เทพนิยายของเดมเม
ในเดือนพฤศจิกายน เอ็นโซ่ เดมเม กำลังคิดหาชื่อให้กับลูกชายที่เพิ่งลืมตาดูโลก ซึ่งภรรยาชาวเยอรมันของเขาอยากตั้งชื่อลูกว่า 'ฟาบิโอ' แต่ เอ็นโซ่ ผู้อพยพชาวอิตาเลียนอยากให้ลูกชื่อ 'ดีเอโก้' ตามตำนานชาวอาร์เจนไตน์อย่าง ดีเอโก้ มาราโดน่า แม้ในขณะนั้นจะถูกแบนยาวถึง 15 เดือน จากการตรวจพบสารเสพติดประเภทโคเคนก็ตาม
เอ็นโซ่ ยืนกรานในความคิดของตนเองจนประสบความสำเร็จในที่สุด แม้ลูกชายที่ชื่อ 'ดีเอโก้' จะได้รับความรักในกีฬาฟุตบอลมาจากบิดาก็ตาม แต่เขาก็ไม่ได้เชียร์ นาโปลี เหมือนพ่อของเขา โดยหันไปเชียร์ เอซี มิลาน พร้อมนำเอาสไตล์การเล่นอันดุดันและมุ่งมั่นแบบ เจนนาโร่ กัตตูโซ่ มาเป็นแบบอย่าง
ดีเอโก้ เดมเม ผ่านการเล่นกับหลายสโมสรในเยอรมนีทั้ง ฮิดเดนเฮาเซน, ซุนเกิร์น, เองเงอร์-เวสเตอเรงเงอร์ และ ร็อต-ไวส์ เคิร์ชเลงเกิร์น ก่อนจะย้ายไป อาร์มีเนีย บีเลเฟลด์ ในปี 2010 และลงประเดิมสนามฐานะนักฟุตบอลอาชีพเมื่อวันที่ 4 ธันวาคมของปีนั้น
เดมเม ลงเล่นกับ บีเลเฟลด์ รวมกัน 23 นัด ก่อนจะย้ายไป พาเดอร์บอร์น ที่อยู่ลีกาสองในเดือนมกราคมปี 2012 ด้วยค่าตัว 25,000 ยูโร ซึ่งเขาได้พิสูจน์ตัวเองในฐานะนักเตะสารพัดประโยชน์ โดยลงเล่นทุกรายการรวมกัน 61 เกม
'ตอนผมอยู่ที่ พาเดอร์บอร์น โค้ชของผมคือ โรเจอร์ ชมิดท์ ซึ่งเขาเน้นการเล่นกับบอลอยู่เสมอ ส่วน มาร์คุส โครสเช่อ และ เอนีส อาลูชี่ ก็ทำผลงานในแดนกลางได้ดีมาก ผมได้รับโอกาสลงเล่นในตำแหน่งฟูลแบ็ก เนื่องจากทั้งแบ็กขวาและแบ็กซ้ายต่างมีปัญหาบาดเจ็บบ่อยครั้ง' เดมเม ย้อนความหลัง
'ผมดีใจที่ได้ลงสนามแทนที่จะต้องนั่งเป็นตัวสำรอง และสามารถช่วยทีมได้ ผมคิดว่าการได้ลองเล่นตำแหน่งอื่นๆถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยให้เราได้รับประสบการณ์และมีความยืดหยุ่นมากขึ้น เมื่อถึงคราวจำเป็น โค้ชก็สามารถส่งเราไปเล่นเป็นแบ็กขวาหรือแบ็กซ้ายได้ แต่ตำแหน่งที่แท้จริงของผมคือแดนกลาง ซึ่งทุกครั้งที่ได้เล่นตรงนั้น ผมจะรู้สึกเหมือนได้กลับมาอยู่ในที่ของตัวเอง'

อย่างไรก็ตามในช่วงเวลาที่ พาเดอร์บอร์น กำลังเข้าใกล้การเลื่อนชั้นขึ้นสู่บุนเดสลีกาเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร เดมเม กลับตัดสินใจลดระดับจากลีกาสองมาเล่นระดับลีกาสามกับ แอร์เบ ไลป์ซิก หลังการพูดคุยกับ ราล์ฟ รังนิก ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์ในขณะนั้น
