพูดถึงเรื่องราวหลักที่เกิดขึ้นหลังการปราชัยดังกล่าวโดยมีการพูดการทำหน้าที่ของ จาลาล จาเยด เชิ้ตดำชาวโมร็อกกัน 

'ไม่ มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้ตัดสิน ประตูที่ถูกยกเลิกเป็นการตัดสินที่รุนแรง และในความคิดของผม มันเป็นการตัดสินใจผิดพลาด แต่คุณไม่สามารถปล่อยให้ค่ำคืนนั้นขึ้นอยู่กับจังหวะเดียวได้ คุณต้องตัดสินเกมให้จบก่อนจะมาตัดสินกันที่ช่วงเวลาเดียว'


จากนั้น ลาห์ม อธิบายว่าเขาจะจัดทีมอย่างไรว่า 'เวียร์ตซ์ จะเล่นตรงกลาง ที่เขาสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระและส่งบอลไปยังพื้นที่ว่างได้ เหมือนที่เขาทำที่ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เพราะถ้าเล่นด้านข้าง เขาจะหลงทาง ส่วน คิมมิค จะเล่นแดนกลาง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาควรอยู่มากกว่าจะไปเล่นแบ็กขวา และผมต้องการกองหลังตัวจริงที่ยากจะผ่านไปได้'

ลาห์ม ยังเขียนถึงการสูญเสียอัตลักษณ์ของ เยอรมนี โดยเฉพาะศิลปะการป้องกันที่เคยสร้างชื่อเสียงในช่วงรุ่งโรจน์ของทัพอินทรีเหล็กในอดีต

อดีตแข้งวัย 42 ปีได้กล่าวถึงศิลปะแห่งการป้องกันได้หายไปแล้ว ซึ่งดูจากจำนวนประตูที่เสียไปในทัวร์นาเมนต์นั้น ไม่มีมาจากคุณภาพในการโจมตีที่ดีขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มาจากคุณภาพการป้องกันที่ตกต่ำลง ไม่ว่าจะเป็นการดวล การชิงจังหวะ และความเต็มใจพร้อมเข้าปะทะ ไม่ได้ถูกสอนกันอีกต่อไปในเยอรมนีหรือที่อื่นๆ ก่อนยกตัวอย่างเปรียบเทียบกับผู้เล่นอเมริกาใต้ 'เมื่อคุณดูว่านักเตะในอเมริกาใต้เข้าปะทะอย่างไร คุณจะเห็นความแตกต่างในทันที'

สุดท้าย ลาห์ม เน้นย้ำถึงประเด็นหลักของเขา โดยแสดงความเชื่อมั่นว่าเอกลักษณ์ฟุตบอลเยอรมนีที่เป็นหนึ่งเดียวต้องสร้างขึ้นจากระดับรากฐาน ตั้งแต่บุนเดสลีกาไปจนถึงทีมชาติ

'อันดับแรกคือแนวคิด จากนั้นทุกอย่างจะตามมา นั่นจะทำให้ฟุตบอลที่เรายอมรับว่าเป็นของเราเองเติบโตขึ้น การฟื้นฟูสิ่งนั้นสำคัญกว่าการแต่งตั้งใครคนใดคนหนึ่ง'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด