อีกขั้นจาก จู๊ด
ดาวเตะจาก เรอัล มาดริด เคยถูกตัดชื่อออกจากทีม สิงโตคำราม ของ โธมัส ทูเคิ่ล เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2025 จนทำให้ตำแหน่งของเขาในฟุตบอลโลกสั่นคลอน โดยกุนซือชาวเยอรมันเคยกล่าวไว้ว่า เบลลิงแฮม จะไม่ได้รับสิทธิพิเศษในฐานะซูเปอร์สตาร์แต่อย่างใด
ทว่าท้ายที่สุด เบลลิงแฮม ก็สามารถคว้าตั๋วไปลุยศึกฟุตบอลโลกได้สำเร็จ และถือเป็นผู้เล่นที่โดดเด่นที่สุดของทีม โดยจบรายการด้วยการเป็นดาวซัลโวสูงสุดของ อังกฤษ ที่จำนวน 7 ประตู พร้อมช่วยพาทีมผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศและคว้าอันดับที่ 3 มาครองได้
เขาได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นนักเตะระดับโลกผ่านผลงานอันยอดเยี่ยมทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ แต่ฟอร์มการเล่นในเกมที่ช่วยให้ อังกฤษ บุกถล่ม โครเอเชีย ไปอย่างขาดลอย 7-0 ในศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น แสดงให้เห็นว่าเขากำลังก้าวขึ้นไปอีกระดับหนึ่งอย่างแท้จริง
ดาวเตะวัย 23 ปี มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในเกมที่ริเยก้า โดยนอกจากจะทำประตูได้แล้ว เขายังทำผลงานระดับแฮตทริกแอสซิสต์อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้สวมปลอกแขนกัปตันทีมในช่วงท้ายเกม ในขณะที่ อังกฤษ สร้างประวัติศาสตร์ยัดเยียดความพ่ายแพ้ครั้งย่อยยับที่สุดให้กับทีมชาติโครเอเชีย
"เบลลิงแฮม มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นไปเป็นหนึ่งในนักเตะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล" รอย คีน อดีตกองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติไอร์แลนด์ กล่าวผ่านทางสถานีโทรทัศน์ไอทีวีหลังจบเกม
"ในเวลานี้ เขาคือนักฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมาก เขามีครบเครื่องทุกอย่าง ทั้งพละกำลังในการวิ่ง การผ่านบอล และความอันตรายในการทำประตู เมื่อดูจากพัฒนาการของเขาแล้ว ผมยังเชื่อว่าเราจะได้เห็นอะไรที่เหนือชั้นกว่านี้จากตัวเขาอีกมาก"
เบลลิงแฮม ซึ่งเพิ่งได้รับโหวตให้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของอังกฤษ เป็นปีที่สองติดต่อกัน ได้รับการยกย่องจาก แม็ทธิว อัพสัน อดีตกองหลังทีมชาติอังกฤษที่ให้สัมภาษณ์กับ บีบีซี ว่า เขาคือคนที่ "จองสัมปทานตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์หมายเลข 10" ของทีมชาติอังกฤษในอนาคตไว้อย่างแน่นอนแล้ว
คีน กล่าวเสริมว่า "เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมยามที่ได้ครองบอล แต่สิ่งที่เขาทำในจังหวะที่ไม่มีบอลนั้นช่วยยกระดับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ ขึ้นมาด้วย"
"การมีนักเตะที่เก่งกาจขนาดนี้อยู่ในทีม ผู้ซึ่งเล่นกับบอลได้อย่างน่าทึ่งและสร้างผลงานอันยอดเยี่ยมให้กับ เรอัล มาดริด รวมถึงมีความขยันขันแข็งแม้ในยามที่ไม่มีบอล สิ่งเหล่านี้ย่อมสร้างแรงบันดาลใจให้กับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ เขาถือเป็นผู้นำคนสำคัญของทีมอย่างแท้จริง"
ก้าวไปอีกขั้นเพื่อไม่ให้ทีมอื่นไล่ตามทัน
สี่ประสานในแนวรุกของ อังกฤษ ต่างได้รับคำชื่นชมจากผลงานอันยอดเยี่ยมในการเจาะทะลวงเกมรับของ โครเอเชีย
