ไม่แฟร์
ตอนนี้ อาร์เซน่อล ชุดปัจจุบันเหลืออีกเพียง 9 นัดก็จะยุติการรอคอยอันแสนทรมานนั้นได้แล้้ว โดยพวกเขานำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 7 แต้ม ซึ่ง ซิตี้ ยังมีเกมเหลืออยู่ในมืออีก 1 นัด
อาร์เซน่อล ยังจบอันดับหนึ่งในรอบลีก เฟส แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยชัยชนะ 8 นัดรวด พวกเขาจะพบกับ เรือใบสีฟ้า ในนัดชิงชนะเลิศ คาราบาว คัพ ที่เวมบลีย์ และก็ผ่าน แมนส์ฟิลด์ ในรอบ 5 ของเอฟเอ คัพ ไปได้แล้ว
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน อาร์เซน่อล อาจสร้างฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรได้เลย
แต่ทว่า สถานการณ์กลับพลิกผันสำหรับ อาร์เซน่อล เมื่อทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ถูกมองวว่่าน่าเบื่อและเน้นผลการแข่งขันมากเกินไป พึ่งพาความเชี่ยวชาญด้านลูกตั้งเตะมากกว่าสไตล์การเล่นแบบดั้งเดิมในการคว้าแชมป์
การตัดสินสุดท้ายจะเกิดขึ้นเมื่อจบฤดูกาล แต่ถ้าเป้าหมายคือการคว้าชัยชนะ อาร์เซน่อล ก็ทำได้ถูกต้องแล้ว คนที่ไม่ชอบอาจจะไม่แปลกใจหากมันนำไปสู่ความสำเร็จที่รอคอยมายาวนาน
จิตใจ
เกมที่ อาร์เซน่อล ชนะ เชลซี 2-1 ในบ้านเมื่อต้นเดือนนี้เต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ก็ถือว่าพวกเขาตอบสนองต่อผลเสมอกับ วูล์ฟส์ ที่กำลังจะตกชั้นแบบขายหน้า ผลการแข่งขันนั้นเกิดขึ้นต่อจากชัยชนะเหนือ สเปอร์ส 4-1 ในนอร์ทลอนดอนดาร์บี้
นี่คือการแสดงให้เห็ฯถึงความแข็งแกร่งทางจิตใจที่ผู้สังเกตการณ์ภายนอกเรียกร้อง แต่พวกเขาก็ยังถูกวิจารณ์อีกครั้งสำหรับการทำประตูทั้งสองลูกจากลูกเตะมุม
มันเป็นกระสุนใหม่สำหรับผู้ที่ตำหนิ อาร์เซน่อล ว่าเล่นแบบมิติเดียว แต่ อาร์เตต้า มีสิทธิ์ที่จะชี้ให้เห็นว่าเขากำลังใช้สิ่งที่เกือบจะเทียบเท่าอาวุธร้ายแรง (และถูกกฎ) ผ่านการทำงานของโค้ชลูกนิ่งชาวฝรั่งเศสอย่าง นิโกล่าส์ โยเวอร์ และการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยมของ เดแคลน ไรซ์
ชัยชนะที่เฉียดฉิวและได้มาอย่างยากลำบากมักได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการคว้าแชมป์ ซึ่งเป็นสิ่งที่สงวนไว้สำหรับทีมแชมป์
อาร์เซน่อล ถูกวิจารณ์มาแล้วหลายครั้งเกี่ยวกับการพลาดโอกาสและผลเสียที่เกิดขึ้นภายใต้ความกดดันในอดีต และพวกเขายังคงถูก ซิตี้ ไล่ตามมาติดๆ
วันแห่งโชคชะตาอาจมาถึงในเดือนเมษายน เมื่อ อาร์เซน่อล จะพบกับ ซิตี้ ที่สนามเอติฮัด สเตเดี้ยม
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ อาร์เซ่นอล อยู่ในสถานการณ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังคงไม่ได้รับความนิยมมากนักนอกพื้นที่ของพวกเขาในลอนดอนเหนือ
สรุปแล้วคือ ถ้า อาร์เซน่อล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก (ยังมีถ้วยรายการอื่นที่ยังได้ลุ้นอยู่อีก) จะไม่มีแฟนบอลคนไหนไม่พอใจเลย ไม่มีใครใน อาร์เซน่อล จะพูดถึงเรื่องจำนวนประตูจากลูกตั้งเตะ หรือความสวยงามของประตูเหล่านั้น หากการเฉลิมฉลองเริ่มต้นขึ้น
หน้าที่ของ อาร์เตต้า คือการทำให้ผู้บริหารและแฟนบอล อาร์เซน่อล พอใจ ไม่ใช่เพื่อเอาใจเหล่านักวิเคราะห์หรือแฟนบอลคู่แข่งให้ต้องมาชอบพวกเขา
หน้าที่ของเขาคือการคว้าชัยชนะ และเขาก็กำลังทำได้
เงื่อนไขก็คือ อาร์เตต้า ต้องคว้าแชมป์ให้ได้ในตอนนี้ โดยเฉพาะแชมป์พรีเมียร์ลีก เพราะถ้า ปืนใหญ่ ไม่ได้แชมป์อีกฤดูกาล เขาก็จะถูกตั้งคำถาม
การไม่ได้แชมป์อีกฤดูกาลนั้นจะถือว่านานเกินไป
การวิจารณ์สไตล์ของ อาร์เซน่อล มันไม่แฟร์เกินไปรึเปล่า?
