แนวคิดการนอนของโรนัลโด้

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2569 คอลัมน์ ลูกหนังนอกกรอบ โดย JOKE
52
ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีจนสามารถค้าแข้งได้อย่างยาวนานจนถึงอายุ 41 ปี

นิค ลิตเติลเฮลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับชาวอังกฤษได้เปิดเผยเรื่องราวเกี่ยวกับการทำงานร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซี่งเขามีส่วนช่วยให้กองหน้าวัย 41 ปีเป็นนักฟุตบอลที่เก่งสุดในโลก

ลิตเติลเฮลส์ มีความเชี่ยวชาญในการช่วยให้นักกีฬานำเรื่องการนอนหลับมาเป็นส่วนสำคัญของการฝึกซ้อมและการฟื้นฟูร่างกาย โดยเขาให้คำแนะนำในด้านต่างๆ อย่างเช่นกิจวัตรการนอน การงีบหลับ การตัดสภาพแวดล้อมในห้องนอน การเลือกที่นอน การจัดการแสงสว่าง รวมถึงการบริหารเวลาพักผ่อนท่ามกลางตารางการแข่งขันที่อัดแน่น

ด้วยประสบการณ์ทำงานร่วมกับสโมสรชั้นนำมากมายอย่าง ลิเวอร์พูล, แมนฯยูไนเต็ด, อาร์เซน่อล, แมนฯซิตี้, เรอัล มาดริด, เชลซี และทีมชาติอังกฤษ ดังนั้น ลิตเติลเฮลส์ จึงถือเป็นบุคคลอ้างอิงอันดับต้นๆ ในด้านความเชี่ยวชาญเรื่องการนอนหลับ

ลิตเติลเฮลส์ เคยให้คำปรึกษาแก่ยอดแข้งชื่อดังหลายคน อาทิ เดวิด เบ็คแฮม, เธียร์รี่ อองรี, เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน, พอล สโคลส์ และอีกมากมาย เขาเผยว่า โรนัลโด้ นั้นเหนือกว่าคนอื่นๆอย่างชัดเจน

โรนัลโด้ ให้ความสำคัญกับการนอนอย่างพิถีพิถันอยู่แล้วก่อนที่คุณจะร่วมงานกับเขา หรือมีสิ่งใดที่คุณแนะนำให้เขาปรับเปลี่ยนบ้าง?

'โรนัลโด้ เป็นนักกีฬาที่ไม่มีใครเทียบได้ เขาทุ่มเททั้งเวลาและเงินทุนอย่างต่อเนื่องให้กับวิธีการฟื้นฟูร่างกายในแบบที่นักเตะคนอื่นๆ มักจะมองข้าม เมื่อโซเชียลมีเดียได้รับความนิยมมากขึ้น เขาก็เริ่มเผยเรื่องนิสัยการนอนของตัวเองโดยแบ่งการนอนเป็นรอบ รอบละ 90 นาที วันละ 5 รอบ พร้อมทั้งโพสต์เรื่องนี้ลงบนโลกออนไลน์'

'ผู้คนจึงเข้าใจไปเองว่าเขาได้รับแนวคิดนี้มาจากผม จนกระทั่งมีบทความต่างๆเรียกผมว่าเป็น 'โค้ชด้านการนอนของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้' ซึ่งเขาก็ไม่เคยปฏิเสธหรือให้ทนายความติดต่อมาเพื่อยุติการเชื่อมโยงดังกล่าว ผมเชื่อว่าหากเราได้พบกันในวันี้ เขาก็น่าจะยอมรับว่าเขาได้นำบทเรียนเหล่านั้นไปปรับใช้ และใช้มันเป็นพลังขับเคลื่อนให้เส้นทางอาชีพของเขาประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม'


มีอะไรเกี่ยวกับกิจวัตรการนอนหรือการฟื้นฟูร่างกายของ โรนัลโด้ ที่ทำให้คุณประหลาดใจบ้างหรือไม่?

'แม้ผมจะเชื่อว่า โรนัลโด้ ใช้ประโยชน์จากแนวทางหรือตัวช่วยต่างๆอย่างเต็มที่ แต่เขาก็ฉลาดพอที่จะประเมินว่าสิ่งเหล่านั้นส่งผลดีจริงหรือไม่ เขาอาจพิจารณาอุปกรณ์ติดตามตัวหรือกระแสนิยมใหม่ๆ แล้วตั้งคำว่า 'สิ่งนี้จะสร้างปัญหาหรือความกังวลเพิ่มขึ้นให้ผมหรือเปล่า? ถ้าใช่ ผมหาวิธีอื่นจัดการดีว่า' เขามีวิจารณญาณมากพอที่จะมองดูแนวทางเหล่านั้นแล้วพูดว่า 'ผมไม่สนหรอกว่ากระแสนิยมจะว่าอย่างไร ถ้าผมไม่เชื่อมั่นในมัน ผมก็จะไม่ใช้มัน''

