ย่างก้าวใหม่ของคีเมเนซ
ซานติอาโก้ คีเมเนซ หัวหอกทีมชาติเม็กซิโกเคยสร้างชื่อในฐานะหนึ่งในกองหน้าอันตรายของลีกยุโรป หลังการกระทุ้ง 65 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการ 105 เกมกับ เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม นับตั้งแต่ย้ายมาจาก กรูซ อาซูล ในช่วงซัมเมอร์ปี 2022
ก่อน เอซี มิลาน จะทุ่มเงิน 30 ล้านยูโรดึงกองหน้าเชื้อสายอาร์เจนไตน์มาเสริมแนวรุกในเดือนมกราคมปี 2025 ทว่าหัวหอกวัย 25 ปีไม่สามารถสร้างความประทับใจได้อย่างที่คาดหวัง โดยทำเพียง 7 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการ 37 เกม
ส่วนหนึ่งมาจากการย้ายมาระหว่างฤดูกาลจึงไม่มีเวลาปรับตัวมากนัก การบาดเจ็บและฟอร์มตก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงเทรนเนอร์บ่อยครั้งของทัพปีศาจแดง-ดำ
คีเมเนซ ทำผลงานร่วมกับ แซร์โจ้ คอนไซเซา ในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล 2024-2025 ต่อด้วย มัสซิมิลิอาโน่ อัลเลกรี ในซีซั่น 2025-2026 ล่าสุดก็เปลี่ยนสู่มือของ รูเบน อาโมริม เทรนเนอร์ชาวโปรตุกีส
อาโมริม เลือกใช้ กอนซาโล่ รามอส กองหน้าร่วมชาติที่ย้ายมาจาก ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในช่วงซัมเมอร์นี้ลงเล่นตัวจริงตลอด 2 เกมแรกของฤดูกาลกับ โตริโน่ และ เวเนเซีย ขณะที่ คีเมเนซ มีอาการบาดเจ็บข้อเท้าและอยู่ระหว่างการมองหาสโมสรใหม่จนกระทั่งลงเอยกับ เอฟซี ปอร์โต้

เอซี มิลาน ปล่อย คีเมเนซ ย้ายมาเล่นกับ เอฟซี ปอร์โต้ ด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งปี โดยไม่มีค่าธรรมเนียม แต่ทีมดังโปรตุเกสมีอ็อปชั่นซื้อขาดมูลค่า 18 ล้านยูโรบวกโบนัสอีก 2 ล้านยูโร ซึ่งอาจกลายเป็นข้อบังคับหากบรรลุเป้าหมายบางอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเวลาการลงเล่นของกองหน้าวัย 25 ปี
'ผมมีความสุขมาก ความรู้สึกแรกของผมยอดเยี่ยมมาก ผมได้เห็นสนาม ดราเกา และเมืองนี้แล้ว และผมประทับใจมาก ผมดีใจกับสิ่งที่ได้เห็นมาจนถึงตอนนี้'
'จิตวิญญาณของทีมเป็นสิ่งที่ทำให้ผมประทับใจมาก ผมมีคติประจำใจว่า 'เล่นด้วยเปลวไฟที่ลุกโชนอยู่เสมอ' นั่นคือสิ่งที่ผมมองเห็นใน เอฟซี ปอร์โต้' คีเมเนซ กล่าวหลังย้ายมาค้าแข้งกับทีมดังโปรตุเกส
'เหมือนครอบครัว เหมือนทีมที่ฝึกซ้อมและเล่นด้วยไฟที่ลุกโชนอยู่เสมอ ในการพูดคุยครั้งแรกกับอดีตเพื่อนร่วมทีมที่เล่นอยู่ที่ เอฟซี ปอร์โต้ พวกเขาทุกคนบอกว่าทีมนี้เหมือนครอบครัว และทุกคนต้องการให้นักเตะทุ่มเททุกอย่างในสนาม ไม่ใช่แค่ทำประตูเท่านั้น'
การมาถึงของ ปอร์โต้, คีเมเนซ ต้องแข่งขันแย่งตำแหน่งตัวจริงกับ เดนีซ กูล กองหน้าชาวเติร์ก และ อันเดร ซิลวา อดีตกองหน้า เอซี มิลาน ที่หวนคืน เอฟซี ปอร์โต้ หลังอำลาสโมสรไปเมื่อ 10 ปีก่อน

