ผลกระทบของโรดรี้ต่อบาร์ซ่า
ดาเนียล โอลโม่ มิดฟิลด์วัย 27 ปีได้พูดถึงผลกระทบต่อ บาร์เซโลน่า หลังการย้ายมาร่วมทีมของ โรดรีโก้ เอร์นานเดซ โรดรี้ มิดฟิลด์วัย 30 ปี รวมถึงการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติสเปนในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่เขาจดจำแบบไม่ลืม
เมื่อถูกถามว่า โรดรี้ เข้ามาเติมเต็มอะไรให้กับทีมอาซูลกราน่าบ้าง นับตั้งแต่ย้ายมาจาก แมนฯซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
'ผมไม่คิดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากนัก แต่ โรดรี้ เป็นนักเตะที่มอบสิ่งที่แตกต่างให้กับทีม ทั้งประสบการณ์ การยืนตำแหน่ง และความสมดุลในเกม ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาทำให้กับทีมชาติมาตลอด และยังทำให้สโมสรของเขาด้วย'
'เขายังมีบุคลิกภาพในแบบที่เราอาจจะยังไม่เคยมีนักเตะที่มีคุณสมบัติเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นผมคิดว่า โรดรี้ จะช่วยเราได้มาก ซึ่งเขาก็ได้พิสูจน์ให้เห็นกันแล้ว และเขาจะเป็นนักเตะที่เข้ามาเติมเต็มศักยภาพให้เราเพื่อคว้าแชมป์รายการต่างๆมาครอง'
โอลโม่ ยังพูดถึงประเด็นดราม่าเกี่ยวกับ โรดรี้ หลังจากมีคลิปวิดีโอเผยให้เห็นว่ามิดฟิลด์กัปตันทีมชาติสเปนพูดไม่เหมาะสมพาดพิงถึงสโมสรบาเลนเซีย ก่อนเขาจะออกมากล่าวขอโทษในภายหลัง ซึ่งมิดฟิลด์วัย 27 ปีมองว่ามันเป็นเรื่องที่จบไปแล้วและไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้มากนัก

'ผมคิดว่า โรดรี้ ได้พูดในสิ่งที่เขาจำเป็นต้องพูดไปแล้ว มันเป็นถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับในจุดนั้น และเรื่องก็จบลงตรงนั้น'
'ท้ายที่สุดแล้ว เราต้องตระหนักเสมอว่าเราเป็นที่จับตามอง และต้องระมัดระวังในเรื่องนี้ ทั้งในสิ่งที่พูดและไม่พูด เพราะสุดท้ายแล้วเราถือเป็นแบบอย่างให้กับทุกคน'
โอลโม่ ยังรู้สึกพอใจกับทั้งฟอร์มการเล่นของตนเองและผลงานอันร้อนแรงของ บาร์เซโลน่า หลังการกวาดชัยชนะตลอดการลงเล่น 8 เกมแรกของฤดูกาลนี้
'ดีมากๆ ดีจริงๆ ผมรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในสภาพร่างกายที่ดีเยี่ยมและรู้สึกสบายใจ มีความรู้สึกที่ดี พวกเราทุกคนกลับมากันได้ดีมาก หลังจากจบฟุตบอลโลก ทุกคนดูสดชื่นและได้พักกันมาบ้างแล้ว'
'ผมคิดว่าทีมกำลังอยู่ในระดับที่สูงมาก และเราก็พิสูจน์ให้เห็นด้วยผลงานชนะรวด 7 นัดในลีก รวมถึงชัยชนะบนเวทีแชมเปี้ยนส์ลีก นั่นคือสิ่งที่เราต้องการทำต่อไปหลังจากจบช่วงเบรกทีมชาติ คือการเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่อง'
เมื่อถูกถามถึงประเด็นดราม่าในเกมมาดริดดาร์บี้แมตช์ ซึ่ง เรอัล มาดริด พ่ายต่อ แอตเลติโก มาดริด 1-2 แต่ โอลโม่ เลือกที่จะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก โดยเฉพาะคำพูดที่ว่าทีมชุดขาวได้รับความเป็นธรรมหรือไม่
'ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ท้ายที่สุดแล้วจังหวะปัญหาหรือประเด็นถกเถียงก็มักจะเกิดขึ้นได้เสมอในเกมฟุตบอล ซึ่งผมก็มองมันในฐานะแฟนบอลคนหนึ่งเท่านั้น'
'ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น เราโฟกัสที่ตัวเองและมุ่งมั่นที่จะคว้าชัยชนะต่อไป นั่นเป็นสิ่งเดียวที่เราสามารถทำได้'
'ผมคิดว่าในฝั่งของเราไม่ได้มีประเด็นดราม่าอะไรมากนักเพราะเรากำลังชนะ และนั่นคือสิ่งเดียวที่สำคัญสำหรับเรา คือการคว้าชัยชนะ และเราก็พิสูจน์ผลงานกันในสนาม'

มิดฟิลด์วัย 27 ปี ยังพูดถึงความสำเร็จของทีมชาติสเปนในศึกฟุตบอลโลก 2026 โดยระบุว่าความทรงจำนี้จะยังคงตราตรึงอยู่ในใจเขาและเพื่อนร่วมทีมตลอดไป
'สิ่งที่เราทำสำเร็จนั้นยิ่งใหญ่มาก และเราต้องเห็นคุณค่าของมัน ซึ่งเราก็ตระหนักถึงคุณค่าของมันดีอยู่แล้ว เพราะมันคงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ชื่นชมหรือเห็นคุณค่าของความสำเร็จเช่นนี้'
'ผมคิดว่าเรายังไม่ตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของสิ่งที่เราทำสำเร็จอย่างถ่องแท้ และเราจะยิ่งเห็นคุณค่าของมันมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป นี่คือความทรงจำที่จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต'
โอลโม่ ปิดท้ายด้วยการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคุณพ่อของเขา
'คุณพ่อของผมเป็นคนที่คอยย้ำเตือนผมเสมอว่าผมคือแชมป์โลก บางครั้งในวันธรรมดาๆวันหนึ่ง ท่านจะทักทายผมว่า 'อรุณสวัสดิ์ แชมป์โลก' แล้วผมก็จะตอบกลับไปว่า 'อรุณสวัสดิ์ครับพ่อ''

