มุมมองต่อบ้านหลังเก่า
ดาวิเด้ อันเชล็อตติ เทรนเนอร์วัย 37 ปีของ ลีลล์ เคยทำงานเป็นมือขวาของคุณพ่อ คาร์โล อันเชล็อตติ ตอนกุมบังเหียน เรอัล มาดริด ในช่วงปี 2021-2025 ดังนั้นโค้ชชาวอิตาเลียนจึงรู้ถึงปัญหาของทีมชุดขาวเป็นอย่างดี
โค้ชวัย 37 ปีได้พูดถึงการตัดสินใจยุติอาชีพค้าแข้ง โทนี่ โครส ในช่วงซัมเมอร์ปี 2024 กลายเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของ เรอัล มาดริด ที่ยังไม่สามารถหาตัวแทนมิดฟิลด์ชาวเยอรมันจนถึงตอนนี้
'ผมไม่อยากให้ทุกอย่างที่ผมพูดถึง มาดริด ถูกมองว่าเป็นการวิจารณ์ในแง่ลบ แต่ตอนที่ยังมี โมดริช หรือ โครส อยู่ในทีม ทุกครั้งที่มีการวิ่งหาพื้นที่ว่าง บอลจะถูกส่งมาถึงนักเตะคนนั้นเสมอ ผมไม่ได้จะบอกว่านักเตะชุดปัจจุบันไม่มีความสามารถในจุดนี้ แต่สิ่งที่ผมจะสื่อก็คือ การจะเล่นเกมรุกแบบเจาะทะลุทะลวงได้นั้น คุณจำเป็นต้องมีคนที่รู้วิธีการจ่ายบอลเข้าไปในพื้นที่ว่างเหล่านั้น'
'การเล่นเกมรุกแบบเจาะทะลุทะลวงไม่ได้หมายความแค่ว่าต้องมีคนวิ่งหาช่องถึง 8 คน แต่มันหมายถึงการมีคนที่สามารถจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมที่วิ่งทำทางเหล่านั้นได้ด้วย มันคือรูปแบบการเล่นอย่างหนึ่ง' ดาวิเด้ กล่าว
โค้ชชาวอิตาเลียนยังยืนยันชัดเจนว่าการหาตัวแทนของ โครส นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย 'คุณสูญเสียสิ่งที่ไม่มีวันเรียกกลับคืนมาได้ เขาคือนักเตะดีที่สุดในโลกในตำแหน่งของเขา คุณไม่สามารถพูดว่า 'ฉันต้องการ โครส อีกสักคน' เพราะมันไม่มีใครเหมือนเขาอีกแล้ว'

'เขาคือคนบงการเกม เขาเป็นคนคุมจังหวะการเล่น เกมจะดำเนินไปในแบบที่เขาต้องการ เขาเป็นคนตัดสินใจ และเขามีความสำคัญอย่างยิ่งเพราะเขาคุมจังหวะของการแข่งขันให้คุณ แถมเขายังวิ่งเยอะมากด้วย เขาเป็นนักเตะที่วิ่งระยะทางถึง 11 กิโลเมตรต่อเกม และเขารู้วิธีการเล่นเกมรับ เขามีความเข้าใจในแท็คติกที่ยอดเยี่ยม ผมชอบมากตอนที่เขาเล่นในตำแหน่งหมายเลข 6 ผมชอบจริงๆ'
'เขาไม่ได้ชอบการเข้าแย่งบอลจังหวะสองหรือการปะทะแย่งบอลเท่าไหร่ เขาชอบเล่นเป็นหมายเลข 8 มากกว่า เพราะเขาจะปล่อยให้หน้าที่งานหนักเป็นของหมายเลข 6 ซึ่งแน่นอนว่าด้วยสไตล์การเล่นของ เรอัล มาดริด การสูญเสีย โทนี่ ไปจึงเป็นเรื่องยากลำบากมาก พวกเขาต้องสูญเสียหลายสิ่งหลายอย่างไปในทันที'
ดาวิเด้ ยังเผยถึงความยอดเยี่ยมของ โครส ในแง่มุมนอกสนามด้วยว่า 'กับทุกคนเลย กับ โมดริช ด้วย แต่ก็นั่นแหละ ผมได้คุยเรื่องฟุตบอลกับ โทนี่ บ่อยมากเพราะเขาเป็นคนฉลาด เขาชอบชวนคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำให้เราต้องคิดตามเสมอ เขามักจะมีมุมมองที่น่าสนใจในเรื่องต่างๆอยู่เสมอ เขาช่วยให้เราเป็นโค้ชที่เก่งขึ้นได้ น่าเสียดายที่เขาอำลาทีมไป'