อาร์เตต้า และ อาร์เซน่อล ต้องรักษาความนิ่งเอาไว้ ซึ่งเราทุกคนต่างตั้งคำถามถึงเรื่องนี้
แต่ดูเหมือนจะขัดแย่งกันอยู่บ้างที่จะวิจารณ์สไตล์การเล่นของ อาร์เซน่อล เมื่อพวกเขาทำผลงานตกลงไป แล้วก็มาจับผิดอีกครั้งเมื่อเข้าสู่เดือนมีนาคมในขณะที่พวกเขายังมีลุ้นแชมป์ทั้ง 4 รายการใหญ่
นี่คือสิ่งที่ อาร์เตต้า หมายถึงเมื่อเขาพูดถึง "เสียงวิจารณ์" รอบๆ การลุ้นแชมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสโมสรของคุณไม่ได้คว้าแชมป์มาตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04
ดังนั้น การวิจารณ์สไตล์การเล่นที่เป็นระบบของ อาร์เซน่อล นั้นแฟร์แล้วหรือไม่?
อาร์เซน่อล ทำประตูได้มากที่สุด (59) และเสียประตูน้อยที่สุด (22) ในพรีเมียร์ลีก ดังนั้นผลต่างประตูของพวกเขาที่ +37 จึงสูงที่สุด
อย่างที่คาดการณ์ได้ อาร์เซน่อล นำหน้าในเรื่องประตูที่ได้จากลูกตั้งเตะ รวมถึงลูกจุดโทษ โดยทำไป 21 ประตู เทียบเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ได้ 15 ประตูตามมาเป็นอันดับสอง
พวกเขาทำประตูจากลูกเตะมุมได้ 27.6% ของประตูทั้งหมดในฤดูกาลนี้ โดยทำไป 16 ประตู ขณะที่ สเปอร์ส มีค่าเฉลี่ยอันดับหนึ่งในด้านนี้ โดยทำประตูจากลูกเตะมุม 13 ลูก จากทั้งหมด 38 ประตู คิดเป็น 34.2%
อาร์เซน่อล มีโอกาสสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษของคู่แข่งมากกว่าทุกทีม ตามมาด้วย ลิเวอร์พูล ในอันดับสอง พวกเขารั้งอันดับสองร่วมกับ เบรนท์ฟอร์ด ในเรื่องการสร้างโอกาสสำคัญ โดยวัดจากสถิติของ อ็อปต้า
แมนฯ ซิตี้ ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คว้าแชมป์ 6 สมัยภายใต้การคุมทีมของกุนซือชาวกาตาลัน และคู่แข่งใกล้เคียงที่สุดอย่าง ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ คว้าแชมป์ได้ 1 สมัย ก่อนที่ อาร์เน่อ สล็อต ซึ่งมาสืบทอดจะทำได้ในฤดูกาลแรกของเขา
สไตล์ของ กวาร์ดิโอล่า ได้กลายเป็นแบบอย่างของแฟนบอลสายอนุรักษ์นิยม ในขณะที่ "ฟุตบอลเฮฟวี่เมทัล" ที่ดุดันของ คล็อปป์ นั้นเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นเร้าใจ
อาร์เตต้า ทำให้ อาร์เซน่อล เล่นอย่างมีเหตุผลมากขึ้นในการพยายามนำมงกุฎที่รอคอยฝมานานมายังถิ่นเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม
มีมากกว่าหนึ่งวิธีที่จะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก และหากแนวทางที่เรียบง่ายของ อาร์เตต้า สามารถยุติการอคอย 22 ปีนั้นลงได้ ก็คงไม่มีแฟนบอล อาร์เซน่อล คนไหนสนใจหรอกว่านักวิจารณ์จะพูดอะไรกัน