เดมเม ใช้เวลาไม่นานนักในการพิสูจน์ให้เห็นว่าค่าตัว 350,000 ยูโรนั้นคุ้มค่าเพียงใด หลังมีส่วนช่วย แอร์เบ ไลป์ซิก เลื่อนชั้นสู่เวทีลีกาสองสำเร็จ ก่อนจะนำต้นสังกัดจบอันดับ 5 ในฤดูกาล 2014-2015 แม้เขาจะเริ่มต้นซีซั่นต่อมาในฐานะตัวสำรองก็ตาม แต่ เดมเม สามารถยึดตำแหน่งตัวหลักในแดนกลางอย่างถาวรหลังจากนั้นพร้อมนำทัพกระทิงแดงเมืองเบียร์เลื่อนชั้นสู่เวทีบุนเดสลีกาภายใต้การกุมบังเหียนของ รังนิก
'ช่วง 3 ปีแรกที่ ไลป์ซิก นับเป็นช่วงเวลาที่เหลือเชื่อมาก ทั้งในแง่ของการเลื่อนชั้นและทีม เพราะทุกคนในทีมต่างเป็นนักเตะอายุน้อยในช่วงวัย 22-25 ปี ทุกคนมีความกระหายในชัยชนะ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราประสบความสำเร็จ'
'เราใช้เวลา 2 ฤดูกาลกว่าจะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุด หลังจากฤดูกาลแรกในลีกาสอง เราต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนัก ดังนั้นการที่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นบุนเดสลีกาสำเร็จ จึงถือเป็นประสบการณ์ดีที่สุดในบรรดาการเลื่อนชั้นทั้ง 3 ครั้ง และเป็นการเฉลิมฉลองที่ยอดเยี่ยมที่สุดด้วย' เดมเม กล่าว
เดมเม ทำแอสซิสต์ได้ในการลงสนามสองเกมแรกของฤดูกาล 2016-2017 โดยนัดแรกคือเกม เดเอฟเบ โพคาล ที่พ่ายแพ้ด้วยการดวลจุดโทษ ซึ่งเกมนั้นแฟนบอลคู่ปรับอย่าง ดินาโม เดรสเดน ได้ขว้างหัววัวที่ถูกตัดขาดแล้วลงมาในสนาม ส่วนนัดที่สองคือการประเดิมเวทีบุนเดสลีกาของเขา
จากนั้น เดมเม มีส่วนสำคัญในแดนกลางของทัพกระทิงแดงทะยานสู่ตำแหน่งจ่าฝูงบุนเดสลีกา โดยเขาทำแอสซิสต์ในเกมกับ ฮอฟเฟนไฮม์, แวร์เดอร์ เบรเมน และ ไฟร์บวร์ก อย่างไรก็ตาพวกเขาพ่ายต่อ บาเยิร์น มิวนิค 0-3 ในเกมส่งท้ายช่วงครึ่งฤดูกาลแรก ส่งผลให้ทีมเสือใต้ฉีกหนี 3 คะแนนก่อนเข้าสู่ช่วงเบรกหนีหนาว ก่อนจะก้าวไปคว้าแชมป์ลีกเมืองเบียร์สมัยที่ 5 ติดต่อกันในที่สุด
เดมเม ไม่เคยหลีกเลี่ยงการเข้าปะทะ ความดุดันของเขาเปรียบเสมือนตัวช่วยสำคัญที่เปิดโอกาสให้บรรดาผู้เล่นเชิงรุกที่มีทักษะสูงอย่าง นาบี เกอิต้า, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก และ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ สามารถเล่นเกมรุกได้อย่างอิสระมากขึ้น

ด้วยทัศนคติที่กล้าหาญไม่เกรงกลัวใครเช่นนี้เองทำให้เขาได้รับโอกาสลงประเดิมสนามกับทีมชาติเยอรมนีในปี 2017 อีกทั้งยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้เขาสูญเสียฟันหน้าไปซี่หนึ่งระหว่างการปะทะกับ นิโกลัส ฮอฟเลอร์ ของ ไฟร์บวร์ก ในจังหวะเดียวกับที่เขาทำประตูแรกในการเล่นอาชีพสำเร็จ นอกจากนี้เขายังได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในหลายโอกาสอีกด้วย
'ผมไม่เคยอยากเป็นกัปตันทีมเลย เพราะกัปตันต้องพูดเยอะ ส่วนสไตล์การเล่นของผมคือการทุ่มเททำงานหนักในส่วนที่คนอื่นๆไม่อยากทำ และคอยสนับสนุนผู้นำทีมมากกว่า แม้จะไม่ได้มีความปรารถนาจะเป็นกัปตันทีมมาตั้งแต่ต้น แต่การได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมและเป็นผู้นำให้กับทีมที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเต็มไปด้วยนักเตะฝีเท้าดีอย่าง ติโม แวร์เนอร์ และ เอมิล ฟอร์สเบิร์ก ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับผม'
เดมเม เป็นอีกหนึ่งรากฐานสำคัญของ แอร์เบ ไลป์ซิก ที่สามารถพลิกโฉมหน้าและก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในทีมชั้นนำของบุนเดสลีกา โดยเบียดแซงสโมสรอื่นๆอย่าง ชาลเก้, มึนเช่นกลัดบัค และ โวล์ฟสบวร์ก ไปได้
นับตั้งแต่เลื่อนชั้นสู่บุนเดสลีกา แอร์เบ ไลป์ซิก ไม่เคยจบฤดูกาลต่ำกว่าอันดับ 7 โดยในช่วง 4 ฤดูกาลแรกที่ เดมเม ลงเล่นในบุนดสลีกา ทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์จบอันดับ 2, 6 และ 3 (สองครั้ง) อีกทั้งยังเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศของศึก เดเอฟเบ โพคาล ในปี 2019 แต่พวกเขาพ่ายต่อ บาเยิร์น มิวนิค 0-3 และต้องรออีก 2 ปีกว่าจะไปถึงรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง แต่ก็พ่ายแพ้ทีมเสือใต้อีกเช่นเคย
อย่างไรก็ตามในการเข้าชิงชนะเลิศในอีก 2 ครั้งถัดมา แอร์เบ ไลป์ซิก สามารถคว้าชัยชนะเหนือ ไฟร์บวร์ก และ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต คว้ารางวัลใหญ่สองรายการแรกในประวัติศาสตร์สโมสรสำเร็จ
'เราภูมิใจที่ได้เข้าถึงรอบชิงชนะเลิศในปี 2019 แต่ทุกการพ่ายแพ้นั้นเป็นเรื่องหนักหนาสาหัส การเกือบจะคว้าแชมป์มาครอง แต่กลับต้องพ่ายแพ้ มันเป็นเรื่องยากเสมอ หากไม่มี บาเยิร์น เราอาจคว้าทั้งแชมป์ลีกและบอลถ้วยไปแล้ว'
'แต่ในเยอรมนี คุณจำเป็นต้องเอาชนะทีมดีที่สุด นั่นคือ บาเยิร์น คุณภาพของสโมสรอย่าง บาเยิร์น นั้นถือว่ามีช่องว่างห่างจากสโมสรอื่นๆอยู่มาก แม้ เลเวอร์คูเซ่น จะเคยคว้าแชมป์บุนเดสลีกาตัดหน้าพวกเขาเมื่อ 2 ปีก่อนก็ตาม แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ทำได้ยากมากจริงๆ'

ในช่วงที่ แอร์เบ ไลป์ซิก กำลังเตรียมตัวหวนคืนสนามหลังเบรกหน้าหนาวในฤดูกาล 2019-2020 ตัวแทนของ เดมเม แจ้งให้เขาทราบว่า นาโปลี แสดงความสนใจจะดึงเขาไปร่วมทีม
