การก้าวกระโดดของเคราร์ด
เคราร์ด มาร์ติน ย้ายจาก กอร์เนย่า มาเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลน่า ในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 โดบลงเล่นกับ บาร์ซ่า แอธเลติก ในฤดูกาลแรก ก่อนก้าวขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่และกลายเป็นขุมกำลังสำคัญของ ฮันซี่ ฟลิค ในทีมชุดปัจจุบัน
กองหลังวัย 24 ปี ได้พูดถึงการปรับจากตำแหน่งแบ็กซ้ายมาเล่นเซนเตอร์แบ็ก, ความกดดันในการลงเล่นกับทีมอาซูลกราน่า, ความสัมพันธ์ที่มีต่อ ลามีน ยามาล รวมถึงเป้าหมายในอนาคตของเขา
จากการเริ่มต้นฤดูกาลด้วยฟอร์มอันร้อนแรงของ บาร์เซโลน่า ทำให้ เคราร์ด รู้สึกแง่บวกกับสถานการณ์ของทีม แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยชอบช่วงเบรกทีมชาติที่ยาวนานนักก็ตาม
'เราเริ่มต้นได้ดีมาก และตอนนี้ต้องหยุดพักไป 2-3 วัน แต่เราจะกลับมาด้วยความมุ่งมั่นเต็มที่แน่นอน' กองหลังวัย 24 ปีกล่าว
เคราร์ด ยังคงรักษาตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กไว้ได้ หลังจากเขาสามารถยึดตำแหน่งนี้มาครองได้ตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว 'ใช่ ปีที่แล้วผมทำผลงานได้ดีมากในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็ก และปีนี้ผมจะพยายามรักษามาตรฐานนั้นไว้ให้ได้'
เส้นทางอาชีพของ เคราร์ด ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วแบบน่าทึ่ง เพียงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขายังเล่นกับสโมสรเล็กๆอย่าง กอร์เนย่า แต่ตอนนี้เขากำลังแย่งชิงตำแหน่งในหนึ่งในสโมสรยิ่งใหญ่ที่สุดของยุโรป
'ก็จริงที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ผมคิดว่าผมโชคดีที่สามารถปรับตัวรับมือกับมันได้ และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้ผมมาถึงจุดนี้ได้เช่นกัน'

การก้าวขึ้นมามีบทบาทสำคัญทำให้เขาต้องเผชิญกับแรงกดดันในแบบฉบับเฉพาะตัวของ บาร์เซโลน่า ผลงานที่ดีอาจนำมาซึ่งคำชื่นชม ในขณะที่ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยก็อาจกลายเป็นประเด็นให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักได้เช่นกัน
'ผมพยายามไม่เสพข่าวพวกนั้นมากนัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผมต้องโฟกัสที่เกมของตัวเอง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมรู้ดีว่าหากพลาดแม้แต่เพียงนิดเดียว ผมจะตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนทันที'
'แต่ผมก็รับมือกับมันได้ เพราะสุดท้ายแล้วผมรู้ดีว่าที่ผ่านมาผมทำอะไรลงไปและกำลังทำอะไรอยู่ ผมจึงรู้สึกสบายใจกับตัวเอง'
แต่ เคราร์ด ตระหนักดีว่าเขาอาจไม่ได้รับความสนใจมากเท่ากับนักเตะชื่อดังคนอื่นๆในทีม
'ก็อาจจะจริงที่คนภายนอกมองข้ามฝีเท้าของผมไปบ้าง แต่สิ่งสำคัญสำหรับผมคือการที่เพื่อนร่วมทีม, ครอบครัว และเจ้านายมองเห็นคุณค่าในตัวผม นั่นคือสิ่งที่ผมให้ความสำคัญ'