การนอนหลับไม่เพียงพอสามารถส่งผลเสียอย่างร้ายแรงต่อสมรรถภาพของนักกีฬาตั้งแต่เรื่องความเร็วและความอึดของร่างกาย ไปจนถึงการตัดสินใจ การฟื้นฟูร่างกาย และความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บ โดย ลิตเติลเฮลส์ เผยว่าทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญในโลกฟุตบอลยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ โรนัลโด้ สามารถทำลายสถิติต่างๆได้อย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะมีอายุ 41 ปีแล้วก็ตาม

'เหมือนกับที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะไม่รับประทานอาหารมื้อหนักก่อนลงสนาม เพราะเขาต้องการควบคุมทุกปัจจัยเล็กๆน้อยๆ เข้าสู่ร่างกาย การปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับคือการควบคุมตัวแปรต่างๆ เพื่อให้ได้สมรรถภาพที่ดีขึ้นเช่นกัน มันช่วยทั้งในเรื่องการจัดการอารมณ์ การตัดสินใจ ความตื่นตัว การรับรู้สถานการณ์ และความรู้สึกทางร่างกายในสนาม โดยเฉพาะในยุคที่นักเตะทุกคนถูกกล้องจับจ้องอยู่ตลอดเวลา'

'โลกฟุตบอลเปลี่ยนไปมาก เพราะปัจจุบันมีการติดตามและเก็บข้อมูลต่างๆมากขึ้น เรามีสิ่งที่เรียกว่า วีเออาร์ มีกล้องถ่ายทอดสออยู่ทุกหนทุกแห่ง และมีการรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของทั้งนักเตะ ทีมสตาฟฟ์ และผู้จัดการทีมในระดับที่คาดไม่ถึง'

'ไม่มีที่ให้หลบซ่อน ไม่มีที่ให้ไป และคุณไม่สามารถควบคุมมันได้ คุณทำได้เพียงยอมรับมันและตระหนักว่า ในหลายๆครั้ง ผู้คนไม่ได้ต้องการจะตบไหล่ชื่นชมคุณหรอก แต่พวกเขาจ้องจะวิพากษ์วิจารณ์และวิเคราะห์ทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำในทุกๆเกมที่ลงสนาม'


สิ่งใดที่ทำให้ โรนัลโด้ แตกต่างจากนักฟุตบอลระดับแนวหน้าคนอื่นๆที่คุณเคยร่วมงานด้วย ในแง่ของทัศนคติที่มีต่อการนอนหลับและสุขภาพของเขาบ้างหรือไม่?

'ตอนที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายมา แมนฯยูไนเต็ด เขาได้เห็นว่า ไรอัน กิ๊กส์ ดูแลตัวเองอย่างไร โรนัลโด้ จึงรีบปรับความคิดโดยเปิดรับทุกคำแนะนำจากโค้ชและผู้เชี่ยวชาญ อีกทั้งยังกระตือรือร้นที่จะแสวงหาวิธีใหม่ๆเพื่อพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ'

'ตอนที่ผมย้ายไปร่วมงานกับ เรอัล มาดริด ในปี 2013 โรนัลโด้ ก็อยู่ที่นั่นแล้ว เส้นทางของผมสู่มาดริดเริ่มต้นที่ เชลซี โดยได้ร่วมงานกับ คาร์โล อันเชล็อตติ, พอล คลีเมนต์, แจ็ค เนย์เลอร์ หัวหน้าฝ่ายสมรรถภาพร่างกาย และเพื่อนรักผู้ล่วงลับของผมอย่าง นิค บรอด นักโภชนาการ'

'ตอนที่ อันเชล็อตติ ย้ายไป เปแอสเช และต่อมาคือ เรอัล มาดริด เขาก็พา เนย์เลอร์ ไปด้วย ผมได้รับเชิญให้ไปที่ศูนย์ฝึกซ้อมของ เรอัล มาดริด ที่ บัลเดเบบาส ซึ่งในตอนนั้นถือว่าล้ำหน้ากว่าที่อื่นมาก เพราะห้องพักส่วนตัวของนักเตะแต่ละคนใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือในการเข้าถึง เราได้ตรวจสอบห้องพัก กระบวนการต่างๆ และกิจวัตรประจำวันของพวกเขา โดยผมทำงานร่วมกับทีมสตาฟฟ์เป็นหลัก ซึ่งทีมสตาฟฟ์เหล่านี้จะคอยแปลและส่งต่อข้อมูลไปยังนักเตะดาวดังทั้งหลาย'