แม้จะยอมรับว่า โรดรีโก้ เอร์นานเดซ โรดรี้ จะเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม แต่ ดาวิเด้ ก็มั่นใจว่า เรอัล มาดริด จะสามารถก้าวข้ามปัญหาต่างๆไปได้ หลังกัปตันทีมชาติสเปนตัดสินใจเซ็นสัญญากับ บาร์เซโลน่า
'ใช่, โรดรี้ สามารถเล่นได้กับทุกทีม เขาเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยม' ดาวิเด้ กล่าว 'เราไม่ควรพยายามมองหาใครมาเป็นตัวแทนของ โทนี่, มาดริด จะหาจุดสมดลของทีมเจอเอง ไม่ว่าจะมีหรือไม่มี โรดรี้ พวกเขาจะยังคงเป็นทีมที่พร้อมแข่งขันเพื่อความสำเร็จจนถึงวินาทีสุดท้ายเหมือนเช่นเคย เพราะท้ายที่สุดแล้ว เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญ มาดริด มักจะก้าวขึ้นมาอยู่ในจุดที่ควรอยู่เสมอ'

เมื่อถูกถามถึงประสบการณ์ที่ เรอัล มาดริด ระหว่างเทรนเนอร์ที่เน้นความประนีประนอมกับโค้ชที่มีความเข้มงวด แบบใดจึงจะเหามะกับทีมชุดขาว
โค้ชชาวอิตาเลียนตอบว่า 'มันต้องอาศัยความสมดุลระหว่างทั้งสองแบบ ห้องแต่งตัวที่นี่ก็เหมือนกับที่อื่นๆ คือเต็มไปด้วยนักเตะที่มีบุคลิกโดดเด่นและมีความมั่นใจในตัวเองสูง'
'และเมื่อมีอีโก้สูง เราก็ต้องคอยดูแลไม่ให้มันกลายเป็นด้านลบ อย่างเช่น ความหยิ่งผยองหรือความเห็นแก่ตัว'
'พวกเขาต้องรักษาอีโก้เชิงบวกไว้ เพราะความมั่นใจที่ว่าใครสักคนในทีม รวมถึงเพื่อนร่วมทีม สามารถตัดสินผลการแข่งขันได้ทุกเมื่อนั้นเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐาน'
'และคุณไม่สามารถซื้อสิ่งเหล่านั้นได้ มันคือคุณสมบัติที่นักเตะระดับบิ๊กเนมหรือผู้เล่นที่มีบารมีสูงอย่างเช่นนักเตะที่มาดริดมีอยู่ในตัว'
ดาวิเด้ ยังขยายความเพิ่มเติมว่าการสร้างสมดุลระหว่างความเด็ดขาดและความนุ่มนวลเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสโมสร
'คุณต้องรักษาสมดุลระหว่างการตั้งมาตรฐานที่สูงลิ่วกับความเป็นกันเอง คุณจะทำตัวเป็นแค่คนใจดีไม่ได้ ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่มีทางคว้าชัยชนะ มันเป็นไปไม่ได้เลย'
'ใครๆก็พูดกันว่าพ่อของผมเป็นคนนิสัยดี ซึ่งมันก็จริง แต่เขาก็เป็นคนที่เข้มงวดและมีความคาดหวังสูงด้วย ถ้าคุณเอาแต่ทำตัวเป็นคนใจดร คุณก็คุมทีมไม่ได้ เช่นเดียวกับที่คุณไม่สามารถคุมทีมได้หากทำตัวเป็นแค่ผู้นำเผด็จการ'

โค้ชวัย 37 ปียังพูดถึง วินิซิอุส จูเนียร์ และมุมมองของเขาที่มีต่อฟอร์มการเล่นของแนวรุกชาวบราซิเลียนในฤดูกาลนี้ด้วย
'สิ่งที่ผมสามารถพูดได้เกี่ยวกับ วีนี่? เขาทำประตูในนัดชิงชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกให้เราถึงสองครั้ง ผมทำได้เพียงแค่รู้สึกขอบคุณเขาเท่านั้น'