'ผมอยากทุ่มเทชีวิตผมเพื่อ เอฟซี ปอร์โต้ ผมจะทุ่มสุดตัวในสนาม และผมอยากใช้โอกาสที่ยิ่งใหญ่นี้ให้เป็นประโยชน์' กองหน้าชาวอาร์เจนไตน์ยืนยัน
'จุดแข็งของผมคือการทำประตู ผมสนุกกับการได้เห็นแฟนๆฉลองกับประตู และผมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก นอกจากนั้น ผมยังเป็นนักเตะที่มีความเร็วและแข็งแกร่งที่ชอบใช้พื้นที่ด้านหลังไลน์แนวรับ'
'นี่เป็นการตัดสินใจที่สำคัญมาก เพราะผมอยากเขียนเรื่องร่าวของตัวเองต่อไปและรู้สึกว่าตัวเองสำคัญ ตลอดอาชีพค้าแข้ง ผมเล่นให้ทีมใหญ่ๆมาตลอด และ เอฟซี ปอร์โต้ ก็เป็นอีกหนึ่งทีม'
'มันเป็นก้าวที่จะเพิ่มอะไรหลายๆอย่างให้กับเส้นทางของผม ผมอยากสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับทีมและแฟนๆ เพื่อที่ผมจะได้เติบโตและคว้าโทรฟี่แชมป์มากขึ้น มันดีมากที่ได้มาอยู่ที่นี่'
'ผมมีโอกาสพูดคุยกับอดีตเพื่อนร่วมทีมหลายคนที่เคยอยู่กับ เอฟซี ปอร์โต้ คนแรกคือ ฮวาง อิน-บอม ซึ่งปัจจุบันก็เป็นส่วนหนึ่งของทีม ผมยังได้คุยกับ อูสตากีโอ ซี่งผมเคยเล่นด้วยที่ กรูซ อาซูล กับ อีกอร์ ลิชนอฟสกี้ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมที่ดีของผม และเคยเล่นที่นี่เช่นกัน'
'กับ มิเกล ลายูน และ ฮอร์เค่ ซานเชซ และกับ เอคตอร์ เอร์เรร่า ที่ เอซี มิลาน ผมได้รับการฝึกสอนจาก แซร์โจ้ คอนไซเซา ดังนั้นผมจึงมีความเชื่อมโยงทางอ้อมกับ เอฟซี ปอร์โต้ และพวกเขาทุกคนบอกผมเหมือนกันหมดว่ามันเป็นทีมที่ยอดเยี่ยม เมืองนี้วิเศษมาก และผู้คนก็สุดยอด ดังนั้นเมื่อ เอฟซี ปอร์โต้ ติดต่อมา ผมจึงไม่ลังเลเลยและบอกกับตัวแทนของผมว่าผมอยากมาที่นี่'

กองหน้าวัย 25 ปียังเผยว่าเขามีโอกาสพูดคุยกับ ฟรานเชสโก้ ฟาริโอลี เทรนเนอร์ของ เอฟซี ปอร์โต้ ว่า 'ผมมีโอกาสได้คุยกับเขาในช่วงหนึ่งของการเจรจา และเขามอบความมั่นใจให้กับผมว่าเขาต้องการให้ผมอยู่ในทีม เขาบอกผมเรื่องสำคัญมากอย่างหนึ่งคือ นี่คือกลุ่มดีสุดที่เขาเคยเป็นส่วนหนึ่ง'
'มันคือครอบครัวอย่างแท้จริง นั่นเป็นสำคัญสำคัญมากในการตัดสินใจ ผมแค่อยากจะเพิ่มอะไรบางอย่างให้กับกลุ่มนี้ และผมอยากให้เพื่อนร่วมทีมรู้ว่าตอนนี้พวกเขามีพี่น้องเพิ่มขึ้นอีกคนในครอบครัวแล้ว'
การย้ายมาค้าแข้งกับ เอฟซี ปอร์โต้ ทำให้ คีเมเนซ มีโอกาสกลับมาเยือนถิ่นเก่าอีกครั้ง เมื่อสโมสรใหม่ของเขามีโปรแกรมลงดวลกับ เฟเยนูร์ด ร็อตเธอร์ดัม บนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก รอบ ลีก เฟส
'ผมรัก เฟเยนูร์ด มาก เพราะเป็นสโมสรที่ผมต้องห่างจากครอบครัว ผมไปร็อตเธอร์ดัมกับภรรยาแค่สองคน และพวกเราก็มีช่วงเวลาที่พิเศษมาก ผมเริ่มทำประตูได้และสร้างความสัมพันธ์กับแฟนๆ ซึ่งตอนนี้พวกเขารักผมมาก ในแชมเปี้ยนส์ลีก ผมจะมีโอกาสกลับไปที่นั่น'

คีเมเนซ ใช้เวลาเพียง 2 ฤดูกาลครึ่งก้าวขึ้นมาเป็นคนทำประตูสูงสุดตลอดกาลของกองหน้าเม็กซิกันในลีกเมืองกังหันลม แซงหน้าสถิติเดิมของ อีร์วิง โลซาโน่ ที่เคยทำ 44 ประตูจากการลงเล่น 93 เกมระหว่างการค้าแข้งกับ พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น สองช่วงเวลา
'การบรรลุสถานะนี้มีความสำคัญมากสำหรับผม ผมพัฒนาขึ้นอย่างมากในฐานะนักฟุตบอล ผมคิดถึงแต่ฟุตบอลและเฟเยนูร์ดเท่านั้น'
'นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด เราเป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ และผมรู้สึกถึงความรักพิเศษจากแฟนๆเสมอ ซึ่งทำให้ผมทุ่มเททุกอย่างลงในสนามและทำประตูได้มากขึ้น นักฟุตบอลไม่เคยคิดถึงเรื่องสถิติ มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ โชคดีที่ผมทำประตูได้จำนวนมากในเนเธอร์แลนด์ส และสถิติสำคัญทางประวัติศาสตร์เหล่านี้ก็เกิดขึ้น'
คีเมเนซ ยังโพสต์ข้อความลงอินสตาแกรมอำลา เอซี มิลาน โดยยอมรับว่าเขาทำผลงานไม่ดีอย่างที่คาดหวัง แต่ก็ได้เรียนรู้มากมายเช่นกัน พร้อมกล่าวขอบคุณแฟนๆ สำหรับการสนับสนุนในช่วงเวลาที่เขาอยู่กับสโมสร
'การได้เล่นให้สโมสรอย่าง เอซี มิลาน และได้ใช้เวลาร่วมกับพวกคุณคือความฝันที่เป็นจริง ผมจะเก็บมันไว้ในใจเสมอ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง แฟนๆ เอซี มิลาน, ฟอร์ซ่า มิลาน'