การปรับเปลี่ยนตำแหน่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาของ เคราร์ด หลัง ฟลิค เริ่มทดลองให้เขาเล่นตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กครั้งแรกระหว่างการทัวร์เอเชียที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อปีที่แล้ว
'ตอนนั้นเป็นช่วงทัวร์เอเชียที่ ญี่ปุ่น เขาบอกผมว่าอยากลองให้ผมเล่นเซนเตอร์แบ็กสักนัด ซึ่งผมก็ทำผลงานได้ดี'
กองหลังวัย 24 ปีเผยว่าเขารู้สึกคุ้นเคยกับบทบาทใหม่นี้อย่างรวดเร็ว 'ใช่ เอาจริงๆแล้ว ตั้งแต่นัดแรกที่ได้ลงเล่นตำแหน่งนั้น ผมก็รู้สึกสบายใจและคุ้นเคยกับมันมากทีเดียว'
'ผมรู้ดีว่าจะต้องปรับตัวเข้ากับแนวทางการทำทีมของเจ้านาย เพราะการขยับจากฟูลแบ็กมาเล่นเซนเตอร์แบ็กมันมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง แต่ผมก็มั่นใจ เพราะตราบใดที่ผมรู้สึกสบายใจกับตำแหน่งนี้ ผมก็รู้ว่าตัวเองสามารถทำผลงานได้ดีแน่นอน'

เคราร์ด ยังเผยถึงที่มาของฉายา 'มัลดินี่' ที่เพื่อนร่วมทีมตั้งให้เขาด้วย 'ใช่ โดยเฉพาะ เอริก (การ์เซีย) ที่แหละที่เรียกผมแบบนั้นตลอด จริงๆก็มีคนอื่นเรียกบ้างเหมือนกัน แต่ เอริก จะเป็นคนที่เรียกผมด้วยฉายานี้ประจำเลย'
กองหลังวัย 24 ปียังกล่าวชื่นชม ยามาล และบรรดาแข้งดาวรุ่งที่ก้าวขึ้นมาจาก 'ลา มาเซีย' ซึ่งเขากำลังจับตามองความพยายามของนักเตะอายุน้อยเหล่านี้อยู่เสมอ
'ช่วงปรีซีซั่น เราโชคดีที่ได้เห็นฝีเท้าของหลายคนเลย ผมค่อนข้างประทับใจในตัว โอเรียน (โกเรน) และ เอบรีม่า'
'พวกเขายังเด็กมาก แต่ก็นั่นแหละ ผมชอบฟอร์มการเล่นของพวกเขา พวกเขายงมีเส้นทางอีกยาวไกลรออยู่ข้างหน้า แต่ผมก็ชอบทั้งสองคนเลย'
ชาบี เอสปาร์ต เป็นอีกหนึ่งแข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง หลังการสร้างความประทับใจจากการขยับมาเล่นตำแหน่งแบ็กซ้าย
'เขาเริ่มต้นได้ดีมาก จริงอยู่ที่ปกติแล้วเขาเล่นกองกลางมาตลอด แต่ตอนนี้พอมาอยู่กับเรา เขาต้องเล่นฟูลแบ็ก ซึ่งเขาก็ทำได้ดีมาก เมื่อพิจารณาว่าเขาไม่เคยต้องเล่นด้วยเท้าข้างที่ไม่ถนัดมาก่อนเลย'
'ผมพยายามช่วยแนะนำเรื่องการยืนตำแหน่งหรือการเพรสซิ่งบ้าง แต่พอถึงเวลาลงสนามจริงๆแล้ว มันก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง'
เคราร์ด ยังมองเห็นอีกมุมหนึ่งของ ลามีน ยามาล ที่แตกต่างไปจากภาพที่คนภายนอกมองเห็น 'มันก็ท้าทายนะ แต่ผมชอบแบบนี้แหละ ท้ายที่สุดแล้ว ยิ่งการฝึกซ้อมเข้มข้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น ส่วน ลามีน นั้นเป็นเด็กหนุ่มที่คนภายนอกอาจมองเขาในมุมที่ต่างไปจากตัวตนจริงๆของเขา'
'ในฐานะคนที่อยู่กับเขามาตลอดทุกวัน ผมเห็นเลยว่าเขาเป็นคนที่มีวุฒิภาวะสูงมาก และถึงแม้ภายนอกอาจจะดูไม่เป็นแบบนั้น แต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนถ่อมตัว ด้วยสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมด เขาคู่ควรกับความสำเร็จที่ได้รับแล้วจริงๆ'