ดาวิเด้ ยังกล่าวชื่นชมทัศนคติ สภาพจิตใจ และความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อมอย่างหนักของ วีนี่ ว่า 'การที่เพื่อนร่วมทีมทุกคนรักนักเตะคนหนึ่งนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นเพราะเขามีน้ำใจ เขาไม่เคยขาดซ้อม ไม่เคยหลบเลี่ยง และไม่เคยหลอกลวงใคร'
'เขาไม่เคยออมแรงหรือหลีกเลี่ยงความเหนื่อยยาก เขาไม่เคยพูดว่า 'เจ็บตรงนี้ เลยไม่ซ้อมนะ' เขาพร้อมทุ่มเทเพื่อทีมเสมอ'
'บรรดานักเตะต่างรู้เรื่องนี้ดี และนั่นคือเหตุผลที่เขาเป็นที่รักของทุกคน'
เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียนยังกล่าวสนับสนุน วินิซิอุส พร้อมยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะเก่งที่สุดในวงการเมื่อเขาอยู่ในฟอร์มที่ดี
'เวลาที่เขาฟอร์มดี เขาเป็นนักเตะที่สร้างความปั่นป่วนให้คู่แข่งอย่างมหาศาล คุณต้องเข้าใจถึงการมีนักเตะแบบเขา เพราะในแง่ของความสมดุลของทีม เขามีอิทธิพลต่อเกมอย่างมาก'
'เขาสร้างอิทธิพลได้เพราะเป็นผู้เล่นที่มีสไตล์การเล่นแบบไดเร็กท์และเน้นเกมรุกในแนวลึก เขาเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในฝีเท้าจนกล้าที่จะดวลตัวต่อตัวกับคู่แข่งอยู่เสมอ และคุณจำเป็นต้องมีโครงสร้างทีมที่รองรับเขาเพื่อให้สามารถเล่นร่วมกับเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ'
'หากปราศจากโครงสร้างทีมที่เหมาะสม เกมก็จะตกอยู่ในความโกลาหล เพราะ วินิซิอุส มักจะมองหาโอกาสบุกไปข้างหน้าเสมอ'
'คุณคงไม่สามารถเปลี่ยนสไตล์การเล่นของ วินิซิอุส ได้ แต่สิ่งที่คุณปรับเปลี่ยนได้คือโครงสร้างทีมที่คอยสนับสนุนเขา และเมื่อเขาอยู่ในช่วงเวลาที่มั่นใจ วินิซิอุส ก็สามารถเป็นคนชี้ชะตาผลการแข่งขันได้ ซึ่งเขาเคยพิสูจน์ให้เห็นมาแล้วหลายครั้งกับ เรอัล มาดริด'
ดาวิเด้ ยังแสดงความเห็นถึงแนวทางการเล่นของ เรอัล มาดริด ที่พยายามเล่นเกมรุกแบบรวดเร็วและทะยานไปข้างหน้า แต่ยังไม่สามารถดึงศักยภาพของ วินิซิอุส ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
'คุณต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากจุดเด่นของการเป็นทีมที่เล่นเกมรุกมุ่งตรงไปข้างหน้า ซึ่งจะมอบข้อดีให้มากมาย แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเตรียมรับมือกับสิ่งที่อาจต้องแลกมาด้วยเช่นกัน'
'มาดริด มักจะมีนักเตะในลักษณะนี้ที่ไม่เน้นการครองบอลเพื่อคุมเกมมากนัก สิ่งสำคัญคือทีมจะต้องไม่ปล่อยให้รูปเกมขาดช่วงหรือถูกแบ่งแยกออกเป็นสองส่วน นั่นถือเป็นโจทย์ท้าทายมาตลอด'