หากมองตามเหตุผลแล้ว การอยู่กับ แอร์เบ ไลป์ซิก ดูจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะในขณะนั้นทีมกระทิงแดงเมืองเบียร์กำลังรั้งตำแหน่งจ่าฝูงบุนเดสลีกา โดยมีคะแนนนำอยู่ 2 แต้ม และกำลังเตรียมตัวสร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศรายการแชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ นาโปลี กำลังเผชิญวิกฤต โดยอยู่อันดับ 8 ของเวที เซเรีย อา
แม้ เดมเม จะเปิดกว้างสำหรับการย้ายทีมในช่วงซัมเมอร์ก็ตาม แท้ท้ายที่สุด หัวใจของเขาก็เอาชนะเหตุผล เพราะเขาไม่อาจปล่อยโอกาสที่จะเล่นกับ นาโปลี ทีมโปรดของคุณพ่อหลุดมือไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งทีมดังเมืองเนเปิ้ลส์ได้แต่งตั้ง กัตตูโซ่ ไอดอลวัยเด็กของเขาเป็นเทรนเนอร์คนใหม่แทน คาร์โล อันเชล็อตติ
'พอมองย้อนกลับไป มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมาก พ่อตั้งชื่อผมว่า 'ดีเอโก้' แล้วผมก็ได้ย้ายมาเล่นกับ นาโปลี โดยมี กัตตูโซ่ ไอดอลของผมเป็นคนดึงตัวมา มันจะเป็นไปได้อย่างไร? เหมือนหลุดออกมาจากนิยายเลย ผมจำวันแรกที่ไปถึงเนเปิ้ลส์ได้ดี ผมเห็นว่า มาราโดน่า เปรียบเสมือนพระเจ้าสำหรับที่นั่น ทุกครั้งที่ผู้คนเห็น มาราโดน่า ทางโทรทัศน์ พวกขเาจะทำท่ากางเขน (สัญลักษณ์ทางศาสนา) ผมถึงกับอุทานว่า 'ว้าว ที่มันสุดยอดจริงๆ'' เดมเม กล่าว
เดมเม ลงเล่นตัวจริงในแดนกลางทันที และมีส่วนช่วย นาโปลี เอาชนะทั้ง เปรูจา, ลาซิโอ, อินเตอร์ มิลาน และ ยูเวนตุส จนคว้าแชมป์ โคปปา อิตาเลีย ในปี 2020 สำเร็จ ซึ่งเป็นการคว้าโทรฟี่แชมป์ครั้งแรกในรอบ 6 ปีของสโมสร แต่ต่อมาอีก 6 เดือน มาราโดน่า เกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและเสียชีวิตขณะนอนหลับ ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้สร้างความเศร้าโศกอย่างมากต่อเมืองเนเปิ้ลส์ที่กำลังเผชิญวิกฤตการแพร่ระบาดของ โควิด-19
ทั้ง เดมเม และเพื่อนร่วมทีมได้ร่วมกันสานต่อตำนานของ มาราโดน่า โดยนำทีมคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้กลับสู่เมืองเนเปิ้ลส์ครั้งแรกในรอบ 33 ปี ซึ่งเป็นการเติมเต็มความฝันที่เคยดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้เมื่อปราศจากตำนานชาวอาร์เจนไตน์
ผลงานการทำประตูของ เดมเม ยังพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในอิตาลี เขาทำเพียง 2 ประตูกับ 17 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 214 เกมกับ แอร์เบ ไลป์ซิก ช่วงที่เขาอยู่กับ นาโปลี ทำได้ถึง 5 ประตูกับ 5 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 92 เกม