เมื่อถูกถามว่า ยามาล ควรคว้ารางวัล บัลลง ดอร์ หรือไม่ เคราร์ด ตอบอย่างหนักแน่นว่า 'ใช่ สำหรับผม เขาคือนักเตะเก่งที่สุด ดังนั้นเขาควรจะได้รับรางวัลนี้'
กองหลังวัย 24 ปียังวิเคราะห์นักเตะใหม่ของ บาร์เซโลน่า ที่ย้ายเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยเริ่มจาก คาริม อเดเยมี่ แนวรุกวัย 23 ปีว่า 'ใช่ เขาเป็นคนตลกมากจริงๆ'
'เขาเป็นคนติดดินและตลกมาก มักจะมีรอยยิ้มบนใบหน้าเสมอ และพร้อมจะทุ่มเทเพื่อทีม'
ต่อด้วยการพูดถึง แอนโธนี่ กอร์ดอน ปีกชาวอังกฤษว่า 'เขาดูเป็นคนจริงจังกว่าคนอื่น แต่ก็มีมุมตลกเหมือนกัน จริงอยู่ที่เขาอาจจะดูขี้อายบ้าง แต่ผมเข้ากับเขาได้ดีมาก และเขาก็ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมาตลอดนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีม'
ก่อนพูดถึง เจสซี บีซีวู ดาวรุ่งวัย 18 ปีว่า 'เขาเป็นเด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์สูงมาก แต่ก็นะ ถ้าจำไม่ผิดเขาเกิดปี 2008 เขามีพรสวรรค์ล้นเหลือ แต่ด้วยความที่ยังเด็กมาก เขาจึงยังอยู่ในช่วงของการปรับตัวให้เข้ากับทีม'
สำหรับ โรดรีโก้ เอร์นานเดซ โรดรี้ สร้างความประทับใจได้อย่างโดดเด่นด้วยประสบการณ์และสไตล์การเล่นเน้นการครองบอลของ บาร์เซโลน่า
'เขาเป็นนักเตะระดับท็อปและคุ้นเคยกับสไตล์การเล่นแบบนี้มาตลอด นั่นคือการเน้นครองบอล ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงปรับตัวเข้ากับทีมเราได้รวดเร็วขนาดนี้'
'เขามีประสบการณ์โชกโชน ซึ่งเราเห็นได้ชัดเจนในจังหวะสำคัญๆของการแข่งขัน'
เคราร์ด ยังจำปฏิกิริยาของตัวเองตอนที่ข่าวการย้ายทีมถูกเปิดเผยออกมาด้วย 'ตอนนั้นผมอยู่ในห้องแต่งตัว มีการแจ้งเตือนข่าวเด้งขึ้นมา แล้วผมก็พูดว่า 'เฮ้ย เขาจะย้ายมาจริงๆด้วย'
ส่วน ฮัมซ่า อับเดลคาริม ดาวรุ่งชาวอียิปต์ก็สร้างความประทับใจด้วยทัศนคติของเขา 'ฮัมซ่า เป็นคนค่อนข้างขี้อาย แต่เขาเป็นเด็กที่ขยันขันแข็งมาก และพูดตามตรง เขาเป็นคนนิสัยดีจริงๆ แถมยังมีศักยภาพสูงอีกด้วย'

กองหลังวัย 24 ปียังมีจุดแข็งเรื่องความฟิต แม้ว่าจะเคยมีปัญหาบาดเจ็บเกิดขึ้นครั้งหนึ่งในช่วงซัมเมอร์ก็ตาม 'ก็จริง ผมเคยข้อมือหักตอนไปรับใช้ชาติช่วงซัมเมอร์'
'ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน ผมพยายามดูแลตัวเองให้ดีสุดเท่าที่ผมจะทำได้ และจนถึงตอนนี้ก็ถือว่าโชคดีมากที่ไม่มีอาการบาดเจ็บรบกวน และผมหวังว่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ'
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณเชิงบวกเกี่ยวกับอนาคตของเขากับ บาร์เซโลน่า ขณะที่การเจรจาเรื่องสัญญาฉบับใหม่กำลังดำเนินไปด้วยดี
'ผมยินดีมากที่จะได้อยู่ที่นี่ต่อไปอีก 2-3 ปี อีกไม่นานผมก็จะลงเล่นครบ 100 นัดแล้ว หวังว่าจะได้ลงเล่นครบอีก 100 นัดถัดไป และต่อไปเรื่อยๆเท่าจะเป็นไปได้'
เมื่อถูกถามว่าเขาจะเซ็นสัญญาแบบตลอดชีพหรือไม่ เคราร์ด ตอบแบบไม่ลังเลว่า 'แน่นอน ก็คงต้องพิสูจน์ตัวเองให้สมกับสัญญานั้นด้วย แต่ก็เอานะ เอาแน่นอน ตอนนี้ทุกอย่างกำลังไปได้สวยเลย'