'ระหว่างช่วงการฝึกซ้อมเหล่านั้น โรนัลโด้ มักจะมาซ้อมอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร โดยเขาจะคอยอยู่ตรงนั้นและรับฟังอยู่เสมอ เพราะเขาจำผมได้ตั้งแต่ตอนยังอยู่ที่ แมนฯยูไนเต็ด'

'ที่น่าสนใจคือหลังจากผมมาถึงได้ไม่กี่วัน แกเร็ธ เบล ก็ย้ายมาค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัว 80 ล้านปอนด์ ทันทีที่เขาเดินเข้ามา เขาก็ขอใช้เวลาพูดคุยกับผม เราจึงนั่งปรึกษาร่วมกับแพทย์ประจำทีมเพื่อหารือในทุกประเด็น ทั้งเรื่องสโมสรใหม่ ประเทศใหม่ วัฒนธรรมใหม่ รวมถึงกลยุทธ์การฟื้นฟูร่างกายด้วยการนอนหลับ'

แม้ว่ายาช่วยนอนหลับจะทำให้คนเราหลับได้ก็ตาม แต่สำหรับนักกีฬาแล้ว การหมดสติไปนานหลายชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะได้การนอนหลับที่มีคุณภาพและช่วยฟื้นฟูร่างกายอย่างแท้จริง

ลิตเตลเฮลส์ เปิดเผยอย่างตรงไปตรงมาว่านักกีฬาอายุน้อยกำลังทำลายกระบวนการฟื้นฟูร่างกายของตนเองด้วยการใช้ยาช่วยนอนหลับ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่อาจถึงขั้นทำลายอาชีพค้าแข้งของพวกเขาได้เลย


จากนักฟุตบอลที่คุณเคยร่วมงานด้วย นิสัยแย่ๆแบบไหนที่พบเจอบ่อยที่สุดในบรรดานักเตะเหล่านี้?

'หลายคนอาจคิดว่านักกีฬารุ่นใหม่ที่มีศักยภาพจะสามารถลงเล่นต่อไปได้จนถึงช่วงปลายอายุ 30 หรือแตะหลัก 40 ปีนั้น น่าจะมีวิถีชีวิตที่ดีต่อสุขภาพมากกว่า แต่โลกที่พวกเขาอาศัยอยู่นั้นแตกต่างจากยุคของ ไรอัน กิ๊กส์ ในช่วงทศวรรษที่ 90 หรือยุคของ ลีโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในช่วงทศวรรษที่ 2010 อย่างสิ้นเชิง'

'แม้ในปัจจุบัน โค้ชและผู้จัดการทีมจะสามารถรวบรวมข้อมูลได้มากกว่ายุคใดๆ แต่ในความเป็นจริง พวกเขากลับมีอำนาจควบคุมตัวผู้เล่นได้น้อยลงมาก ย้อนไปในช่วงปี 2012-2016 การเข้าถึงยานอนหลับยังไม่ได้เป็นไปอย่างอิสระไร้การควบคุมเช่นทุกวันนี้ การจะหามาใช้ไม่ใช่เรื่องง่าย ด้วยช่องทางออนไลน์ที่เปิดกว้าง ทำให้การเข้าถึงยาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องง่ายดาย ซึ่งยากเหลือเกินที่จะสกัดกั้น'

'เวลาที่นักกีฬาหรือองค์กรต่างๆติดต่อมาหาผม จุดประสงค์มักจะเป็นเรื่องการพัฒนาสมรรถภาพ สุขภาพ ความเป็นอยู่ที่ดี และความตื่นตัว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปในภายหลังคือ สโมสรต่างๆเริ่มเรียกตัวผมเข้าไปจัดการปัญหาที่นักกีฬาทำ พฤติกรรมที่ส่งผลเสียต่อตัวเอง'

'ผมพยายามอธิบายให้พวกเขาเข้าใจ แม้ยาบางชนิดอาจทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ในชั่วขณะ แต่มันจะทำให้พวกเขาไม่สามารถยืนระยะในระดับสูงสุดได้เกินอายุ 25 ปี เมื่อนักกีฬาคนใดพูดว่า 'มันไม่เห็นจะเป็นอันตรายอะไรเลย ก็แค่ยานอนหลับเอง' ผมก็จะบอกเขาไปว่า 'เอาเลย ทำต่อไปเถอะ แล้วอีก 12 เดือนข้างหน้า เราคงได้เจอกันตอนที่คุณไปเล่นอยู่ใน ลีก ทู แน่'


ถ้าไม่อยากพลาดทุกข่าวสารของวงการกีฬา โปรดติดตามเรา :
เพิ่มเพื่อน
Share
Twitter
Share
ระดับ : {{val.member.level}}
{{val.member.post|number}}
ระดับ : {{v.member.level}}
{{v.member.post|number}}
ระดับ :
ดูความเห็นย่อย ({{val.reply}})

ข่าวใหม่วันนี้

ดูทั้งหมด