แม้ เดมเม จะไม่สามารถกลับมาอยู่ในฟอร์มดีที่สุดหลังจากพลาดการลงเล่นในช่วงต้นฤดูกาล 2022-2023 เนื่องจากการบาดเจ็บเท้า แต่เขายังคงเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมภายใต้การดูแลของ ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ
'ในแง่แท็กติก สปัลเล็ตติ ยอดเยี่ยมมาก รวมถึงการเตรียมทีมก่อนลงแข่งขันด้วย แม้ว่าผมจะไม่ได้ลงเล่นมากนักในปีที่คว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ แต่เขาก็ทำให้ผมรู้สึกเสมอว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของทีม ทุกๆ 6 นัด เขาจะให้โอกาสผมลงเล่นประมาณ 30 นาที และหลังจบการฝึกซ้อม เขามักจะบอกผมว่า 'วันนี้ซ้อมได้ดีนะ' บางครั้ง เขาเพียงแค่พูดกับนักเตะที่ไม่ได้ลงสนามแค่ 2 หรือ 3 ประโยค ก็สามารถทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นได้ ซึ่งเขาทำในเรื่องนี้ได้ดีมากจริงๆ'

นาโปลี ผ่านฤดูกาลป้องกันแชมป์ที่ย่ำแย่ โดยจบอันดับ 10 และมีการเปลี่ยนเทรนเนอร์ถึง 3 คน หลัง สปัลเล็ตติ อำลาตำแหน่ง ส่วน เดมเม นั้นได้ย้ายกลับเยอรมนีหลังสิ้นสุดสัญญา เขาลงเล่นกับ แฮร์ธ่า เบอร์ลิน บนเวทีลีกาสอง 39 เกม แต่หลังจากเผชิญปัญหาบาดเจ็บ 2 ครั้งในช่วง 2 ฤดูกาล เขาตัดสินใจยุติอาชีพค้าแข้งเมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมาด้วยวัย 34 ปี
เดมเม เผยว่าเขายังคงรักษาความเชื่อมโยงกับ นาโปลี ผ่านบทบาทการเป็นเจ้าของร่วมและกรรมการผู้จัดการของ Capvin ซึ่งเป็นเครือร้านพิซซ่าสไตล์นาโปลีในย่าน เบอร์ลิน-มิตเตอ
'เพราะช่วงเวลาที่ผมอยู่ นาโปลี ทำให้ผมได้พบกับ วินเชนโซ่ คาปูอาโน่ หนึ่งในคนทำพิซซ่าเก่งที่สุดในโลก เขามีร้านพิซซ่าในอิตาลี 40-50 แห่ง เรากลายเป็นเพื่อนกัน ผมก็ชื่นชอบพิซซ่าสไตล์นี้อยู่แล้ว จึงอยากช่วยเขาขยายธุรกิจไปทั่วโลก ผมเลยบอกเขาว่า 'เราเอาพิซซ่านี้ไปเปิดที่เยอรมนีกันเถอะ' เขาก็ตอบกลับมาว่า 'ได้เลย ทำไมจะไม่ล่ะ''
'ผมชอบธุรกิจนี้นะ เพราะมันไม่เหมือนกับการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อย่างการซื้อบ้านเพื่อทำกำไร การทำร้านพิซซ่ามันต่างออกไป คุณจะได้เห็นผู้คนมีความสุข เมื่อเดินเข้าไปในร้าน คุณจะสัมผัสได้ถึงพลังบวก และเห็นเชฟพิซซ่าตั้งใจทำงานกันอย่างเต็มที่'
'มันเป็นการลงทุนอีกรูปแบบหนึ่งที่อาจจะมีความเสี่ยงสูงกว่า แต่ผมตัดสินใจลงทุนครั้งนี้ด้วยใจจริง บางทีช่วงปลายปีนี้ เราอาจจะเปิดสาขาเพิ่มที่ประเทศจอร์เจียกับ ควีชา ควารัตส์เคเรีย ก็ได้'