แฮร์รี่ เคน เจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดทำได้ 2 ประตู เช่นเดียวกับ บูกาโย่ ซาก้า ส่วน แอนโธนี่ กอร์ดอน ก็ทำได้ทั้งประตูและแอสซิสต์
เคน จะกลับมาเป็นจุดสนใจอีกครั้งในวันอังคารนี้ เมื่อเขามีโอกาสทำสถิติลงสนามให้ทีมชาติอังกฤษมากที่สุดตลอดกาลเทียบเท่ากับ ปีเตอร์ ชิลตัน ในเกมที่จะพบกับ สาธารณรัฐเช็ก ที่เวมบลีย์
การขยับยอดรวมประตูในนามทีมชาติเป็น 89 ลูกของดาวยิงวัย 33 ปี ตอกย้ำให้เห็นอีกครั้งว่าเขาเป็นผู้เล่นที่ขาดไม่ได้สำหรับพลพรรค สิงโตคำราม แต่ในจังหวะที่เขาถูกเปลี่ยนตัวออกเพื่อพักร่างกายในช่วง 20 นาทีสุดท้าย เบลลิงแฮม ก็เป็นผู้เข้ามารับหน้าที่สวมปลอกแขนกัปตันทีมแทน
เหตุการณ์ดังกล่าวช่วยเน้นย้ำถึงความสำคัญของดาวเตะรุ่นน้องรายนี้ในฐานะผู้นำภายในทีม
นอกจากนี้ เบลลิงแฮม ยังมีส่วนร่วมโดยตรงกับประตูมากกว่า 2 ลูกในเกมทีมชาติเป็นครั้งแรก และเขายังกลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำได้ถึง 3 แอสซิสต์ในเกมเดียวให้กับ อังกฤษ นับตั้งแต่ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เคยทำไว้ในเกมพบกับ ซานมารีโน เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2021
ฟอร์มการเล่นในจังหวะเกมรุกของ เบลลิงแฮม คือสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับ เอียน ไรท์ อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษ
"เวลาที่ เบลลิงแฮม อยู่ในสนาม เขาจะคอยขับเคลื่อนเกมไปข้างหน้าและพยายามบุกตะลุยอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน" ไรท์ กล่าว
"เขามีส่วนร่วมกับทุกจังหวะ ทั้งเรื่องสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง ทักษะเชิงลูกหนัง และความมุ่งมั่นทุ่มเท เขาไม่เคยผ่อนเกมเลย วิธีที่เขาเติมเกมเข้าไปในกรอบเขตโทษ เขาจะหาพื้นที่ว่างจนไม่มีใครประกบได้เสมอ เขาจะไปโผล่อยู่ตรงจุดนั้นตลอดเวลา"
เบลลิงแฮม แสดงศักยภาพออกมาให้เห็นในทุกมิติของเกมกับ โครเอเชีย จนทำให้ ทูเคิ่ล ถูกถามโดย บีบีซี ว่านักเตะรายนี้ได้ยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอีกขั้นแล้วหรือไม่
"ใช่เลย ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น และคุณก็จำเป็นต้องทำแบบนั้นอยู่เสมอด้วย" ทูเคิ่ล กล่าว
"มันเหมือนกับว่าคุณจะหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ คุณต้องพัฒนาตัวเองและต้องพยายามยกระดับฝีเท้าขึ้นไปอีกขั้น ไม่อย่างนั้นทีมอื่นๆ ก็จะไล่ตามคุณทัน"
ทูเคิ่ล กล่าวว่าฟอร์มการเล่นนัดนี้ถือเป็นการ "ก้าวไปข้างหน้า" หลังจากความผิดหวังที่ อังกฤษ พ่ายแพ้ต่อ อาร์เจนตินา ในรอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก โดยเขาเผยว่าได้ "ปรับเปลี่ยนบางสิ่งบางอย่าง" หลังจบทัวร์นาเมนต์ใหญ่นั้น และมอบ "ความรับผิดชอบที่สำคัญ" ให้กับผู้เล่นหลายคน รวมถึง เบลลิงแฮม ด้วย
ซาก้า เป็นหนึ่งในแนวรุกสี่ประสาน และ เบลลิงแฮม ก็เป็นผู้แอสซิสต์ให้เขาทำประตูแรกด้วยการเปิดบอลเข้ามาอย่างแม่นยำและมีคุณภาพสูง
"เขาเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมในคืนนี้" ซาก้า กล่าวถึง เบลลิงแฮม
"เขาสมควรได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี และสมควรได้รับรางวัลแมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ด้วย เขาเป็นนักเตะที่พิเศษจริงๆ"
"(ผม) ดีใจที่ได้เล่นร่วมกับเขา และดีใจที่มีเขาอยู่ในทีมชาติอังกฤษ"

